สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 37

ความขัดแย้งภายใน

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"เรากำลังเล่นกับไฟรวินท์ และถ้าเราไม่ดับมันตอนนี้ พรุ่งนี้เราอาจจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่เถ้าถ่าน" ศิลาวางพู่กันในมือลงจนเกิดเสียงกระทบขอบถ้วยน้ำล้างพู่กันดังเคร้ง ความเงียบงันในสตูดิโอแคบๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันสนและอารมณ์ที่คุกรุ่น เขาหันกลับมามองรวินท์ด้วยสายตาที่ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง หากแต่มีความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนไหว รวินท์ไม่ได้ตอบทันที เขายืนกอดอกพิงผนังที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนของภาพร่างที่ยังไม่เสร็จสิ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังกระดาษบันทึกเหตุการณ์บนโต๊ะไม้เก่าๆ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา "ดับไฟงั้นหรือศิลา?" รวินท์ทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "นายก็รู้ว่าสิ่งที่พวกมันทำกับครอบครัวฉัน มันไม่ใช่แค่ไฟที่ลุกไหม้บ้านเรือน แต่มันคือการทำลายตัวตน... นายจะให้ฉันรอให้พวกมันเข้ามาถึงตัวแล้วค่อยเจรจาอย่างผู้ดีงั้นหรือ? วิธีการของนายมันอ้อมค้อมเกินไป และที่สำคัญ... มันไม่เคยได้ผล" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือสั่นเทาเล็กน้อยจากการระงับอารมณ์ "มันไม่ใช่วิธีที่อ้อมค้อม แต่มันคือการรักษา 'ความเป็นคน' ของนายไว้! รวินท์ นายกำลังจะกลายเป็นคนแบบเดียวกับพวกมัน นายเห็นไหมว่าทุกครั้งที่นายคิดถึงแต่การแก้แค้น แววตาของนายมันว่างเปล่าแค่ไหน? นายไม่ใช่รวินท์ที่ฉันรู้จัก... นายกลายเป็นเงาที่โหยหาแต่ความมืดมิด" "แล้วนายคิดว่าคนอย่างฉันเหลืออะไรให้รักษาอีกล่ะ?" รวินท์ก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่าย สายตาที่เคยสุขุมบัดนี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความคับแค้น "ความเจ็บปวดในอดีตที่คอยหลอกหลอนฉันทุกคืน... นายเข้าใจบ้างไหมว่ามันทรมานเพียงใด ศิลา? นายวาดภาพได้ นายถ่ายทอดความทุกข์ลงบนผืนผ้าใบได้ แต่นายไม่ได้แบกรับความตายของคนทั้งครอบครัวไว้บนบ่าเหมือนที่ฉันเป็น!" ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขาสบตารวินท์อย่างไม่เกรงกลัว แม้ความเสียใจจะฉายชัดอยู่ในแววตา "ฉันไม่เคยบอกว่าฉันเข้าใจความรู้สึกของนายทั้งหมด แต่ฉันรู้ว่าสิ่งที่นายกำลังจะทำคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด นายกำลังเลือกทางที่ไม่มีวันได้หวนกลับ หากนายก้าวข้ามเส้นนั้นไป นายจะสูญเสีย 'ปลายฟ้า' ที่นายพยายามจะไปให้ถึงตั้งแต่วันแรกไปตลอดกาล" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รวินท์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความขัดแย้งภายในใจของเขากำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรง ระหว่าง 'เสียงแห่งเหตุผล' ที่ศิลานำเสนอ กับ 'สัญชาตญาณดิบ' ที่เขาสั่งสมมานานนับปี รวินท์ถอนหายใจยาว ก่อนจะหันหลังกลับไปมองหน้าต่างที่เผยให้เห็นท้องฟ้าสีเทาหม่น "ถ้านายไม่ยอมรับวิธีของฉัน งั้นเราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกศิลา พรุ่งนี้เช้า... ต่างคนต่างไปเถอะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง" ศิลาตัวแข็งทื่อ คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสอง "นายกำลังไล่เพื่อนคนสุดท้ายที่พยายามฉุดนายขึ้นมาจากเหวรวินท์... นายแน่ใจแล้วใช่ไหม?" "ฉันไม่มีเวลามานั่งประนีประนอมกับใครทั้งนั้น" รวินท์กล่าวเสียงแข็งโดยไม่หันกลับมามอง ศิลาคว้าเสื้อคลุมแล้วเดินดิ่งไปที่ประตู มือของเขาสัมผัสลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ ก่อนจะหยุดชะงักและหันกลับมาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่หนักแน่น "ถ้าวันนี้รวินท์ที่ฉันเคยรักตายไปแล้วจริงๆ... ฉันเองก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องปกป้องสิ่งที่นายกำลังจะทำเหมือนกัน" เสียงประตูปิดลงทิ้งให้รวินท์ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะทรุดตัวลงนั่งด้วยความอ่อนล้า เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วและหนักแน่นก็ดังขึ้นอีกครั้งจากภายนอก รวินท์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะจังหวะเคาะแบบนี้ไม่ใช่ศิลาอย่างแน่นอน เขาลุกขึ้นเดินไปที่ประตูช้าๆ มือขวาเอื้อมไปหยิบปืนที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานโดยสัญชาตญาณ เมื่อเขาเปิดประตูออก ภาพที่เห็นกลับทำเอาลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูคือชายวัยกลางคนที่เขาคุ้นเคยดีที่สุด ชายผู้ที่เขาคิดว่าตายไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน คนที่ถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำลายชีวิตของเขาจนพังพินาศในคราบของบุรุษที่ไร้ร่องรอยบาดแผล... พ่อของเขาเอง "รวินท์... ลูกเปลี่ยนไปมากเลยนะ" ชายตรงหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูประหลาดและน่าขนลุกเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%