"ถ้าคุณก้าวลงไปอีกขั้นเดียว ความพินาศที่ครอบครัวคุณพยายามฝังกลบไว้ มันจะย้อนกลับมาหาคุณเอง รวินท์"
เสียงของศิลาดังก้องอยู่ในความมืดสลัวของโถงทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของดินและเชื้อราปะทะเข้ากับโสตประสาท รวินท์หยุดชะงัก ฝ่ามือที่ถือไฟฉายสั่นไหวเพียงเล็กน้อย เขาไม่ได้หันกลับไปมองเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกพิงผนังไม้เก่าคร่ำคร่าอยู่เบื้องหลัง แต่เขาสัมผัสได้ถึงกระแสความกังวลที่แผ่ซ่านออกมาจากอีกฝ่าย
"ศิลา... นายพูดเหมือนรู้อะไรบางอย่างที่ฉันไม่รู้" รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความสั่นเครือที่พยายามกดทับไว้ "ภาพวาดในสตูดิโอของนาย เส้นสายเหล่านั้น... นายไม่ได้วาดมันขึ้นมาจากจินตนาการ แต่นายวาดมันจากสิ่งที่นายเห็นในความฝันของคนอื่น"
ศิลาเงียบไปครู่ใหญ่ เสียงหายใจของเขาหนักหน่วงในความเงียบสงัด "ฉันวาดสิ่งที่ 'เงา' บอกให้วาด และเงาที่ฉันเห็นในความฝันของนาย มันกำลังร้องไห้รวินท์ มันกำลังขอร้องไม่ให้เราเปิดประตูบานนั้น"
รวินท์ไม่ฟังคำทัดทาน เขาตัดสินใจก้าวเท้าลงสู่ขั้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเสียงกระดูกที่ถูกบดขยี้ ห้องใต้ดินแห่งนี้เป็นส่วนที่ถูกปิดตายมานานกว่ายี่สิบปี ตั้งแต่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่พรากพ่อและแม่ไปจากเขา แสงไฟฉายสาดส่องไปกระทบกับลังไม้เก่าๆ ที่วางระเกะระกะ ฝุ่นผงคลุ้งกระจายในอากาศเหมือนเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลาย
เขาวางมือบนหีบเหล็กใบหนึ่งที่วางเด่นอยู่กลางห้อง มันไม่ได้ถูกล็อกด้วยกุญแจ หากแต่ถูกทับไว้ด้วยกองเอกสารปึกหนาที่ดูเหมือนจะถูกวางไว้ให้มีคนมาพบในวันที่ทุกอย่างสายเกินไป รวินท์หยิบเอกสารขึ้นมา กระดาษเก่ากรอบจนแทบจะกลายเป็นผุยผง ตัวอักษรสีน้ำหมึกซีดจางเขียนด้วยลายมือที่เขาจำได้ขึ้นใจ—ลายมือของพ่อ
ศิลาเดินตามลงมา เขายืนอยู่ข้างหลังรวินท์ สายตาของศิลปินหนุ่มจับจ้องไปที่เอกสารในมือเพื่อนด้วยความหวาดหวั่น "นั่นมัน... สัญญาที่ไม่ได้มีไว้เพื่อธุรกิจ แต่มันคือสัญญาเลือด"
รวินท์กวาดสายตาอ่านเนื้อความในกระดาษ หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เพียงแค่หลักฐานการฉ้อโกงทางธุรกิจที่เคยเป็นชนวนเหตุให้เกิดการสูญเสีย แต่มันคือรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในคืนนั้น รายชื่อที่เขามั่นใจว่าพ่อไม่มีวันรู้จัก และหนึ่งในชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าสุดท้ายคือชื่อของ 'ตระกูลศิลา'
"นายรู้อยู่แล้วใช่ไหม" รวินท์หันกลับมาเผชิญหน้ากับศิลา ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความสับสนและโกรธแค้น "ที่นายเข้ามาสนิทกับฉัน ที่นายคอยชี้นำฉันผ่านภาพวาดพวกนั้น ทั้งหมดนี้คือการลบล้างความผิดของครอบครัวนายใช่ไหม!"
ศิลาไม่ได้โต้ตอบ เขานิ่งงัน ราวกับรูปปั้นที่ถูกแช่แข็ง ใบหน้าขาวซีดของเขาดูไร้สีเลือด "ฉันไม่ได้ต้องการทำร้ายคุณ รวินท์ แต่มันมีบางอย่างที่น่ากลัวกว่าความลับในกระดาษแผ่นนั้น... บางสิ่งที่กำลังจับจ้องเราอยู่ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงมาที่นี่"
ในจังหวะที่รวินท์กำลังจะกระชากคอเสื้อของศิลา แสงไฟฉายในมือเขาก็ดับวูบลงโดยไม่มีเหตุผล ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องใต้ดินราวกับมีชีวิต เสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากศิลาและไม่ได้มาจากรวินท์ ดังแว่วมาจากมุมมืดที่ลึกที่สุดของห้อง—เสียงของสตรีที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต
"ลูกรัก... อย่าอ่านมันต่อ"
รวินท์ชะงักมือที่กำลังถือกระดาษไว้แน่น เขาหันขวับไปทางต้นเสียง แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เขาสิ้นสติลงไปชั่วขณะ ในความมืดสลัวนั้น มีเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงมุมห้อง ร่างนั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยวของความจริงที่เขากำลังขุดคุ้ย และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือร่างนั้นกำลังถือเอกสารอีกชุดหนึ่งที่มีลายเซ็นของ 'รวินท์' กำกับไว้อย่างชัดเจน ทั้งที่เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อนในชีวิต
ลมหายใจของศิลาขาดห้วง เขาคว้าข้อมือรวินท์ไว้แน่น "นั่นไม่ใช่แม่ของคุณ... และเอกสารในมือนั่น คือเหตุผลที่ทำไมพ่อคุณถึงต้องตาย!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 36
ความลับในเอกสาร
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!