"ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจะโกหก ทำไมมือของคุณถึงต้องสั่นขนาดนั้นตอนที่ผมพูดถึงชื่อ ‘นันทิดา’ ครับ รวินท์?"
ศิลาวางพู่กันลงบนจานสี เสียงกระทบกันของไม้และเซรามิกดังชัดเจนในความเงียบงันของห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและมวลความอึดอัด รวินท์ไม่ได้หันกลับมามอง เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นแสงไฟสลัวของเมืองหลวงในยามค่ำคืน แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาแข็งขืนราวกับรูปปั้น
"ผมแค่เหนื่อย ศิลา" รวินท์ตอบ เสียงของเขาแหบพร่าและราบเรียบเกินไปจนน่ากลัว "ความทรงจำบางอย่าง... มันก็ไม่ได้สวยงามเหมือนภาพวาดของคุณหรอกนะ"
"แต่คุณกำลังลบมันทิ้งด้วยการแกล้งทำเป็นว่ามันไม่มีตัวตน" ศิลาก้าวเข้ามาหาอีกฝ่าย ความอ่อนไหวในดวงตาของศิลปินหนุ่มถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม "ผมเห็นแฟ้มเอกสารชุดนั้นในรถคุณ รวินท์ ชื่อของคนตายที่คุณบอกว่าไม่รู้จัก... ทำไมมันถึงปรากฏอยู่ในบันทึกการโอนเงินของบริษัทคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา?"
รวินท์หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความกดดัน เขาเดินตรงเข้ามาประชิดตัวศิลาจนคนถูกกดดันต้องถอยหลังไปชนกับขาตั้งผ้าใบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวรวินท์มานั้นช่างเย็นเยียบและเย้ายวนใจในความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้
"คุณกำลังก้าวก่ายชีวิตที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาใหม่มากเกินไปแล้ว" รวินท์กดเสียงต่ำ แววตาที่เคยสุขุมบัดนี้ฉายแวววูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด "โลกที่คุณมองผ่านผืนผ้าใบมันสดใสเกินกว่าจะเข้าใจความเน่าเฟะที่ผมต้องเหยียบย่ำเพื่อให้ได้มายืนอยู่ตรงนี้ อย่าพยายามรื้อฟื้นนรกที่ผมปิดตายเอาไว้เลยครับ มันไม่เป็นผลดีกับคุณหรอก"
"ผมไม่ได้อยากเข้าใจความเน่าเฟะของโลกใบนี้!" ศิลาตวาดกลับ ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "ผมแค่อยากเข้าใจว่าคนข้างๆ ผมคือใครกันแน่! คุณคือพี่ชายที่ผมเคยรู้จักเมื่อยี่สิบปีก่อนจริงๆ หรือคุณเป็นแค่ใครบางคนที่สวมรอยเข้ามาในชีวิตของผมเพื่อเป้าหมายบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นกันแน่?"
คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบ รวินท์นิ่งไปทันที ใบหน้าที่เคยอ่านยากเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันที่ไร้กระแสอารมณ์ เขายกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของศิลาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน แต่มันกลับเต็มไปด้วยการสำรวจ ราวกับเขากำลังมองหาข้อผิดพลาดในตัวตนของศิลปินหนุ่ม
"ถ้าผมไม่ใช่คนนั้นที่คุณรู้จัก..." รวินท์กระซิบข้างหู กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมราคาแพงของเขากลบกลิ่นสีน้ำมันจนหมดสิ้น "คุณจะทำอย่างไรต่อไปครับ? จะแจ้งตำรวจ? หรือจะเดินหนีออกไปจากชีวิตที่แสนน่าเบื่อนี้แล้วทิ้งให้ผมจมอยู่กับความจริงที่ไม่มีใครต้องการ?"
ศิลาตัวสั่นเทา ลมหายใจของเขาติดขัด ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เพราะเขารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวรวินท์ พลังที่เขาไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน พลังที่ไม่ได้มาจากการเงินหรือตำแหน่งงาน แต่มาจากความลับที่ดำมืดเกินกว่าจินตนาการของจิตรกรคนหนึ่งจะรับไหว
"ผมไม่มีทางทิ้งคุณ" ศิลาตอบด้วยเสียงที่มั่นคงขึ้น แม้จะสั่นเล็กน้อย "เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณคือคนเดียวที่กุมความลับเรื่องครอบครัวของผมเอาไว้... และผมจะไม่ยอมให้คุณไปจากที่นี่จนกว่าผมจะรู้ว่านันทิดาตายเพราะใครกันแน่"
รวินท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง เขาผละออกห่างแล้วเดินไปหยิบขวดเหล้าบนชั้นวางก่อนจะรินลงแก้วใสโดยไม่มองหน้าศิลาอีกเลย
"ความจริงมักจะมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอ ศิลา" รวินท์จิบของเหลวสีอำพันแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง "และคืนนี้... ราคาที่คุณต้องจ่ายอาจจะสูงกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น เป็นจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักแน่น ราวกับคนที่อยู่หลังประตูนั้นรู้อยู่แล้วว่าข้างในนี้กำลังสนทนาอะไรกัน รวินท์วางแก้วลงบนโต๊ะด้วยมือที่นิ่งสนิท ก่อนจะหันมามองศิลาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันเป็นสายตาของคนที่ไม่เหลือทางเลือกอีกต่อไป
"ประตูไม่ได้ล็อคครับ" รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เชิญเข้ามาได้เลย... คุณก็มารอเวลาที่จะเปิดเผยความจริงเรื่องนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ?"
บานประตูไม้โอ๊คค่อยๆ ถูกผลักเข้ามาด้วยมือของสตรีวัยกลางคนในชุดสีดำสนิท ใบหน้าของเธอเรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของศิลาหยุดเต้นไปชั่วขณะ เพราะเธอคนนี้... คือคนที่เขาเห็นในบันทึกการเสียชีวิตของนันทิดาเมื่อสิบปีก่อน และที่สำคัญที่สุด... เธอถือปืนกระบอกเล็กไว้ในมือข้างที่ไขว้ไว้ด้านหลัง พร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งที่ประทับตราครั่งสีแดงสดที่เขารู้จักดี
รวินท์หันมามองศิลาอีกครั้ง ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของศิลาพังทลายลงในพริบตาว่า "ศิลาครับ... วันนี้ผมมีเรื่องต้องเล่าให้คุณฟัง แต่เกรงว่าหลังจากจบเรื่องนี้ คุณอาจจะไม่มีวันได้กลับไปวาดภาพบนผืนผ้าใบผืนเดิมได้อีกแล้ว"
การเดินทางของเรายังคงซับซ้อนและมีเดิมพันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้ผมและตัวละครเหล่านี้ต่อไปนะครับ — สเปซโอเดสซีย์
สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 17
คำถามที่ไร้คำตอบ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!