"สิบปี... นานพอที่จะทำให้ข้าลืมรสสุรา แต่ไม่นานพอที่จะทำให้ข้าลืมกลิ่นเลือดของอาจารย์"
ลู่เฉินไม่ได้หันไปมองกลุ่มเงาดำเหล่านั้นด้วยซ้ำ มือข้างหนึ่งของเขาหยิบจอกสุราขึ้นมาจรดริมฝีปากอย่างใจเย็น ขณะที่อีกข้างยังคงวางพาดอยู่บนไหล่ของเหมยหลินราวกับจะปลอบประโลมให้ใจเย็นลง แม้ว่าไอสังหารรอบกายจะรุนแรงเสียจนพื้นดินใต้เท้าเริ่มปริแตกเป็นทางยาว
เหมยหลินกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน "ศิษย์พี่... พวกมันคือไอ้พวกฆาตกรที่ฆ่าท่านอาจารย์!"
"ข้ารู้แล้ว" ลู่เฉินตอบเรียบๆ เขาค่อยๆ วางจอกสุราลงบนโขดหินข้างกาย ก่อนจะยืดเหยียดร่างกายอย่างเกียจคร้าน เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบราวกับคนเพิ่งตื่นนอน แทนที่จะเป็นการเข้าสู่สภาวะต่อสู้ที่ดุดัน "แต่ข้าว่านะ... วันนี้อากาศกำลังดี การจะมาสู้กันให้เหงื่อออกตอนเที่ยงวัน มันผิดวิสัยสุภาพชนคนรักสุราไปหน่อยว่าไหม?"
"ลู่เฉิน! เจ้าจะมาเล่นตลกอะไรตอนนี้!" หนึ่งในเงาดำเอ่ยขึ้น เสียงของมันแหบพร่าดุจเสียงเหล็กครูดกัน "พวกข้าสะกดรอยตามเจ้ามานานพอแล้ว วันนี้จงส่งยอดวิชา 'เคล็ดสุราเทียมฟ้า' ออกมา แล้วข้าจะยอมให้เจ้าตายโดยไม่เจ็บปวด"
ลู่เฉินหัวเราะร่า เขาหยิบไหเหล้าคู่ใจขึ้นมาตบเบาๆ "วิชาของอาจารย์น่ะหรือ? พวกเจ้ามันโง่เขลาเสียจริง วิชาของข้าไม่ได้อยู่ในตำรา แต่มันอยู่ในนี้..." เขาชี้ไปที่หัวใจ ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากหนึ่งอึกใหญ่
ทันใดนั้น ลู่เฉินก็พุ่งตัวออกไป!
ความเร็วของเขาไม่ได้รวดเร็วราวกับฟ้าผ่าเหมือนที่พวกพรรคมารคาดไว้ แต่มันกลับ 'พลิ้วไหว' และ 'คาดเดาไม่ได้' ดุจสายน้ำที่หลบหลีกโขดหิน ลู่เฉินไม่ได้ใช้กระบี่ เขาใช้เพียงฝ่ามือที่เปื้อนคราบสุราเพียงเล็กน้อย ปัดป้องการโจมตีที่รุนแรงของเหล่าเงาดำด้วยท่าทางที่ดูคล้ายคนเมาเดินโซเซ
"เจ้า! เจ้าใช้วิชาอะไร!" หัวหน้าพรรคมารคำรามเมื่อเห็นลูกน้องของตนลอยละลิ่วกระเด็นออกไปเพียงแค่ถูกลู่เฉินสะกิดผ่าน
"วิชา... 'ร่ายรำในจอก' ไงล่ะ" ลู่เฉินเอ่ยตอบขณะที่เท้าของเขายังคงก้าวเดินอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับเป็นการทำลายจุดตายของศัตรูอย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาสงบนิ่งราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่ซ่อนกระบี่อันคมกริบไว้ภายใน
การต่อสู้ที่ควรจะยืดเยื้อกลับจบลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา พรรคมารนับสิบถูกลู่เฉินจัดการจนหมดสิ้น ไม่ใช่ด้วยความรุนแรงที่แหลกลาญ แต่ด้วยการ 'หยอกล้อ' ให้ศัตรูสูญเสียกระบวนท่าจนต้องพ่ายแพ้ไปเอง
เหมยหลินยืนตะลึง นางมองร่างของเหล่าศัตรูที่นอนกองกันอยู่เบื้องหน้า ความแค้นที่เคยอัดแน่นอยู่ในอกคล้ายจะมลายหายไปพร้อมกับไอสังหารที่จางลง "เจ้า... จัดการพวกมันได้ง่ายขนาดนี้เชียวหรือ?"
ลู่เฉินหันกลับมา ยิ้มกว้างด้วยใบหน้าที่ดูไร้พิษภัยเช่นเคย "ความแค้นน่ะศิษย์น้อง มันก็เหมือนเหล้าที่เก็บไว้นานเกินไปจนเปรี้ยว ถ้าเราไม่ดื่มมันให้หมดหรือทิ้งมันไปเสียบ้าง เราก็จะเป็นฝ่ายปวดท้องเองนะ"
เขายื่นไหเหล้าให้เหมยหลิน นางรับไปจิบหนึ่งคำก่อนจะไอออกมาอย่างแรง เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากลู่เฉิน
"ไปกันเถอะ" ลู่เฉินกวักมือเรียก "โลกนี้ยังมีโรงเตี๊ยมอีกมากมายที่ข้ายังไม่ได้ไปเยือน และยังมีสุราอีกหลายรสชาติที่ข้ายังไม่ได้ลิ้มลอง การหยุดอยู่ที่นี่เพื่อฝังศพคนพาลเหล่านี้น่ะ ให้พวกนกกาจัดการเถอะ"
เหมยหลินมองแผ่นหลังของศิษย์พี่ที่เดินนำออกไปอย่างไร้กังวล ในที่สุดนางก็วางความรู้สึกหนักอึ้งทั้งหมดลง นางขยับรอยยิ้มที่สดใสที่สุดนับตั้งแต่การจากไปของอาจารย์ ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ตามไป
"ศิษย์พี่! ถ้าข้าเจอร้านเหล้าที่ไม่ดี ข้าจะหักคอท่านนะ!"
"เอาน่าๆ... อย่างมากเราก็แค่หาเรื่องหนีออกจากร้านโดยไม่จ่ายเงินเหมือนครั้งก่อนไงล่ะ!"
เสียงหัวเราะของทั้งสองดังกังวานไปทั่วป่า ลู่เฉินหันกลับมาโบกมือลาอดีตที่คอยตามหลอกหลอน ในมือของเขาคือไหเหล้าที่ดูเหมือนจะไม่มีวันแห้งเหือด ราวกับมันคือนิรันดร์กาลที่เขาพกพาติดตัวไปทุกที่ที่เท้าก้าวไปถึง
บนเส้นทางสายยุทธภพที่กว้างใหญ่ เส้นขอบฟ้าเบื้องหน้ามิใช่อุปสรรค แต่เป็นเพียงสถานที่ที่พวกเขาสองคนจะออกไปโลดแล่นและสร้างตำนานบทใหม่ที่ไม่มีวันจบสิ้น... ไม่ใช่ด้วยดาบหรือกระบี่ แต่ด้วยจอกสุราและหัวใจที่เสรี
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเมามายไปกับลู่เฉินและเหมยหลินจนถึงบทส่งท้ายนี้นะครับ!
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 25
จอกสุรานิรันดร์
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!