เสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังระงมขึ้นภายในห้องจัดเลี้ยงโอ่อ่าของตระกูลดยุกแอชตัน ดับลงในเสี้ยววินาที—ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียงของโลกใบนี้ด้วยรีโมทคอนโทรล
เอเลน่า วอน แอนเดอร์สัน ยืนอยู่ ณ ใจกลางห้อง รัศมีรอบตัวเธอยามนี้มิใช่หญิงสาวตกอับที่เคยถูกพวกมันเหยียบย่ำเมื่อชาติก่อน หากแต่เป็นราชinีผู้กุมชะตากรรมของตลาดทุนระดับโลก ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองใบหน้าซีดเผือดและดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของบรรดาแขกเหรื่อผู้ดีจอมปลอมทีละคนอย่างใจเย็น
"เธอ... เธอพูดว่าอะไรนะ เอเลน่า?"
เคาน์เตอร์ เคียรัน ไวท์ฮาร์ด อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง หลุดเสียงถามออกมาด้วยความไม่เชื่อหู ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอาบไล้ด้วยความมั่นใจ บัดนี้บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด สันกรามของเขากระตุกเกร็ง ขณะมองบัตรโลหะสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับอยู่ในมือเรียวบางของหญิงสาว
บัตร 'Black Centurion' ที่ไม่มีวันหมดวงเงิน... บัตรที่แม้แต่บิดาของเขาซึ่งเป็นผู้นำตระกูลเก่าแก่ยังไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้อง!
"หูหนวกหรือคะ เคาน์เตอร์เคียรัน" เอเลน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ปลายคางเชิดขึ้นอย่างผู้ชนะเด็ดขาด รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้ไปถึงดวงตา "ดิฉันบอกว่า... ไปล้มละลายพวกมันให้หมดตัวกันเถอะค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงสง่าของลูเซียน ฟาเรนไฮต์ ก็ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังเธออย่างเงียบเชเชียบราวกับพญาอินทรีย์ที่ปกป้องเหยี่ยวสาว กลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นอายเงินตรามหาศาลแผ่ซ่านกดดันจนผู้คนรอบข้างหายใจไม่ออก ลูเซียนไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขายกมือขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเอเลน่าอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย นัยน์ตาสสีอำพันคมกริบกวาดมองหน้าเคียรันด้วยสายตาราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่เตรียมจะขยี้ให้แหลกคราบใต้ฝ่าเท้า
"ลูเซียน... นี่มันเรื่องอะไรกันวะ!" เคียรันแผดเสียงด้วยความหวาดระแวงและความหึงหวงที่ตีรวนขึ้นมาในอก "แก... แกเอาเงินที่ไหนมาให้ผู้หญิงคนนี้ใช้พร่ำเพรื่อ! ตระกูลแอนเดอร์สันมันล้มละลายไปตั้งแต่ปีมะเร็งแล้วไม่ใช่หรือไง!"
เอเลน่าหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แต่กลับสร้างความหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลังของทุกคนในที่นั้น เธอหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นอย่างเต็มตา ก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ส้นสูงสีแดงเพลิงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศ
"ล้มละลายหรือคะ?" เอเลน่าทวนคำ ใบหน้างดงามเอียงคอมองเขาด้วยแววตาสมเพชเวทนา "นั่นมันคือภาพลวงตาที่ดิฉันจงใจสร้างให้พวกคุณตายใจต่างหากล่ะคะ เคียรัน... คุณคิดจริงๆ หรือว่าคนโง่เง่าที่ถูกพวกคุณหลอกใช้ตลอดยี่สิบปี จะยอมนั่งมองพวกคุณสูบเลือดสูบเนื้อจนหยดสุดท้ายโดยไม่เตรียมการอะไรเลย?"
เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ห่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของดอกกุหลาบป่าผสมกับความเย็นชาอันตรายลอยเข้าแตะจมูกของชายหนุ่มจนเขาต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ในเมื่อคุณเปิดฉาก 'เกมถอนหมั้น' นี้ขึ้นมาต่อหน้าสักขีพยานนับร้อยในงานสังคม... ดิฉันก็ขอสนองด้วย 'ข้อเสนอทางธุรกิจ' ที่คุณไม่มีวันปฏิเสธก็แล้วกันนะคะ"
เอเลน่าสะบัดข้อมือเบาๆ บัตรสีดำในมือถูกโยนลงไปที่พื้น—มันตกลงกระทบปลายรองเท้าหนังขัดมันราคาแพงของเคียรันพอดี ราวกับเศษขยะไร้ค่า
"ฉันขอประกาศถอนหมั้นกับคุณ ณ วินาทีนี้ค่ะ" เสียงหวานใสกล่าวประกาศก้อง กังวานไปทั่วห้องจัดเลี้ยงที่เงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ "และในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคนใหม่ของ 'ไวท์ฮาร์ด โฮลดิ้ง' ดิฉันขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายบริษัท... ปลดคุณออกจากตำแหน่งประธานบริหารทั้งหมด มีผลทันทีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้นราวกับภูเขาไฟระเบิด บรรดาญาติผู้ใหญ่ของตระกูลไวท์ฮาร์ดหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักได้ว่า ข่าวกรองที่พวกเขามีมันผิดเพี้ยนไปทั้งหมด!
"เธอ... เธอพูดบ้าอะไร! หุ้นไวท์ฮาร์ดอยู่ในมือพ่อฉันเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เธอจะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อ!" เคียรันตะคอกเสียงหลง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความเคียดแค้นและตระหนกตกใจ
"เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์?" เอเลน่าเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นอย่างเย้ยหยัน เธอยกมือขึ้นแตะปลายคางพล Sยิ้มหวานหยด "คุณพ่อของฉันอาจจะสอนให้ฉันรู้จักความอ่อนโยน แต่คุณลูเซียน... สอนให้ฉันรู้จักวิธีซื้อกิจการที่กำลังจะเจ๊งด้วยราคาถูกเสียยิ่งกว่ากระดาษทิชชูค่ะ"
ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ผนังห้องโถงก็สว่างวาบขึ้นมาโดยไม่มีใครสั่ง ตัวเลขและกราฟสถานะทางการเงินของตระกูลไวท์ฮาร์ดดิ่งลงเหวเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ขึ้นหราว่า:
*[ระบบประมูลล้มละลาย: ตระกูลไวท์ฮาร์ด ถูกซื้อกิจการทั้งหมดโดย 'แอนเดอร์สัน แอนด์ ฟาเรนไฮต์ กรุ๊ป' เรียบร้อยแล้ว]*
เคียรันเบิกตาโพรงจนเส้นเลือดฝอยแตก ใบหน้าไร้สีเลือด เข่าทรุดฮวบลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นแทบเท้าของเอเลน่า มือสั่นเทาพยายามจะเอื้อมไปควายชายกระโปรงของเธอ แต่กลับถูกรองเท้าส้นสูงของหญิงสาวเหยียบลงที่หลังมืออย่างแรงและไร้ความปรานี!
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นห้อง
เอเลน่าก้มมองดูอดีตคู่หมั้นที่กำลังคุกเข่าร้องขอชีวิตด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปลายเท้าของเธอยังคงกดทับลงบนมือของเขา ย้ำเตือนถึงความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับเมื่อชาติก่อน
"จำไว้นะคะเคียรัน..." เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบแสนหวาน แต่แฝงด้วยพิษร้ายแรง "นี่เป็นเพียงแค่บทแรกของนรกที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง... สนุกให้เต็มที่ล่ะ ก่อนที่ทุกอย่างที่คุณมีจะมลายหายไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษฝุ่น"
ลูเซียนยื่นมือมาโอบไหล่บางของเอเลน่าพาก้าวเดินหันหลังให้อดีตคู่หมั้นที่นอนหมดสภาพ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและความโกลาหลที่กำลังเผาผลาญตระกูลใหญ่ให้กลายเป็นจุล
ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของลูเซียนก็แผดเสียงกังวานขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมามองหน้าจอ ปลายสายคือเลขานุการส่วนตัวที่รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเข้ายึดคลังสินค้าหลักของเราที่ท่าเรือทางเหนือ และระบบป้องกันทั้งหมดถูกแฮกโดยบุคคลปริศนา!"
ลูเซียนหยุดเดิน นัยน์ตาสีอำพันหรี่แคบลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เอเลน่าชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองหน้าคู่คิดของเธอด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก
ในจังหวะที่เกมกำลังจะจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ใครกัน... ที่กล้าเข้ามาขัดขาพยัคฆ์คู่นี้ในวินาทีสุดท้าย?
- เอวาลินน์ปลายพู่กัน -
(กดติดตามและเพิ่มลงชั้นหนังสือเพื่อไม่ให้พลาดตอนต่อไปนะคะ!)
จักรพรรดินีจำแลงกับเกมกระดานอำนาจหมื่นล้าน•ตอนที่ 2
ทิ้งแหวนไว้ที่ปลายเท้า
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีจำแลงกับเกมกระดานอำนาจหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
