สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 30

เบาะแสจากอดีต

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“อย่าเพิ่งเปิดมันตอนนี้รวินท์... ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะมองเห็นความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้รอยยิ้มของคนในรูป” ศิลาเอ่ยเสียงแผ่ว แต่หนักแน่นด้วยความกังวล มือเรียวบางที่เปื้อนคราบสีน้ำมันของศิลปินสั่นเทานิดๆ ขณะประคองกล่องไม้เก่าแก่ที่เพิ่งขุดพบจากใต้พื้นไม้ในห้องเก็บของชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกาลเวลาฟุ้งกระจายไปทั่วบรรยากาศที่เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง รวินท์ไม่ได้ตอบรับทันที เขานิ่งงัน จ้องมองกล่องไม้นั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ดวงตาที่เคยสุขุมลุ่มลึกบัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุโหมกระหน่ำ เขารู้ดีว่าความลับที่ซ่อนอยู่ในนั้นอาจทำลายสิ่งที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดบาดแผลในใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ถ้าผมไม่เปิดวันนี้ คุณคิดหรือว่าอดีตจะเลิกไล่ล่าเรา?” รวินท์ถามกลับ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “ศิลา... เราเดินมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับไปสู่ความมืดมิดที่ว่างเปล่าแล้วนะ” เขายื่นมือออกไปรับกล่องไม้ใบนั้น นิ้วมือหนาสัมผัสกับเนื้อไม้ที่สากระคาย ผิวสัมผัสของมันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ทว่าภายในอกของเขากลับร้อนรุ่มดั่งไฟสุม รวินท์ค่อยๆ แง้มฝากล่องออกช้าๆ เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดในความเงียบนั้นฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องที่ถูกกักขังไว้เนิ่นนาน ภายในกล่องมีเพียงจดหมายปึกหนึ่งที่ผูกด้วยเชือกป่าน และภาพถ่ายใบหนึ่งที่ขอบกระดาษเริ่มเหลืองกรอบตามกาลเวลา รวินท์หยิบภาพถ่ายนั้นขึ้นมา นิ้วโป้งของเขาไล้ไปตามใบหน้าของบุคคลในภาพอย่างแผ่วเบา มันเป็นภาพถ่ายขาวดำที่ถ่ายไว้ในงานเลี้ยงฉลองอะไรบางอย่าง ชายสองคนที่ยืนเคียงข้างกัน—คนหนึ่งคือบิดาผู้ล่วงลับของรวินท์ ส่วนอีกคน... คือบุรุษที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับศิลาอย่างน่าขนลุก ทว่าเขากลับแต่งกายด้วยชุดสูทภูมิฐานที่ดูไม่เข้ากับบุคลิกศิลปินของศิลาแม้แต่น้อย “คนนี้... พ่อของคุณรวินท์” ศิลาขยับเข้ามาใกล้ มองภาพนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน “และนี่... คือปู่ของผม” รวินท์กวาดสายตามองไปที่มุมล่างของภาพถ่าย มีตัวเลขวันที่ประทับอยู่—มันคือช่วงเวลาเดียวกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่พรากครอบครัวของเขาไปตลอดกาล “มีคนเขียนอะไรไว้ที่ด้านหลัง” รวินท์กระซิบ มือที่ถือภาพเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาพลิกภาพถ่ายไปด้านหลัง ลายมือหวัดๆ ที่ดูรีบร้อนเขียนไว้เพียงสั้นๆ ว่า *‘หนี้ที่ต้องชดใช้ด้วยเลือด หากเงาแห่งปรารถนาไม่ถูกทำลาย’* ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นจนหายใจลำบาก ศิลาเบิกตากว้าง ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “เงาแห่งปรารถนา... มันหมายความว่าอะไร” ศิลาพึมพำ “ทำไมตระกูลของเราถึงถูกผูกติดกันด้วยถ้อยคำที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้?” รวินท์ไม่ได้ตอบ เขาแทรกตัวผ่านศิลาไปตรงมุมมืดของห้องที่ถูกบดบังด้วยตู้เหล็กเก่าๆ เขากระชากตู้ใบนั้นออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี เผยให้เห็นรอยประหลาดบนผนังปูนที่ถูกทาสีทับไว้อย่างลวกๆ มันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แต่มันคือสัญลักษณ์ตระกูลของเขาสองตระกูลที่ถูกสลักทับซ้อนกันจนกลายเป็นรูปทรงของนกปีกหัก “ศิลา... มาดูนี่” รวินท์เรียกด้วยเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม ขณะที่ศิลากำลังจะก้าวเข้าไปหา ทันใดนั้น ไฟในห้องใต้ดินก็ดับพรึบลงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องนี้ตั้งแต่แรก ก้าวเข้ามาจากมุมมืดด้านหลังประตูเหล็กที่พวกเขาล็อกไว้อย่างแน่นหนา *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าพวกเขาพอดี พร้อมกับกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมรุ่นเก่าที่รวินท์เคยได้กลิ่นในความฝันที่เขารู้สึกหวาดกลัวที่สุดในชีวิต “ใครน่ะ?” รวินท์ตวาดถาม มือคว้ามีดพกที่พกติดตัวไว้แน่น เสียงหัวเราะแหบแห้งดังขึ้นท่ามกลางความมืด ตามมาด้วยเสียงกระซิบที่คุ้นหูจนชวนให้ขนลุกซู่ “ไม่ต้องหาคนอื่นหรอกรวินท์ เพราะความจริงที่พวกคุณตามหา... มันยืนอยู่ตรงหน้าคุณตั้งนานแล้ว” แสงจันทร์ดวงเดียวที่เล็ดลอดผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ ส่องกระทบไปยังใบหน้าของผู้มาเยือน เผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและรอยแผลเป็นที่พาดผ่านลำคอ... เป็นใบหน้าของคนตายที่รวินท์จำได้แม่นที่สุดในความทรงจำ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความลับนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ สเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%