สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 19

ความสงสัยที่ก่อตัว

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“คุณไม่ได้กำลังคิดไปเองหรอก รวินท์” ศิลาเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังละเลงพู่กันลงบนผืนผ้าใบ จังหวะของฝีแปรงนั้นหนักหน่วงและสั่นไหวเล็กน้อยโดยที่เขาไม่รู้ตัว ชายหนุ่มวางพู่กันลง ก่อนจะหันมาสบตาเพื่อนร่วมทางที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกฝ้าที่สะท้อนเงาของย่านการค้าอันวุ่นวายเบื้องล่าง รวินท์ไม่ได้ตอบทันที เขายกปลายนิ้วขึ้นแตะที่ขอบหน้าต่าง รอยนิ้วมือของเขาปรากฏจางๆ บนคราบฝุ่นที่เกาะตัวอยู่ บรรยากาศในห้องสตูดิโอขนาดเล็กของศิลาอบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและมวลความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก “รถสีเทาเมื่อวาน... คันที่จอดอยู่ใต้คอนโดผมตอนตีสอง แล้วก็มอเตอร์ไซค์ที่จอดแช่อยู่หน้าคาเฟ่เมื่อตอนบ่าย” รวินท์เว้นจังหวะ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่น่าเกรงขาม “ผมเห็นมันทุกที่ ศิลา เหมือนเงาที่ตั้งใจจะให้ผมเห็น แต่ไม่ยอมเข้ามาใกล้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม” ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นจิบ “นายกำลังถูกจับจ้องไม่ใช่แค่เรื่องเส้นทางที่เดินทาง แต่มันคือเรื่องของตัวตนที่นายพยายามปกปิด ความวิตกของนายเริ่มส่งกลิ่นออกมาแล้วรวินท์ และสำหรับใครก็ตามที่เฝ้าดูอยู่ กลิ่นความกลัวนั่นแหละคือสัญญาณเรียกให้พวกเขาขยับเข้าหา” รวินท์หันกลับมา แววตาของเขาไหววูบเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมกรรโชก ปมในใจเรื่องการสูญเสียครอบครัวยังคงเป็นบาดแผลสดใหม่ที่เขาซุกซ่อนไว้ใต้ท่าทีสุขุม นานเท่าไหร่แล้วที่เขาต้องใช้ชีวิตเหมือนเดินอยู่บนเชือกเส้นเดียวเหนือเหวลึก เขารู้สึกได้ถึงความดันอากาศที่เปลี่ยนไปรอบตัว สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่เคยถูกกดทับไว้เริ่มตื่นตัวจนทำให้นิ้วมือของเขาขยับไปมาอย่างคุมไม่ได้ “ถ้าเขาต้องการตัวผม ทำไมไม่ลงมือเลยล่ะ?” รวินท์ตั้งคำถามพลางสาวเท้าไปที่กลางห้อง “หรือว่าสิ่งที่เขากำลังตามหาจริงๆ คือสิ่งที่ผมเองก็ยังไม่รู้ว่ามันอยู่ในตัวผม?” ศิลาเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเดินไปที่มุมห้องแล้วหยิบรูปวาดที่เขาวาดค้างไว้เมื่อคืนออกมา มันไม่ใช่ภาพทิวทัศน์ที่เขาถนัด แต่มันคือภาพร่างของเส้นทางที่บิดเบี้ยวและใบหน้าของคนที่ไร้ดวงตา “นายจำวันที่เกิดเหตุการณ์นั้นได้ไหมรวินท์ วันที่ทุกอย่างพังทลายลงต่อหน้าต่อตา นายไม่ได้แค่สูญเสียครอบครัวไป แต่มีบางอย่าง ‘ถูกฝาก’ ไว้กับนายในวินาทีนั้น บางอย่างที่นายเลือกจะปิดตายมันไว้ด้วยความทรงจำที่เจ็บปวด” คำพูดของศิลาเปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกทุ่มลงในบึงน้ำที่นิ่งสนิท รวินท์รู้สึกเหมือนเข็มพันเล่มพุ่งเข้าหาหน้าอก เขาหายใจหอบถี่ขึ้น แสงไฟในห้องวูบไหวราวกับจะมีใครมาตัดกระแสไฟฟ้า ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบงันที่ยาวนานจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม รวินท์หยิบเสื้อคลุมตัวหนาขึ้นสวมพลางมองไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นเงาร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่ตรงเสาไฟฟ้าฝั่งตรงข้าม ชายชุดดำในเสื้อโค้ทตัวยาวที่ดูเหมือนจะกลืนไปกับความมืดมิดของยามค่ำคืนที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันไม่ได้พยายามหลบซ่อน แต่มันกำลังมองขึ้นมา... ตรงมาที่หน้าต่างบานนี้ “เขารู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่” รวินท์กระซิบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนต่ำที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง “ศิลา... นายต้องรีบออกไปทางประตูหลัง เดี๋ยวนี้” “แล้วนายล่ะ?” ศิลาวางพู่กันลง ท่าทีที่เคยดูอ่อนไหวกลับเปลี่ยนเป็นเด็ดขาด เขาคว้าสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมาถือไว้ “ผมจะเบี่ยงเบนความสนใจให้” รวินท์หยิบกุญแจรถขึ้นมา จังหวะชีวิตที่เคยราบเรียบกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล “ถ้าผมไม่รอดไปถึงจุดนัดพบที่หัวหิน อย่าหันหลังกลับมามองเด็ดขาด เข้าใจไหม?” ขณะที่รวินท์กำลังจะก้าวเท้าออกจากห้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะที่มั่นคง หนักแน่น และแฝงไปด้วยคำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้ รวินท์หยุดชะงัก ฝ่ามือของเขากำลูกบิดประตูแน่นจนขึ้นข้อขาว ศิลาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาที่ทอดผ่านช่องว่างใต้ประตูประตูด้านล่าง มันไม่ใช่เงาของคนคนเดียว แต่มันคือเงาของคนสามคนที่ยืนล้อมกรอบทางเข้าไว้ราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่คุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา มันไม่ใช่เสียงของคนแปลกหน้า แต่มันคือเสียงที่เขาสุดแสนจะเกลียดชังและหวาดกลัวที่สุด... เสียงของพ่อที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน “เปิดประตูเถอะรวินท์... เรามีเรื่องที่ต้องสะสางกันนานแล้วนะลูก” หวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามการเดินทางของรวินท์และศิลาไปพร้อมกับผมนะครับ — สเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%