สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 22

คำสัญญาลมๆ แล้งๆ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“นั่นไม่ใช่แผลหรอกครับศิลา... มันคือรอยตำหนิที่ผมเต็มใจให้มันฝังลึกอยู่แบบนี้” รวินท์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉาบไว้ด้วยกลิ่นไอจางๆ ของน้ำมันสนและสีน้ำมัน เขาไม่ได้หันไปมองคนข้างกาย แต่นัยน์ตาคู่คมจับจ้องอยู่ที่ผืนผ้าใบว่างเปล่าตรงหน้า จังหวะการหายใจของเขาดูมั่นคงทว่าแฝงไปด้วยความร้าวรานที่ซ่อนอยู่ในแววตา ศิลาก้าวเข้ามายืนข้างๆ เขา มือที่เปื้อนสีพู่กันของศิลปินหนุ่มสั่นระริกเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมไปแตะขอบผ้าใบนั้นเบาๆ “คุณพูดเหมือนกับว่าการเจ็บปวดคือเครื่องยืนยันว่าคุณยังมีชีวิตอยู่” ศิลาแค่นยิ้ม มือที่ถือพู่กันกำแน่นจนขึ้นข้อ “แต่รวินท์... การที่ผมต้องนั่งดูคุณค่อยๆ แตกสลายไปทีละนิดเพื่อแลกกับความจริงเพียงเสี้ยวเดียว มันคือราคาที่ผมเองก็แบกรับไม่ไหวแล้วนะ” รวินท์หันมาสบตา อีกฝ่ายไม่ได้ดูโกรธเกรี้ยว แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของศิลานั่นเองที่กรีดลึกเข้าไปในใจของเขา เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวอีกฝ่าย “ผมสัญญาครับ” เสียงของรวินท์ทุ้มต่ำแต่หนักแน่น “หลังจากคืนนี้ไป จะไม่มีเรื่องอันตรายใดๆ เข้ามาใกล้ตัวคุณหรือตัวผมอีก ผมจะยุติทุกอย่าง จะไม่มีรอยแผลใหม่ ไม่มีการเดิมพันด้วยชีวิตอีกต่อไป” ศิลานิ่งงัน ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มราวกับจะค้นหาคำลวง “คำสัญญาของคุณมันมีค่าเท่ากับคำสัญญาลมๆ แล้งๆ ที่ผมเคยได้รับมาตลอดสามปีที่ผ่านมาไหมรวินท์? คุณบอกว่าจะจบ แต่คุณกลับถลำลึกขึ้นทุกที” “ครั้งนี้ต่างออกไป” รวินท์วางมือลงบนไหล่ของศิลา บีบเบาๆ อย่างปลอบประโลม “ผมเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ความลับที่ผมตามหา... มันได้คำตอบแล้วครับศิลา ต่อจากนี้เหลือเพียงแค่การลบเงาของอดีตทิ้งไป แล้วเรา... เราจะเริ่มต้นใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา” บรรยากาศในห้องสตูดิโอเงียบเชียบลงฉับพลัน เสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่เคยเดินเป็นจังหวะดูเหมือนจะช้าลงจนน่าใจหาย ศิลาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าด้านข้างของรวินท์ ภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าของเขามีความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม แต่มันก็ดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกละเอียดได้ทุกเมื่อ “คุณไม่ได้กำลังจะทิ้งผมไปเพื่อปกป้องผมใช่ไหม?” ศิลาถามเสียงแผ่ว “ผมจะทิ้งให้คุณต้องอยู่ตามลำพังได้อย่างไรครับ?” รวินท์ตอบพลางโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหู “คุณคือคนเดียวที่ดึงผมกลับมาจากขอบเหวได้เสมอ... การที่ผมยอมวางมือ ไม่ใช่เพราะผมกลัวตาย แต่เพราะผมกลัวการสูญเสียคุณ” ศิลาหลับตาลงรับสัมผัสจากลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะข้างแก้ม เขาอยากจะเชื่อใจรวินท์ อยากจะเชื่อว่าคำสัญญาครั้งนี้จะไม่กลายเป็นเพียงหมอกควันที่จางหายไปเมื่อถูกแสงแดดส่องถึง แต่ในส่วนลึกของจิตใจ เขารู้ดีว่า 'อดีต' ที่รวินท์แบกไว้มันหนักหนาเกินกว่าจะทิ้งลงได้ง่ายๆ เพียงแค่การเอ่ยปาก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องสตูดิโอ ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนที่คุ้นเคย แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นอย่างจงใจและเย่อหยิ่ง รวินท์ผละตัวออกจากศิลาโดยสัญชาตญาณ แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นดุดันในพริบตา เขารีบก้าวไปคว้ามีดพกที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานอย่างคล่องแคล่ว ศิลาหน้าซีดเผือด เขารู้สึกได้ถึงลางร้ายที่คืบคลานเข้ามาปกคลุมไปทั่วห้อง ประตูห้องค่อยๆ แง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของชายผู้นั้นถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง แต่รอยยิ้มที่มุมปากที่เขาเห็นนั้นกลับทำให้เลือดในกายของรวินท์เย็นเฉียบ “คำสัญญาที่ให้ไว้กับคนตาย... มักจะไม่มีวันเป็นจริงเสมอไปนะ รวินท์” ชายคนนั้นก้าวเข้ามาเต็มตัว มือของเขาถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา... มันคือแฟ้มเอกสารที่รวินท์เชื่อมั่นว่าเขาทำลายทิ้งไปพร้อมกับความลับของครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน รวินท์กำมีดในมือแน่นจนมือสั่น มืออีกข้างรีบดึงศิลามาไว้ข้างหลัง “มึงกลับมาได้ยังไง... กูจัดการมึงไปแล้ว!” “จัดการงั้นรึ?” ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของศิลา “คนตายไม่เคยหายไปไหนหรอกรวินท์ พวกเขาก็แค่รอเวลาที่จะกลับมาทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของเขา... และดูเหมือนว่า ‘แผล’ ที่เธอเปิดไว้คราวก่อน จะถึงเวลาต้องชำระหนี้ด้วยชีวิตแล้วล่ะ” ขอบเขตของความสงบสุขที่รวินท์พยายามสร้างขึ้นพังทลายลงในเสี้ยววินาที เมื่อศิลาที่อยู่ข้างหลังเขาค่อยๆ ผละมือออกแล้วก้าวเดินไปหาชายปริศนาคนนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนละคน รวินท์ตะโกนเรียกชื่อศิลาอย่างสุดเสียง แต่คนรักของเขากลับไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย ในขณะที่ชายชุดสูทคนนั้นเพียงแค่กระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้ศิลาหยุดชะงัก รวินท์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงตรงหน้า เมื่อศิลาหยิบปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวของชายคนนั้นขึ้นมา แล้วหันปลายกระบอกปืนมาที่หน้าอกของเขาเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันในบทถัดไปนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%