สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 32

ศัตรูในเงามืด

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"ถ้าคุณคิดว่าการเงียบคือเกราะกำบังที่ดีที่สุด รวินท์... ผมว่าคุณกำลังประเมินความอดทนของผมต่ำไปหน่อย" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ดังก้องในห้องทำงานที่มืดสลัว แสงจากโคมไฟตั้งโต๊ะสีหม่นส่องให้เห็นเพียงเงาเลือนลางของชายคนนั้น รวินท์ยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้บานใหญ่ มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ความเย็นเยียบของอากาศในห้องนี้ไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศ แต่มันมาจากคำพูดที่แฝงไปด้วยความหมายนัยยะที่เขารู้ดีว่ามันคืออะไร รวินท์ไม่ได้ขยับตัวทันที เขาใช้จังหวะนี้สูดลมหายใจลึก พยายามกดความสั่นไหวในอกให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความทรงจำที่เขาเพียรพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปี "ผมไม่ได้เงียบเพราะต้องการหลีกเลี่ยง แต่ผมเงียบเพราะกำลังรอให้ความจริงมันชัดเจนกว่านี้ครับ" "ความจริงงั้นหรือ?" ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "โลกใบนี้ไม่มีความจริงหรอกรวินท์ มีแต่สิ่งที่ถูกทำให้เชื่อ กับสิ่งที่ควรถูกลืม... และดูเหมือนคุณจะเป็นประเภทหลังเสียด้วยสิ" ในมุมหนึ่งของห้อง ศิลาที่นั่งกอดสมุดสเก็ตช์ภาพอยู่บนโซฟาหนังตัวยาวขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของศิลปินหนุ่มคู่นั้นไม่ได้มองไปยังชายที่นั่งหลังโต๊ะ แต่เขากำลังจ้องมองเงาที่ทอดตัวอยู่บนพื้นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่นอกห้อง เงานั้นเขยื้อนไหวอย่างผิดปกติราวกับมีชีวิต "รวินท์... ออกไปจากที่นี่เถอะ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น สายตาของเขาส่งสัญญาณเตือนที่สื่อสารกันมานานหลายปี รวินท์สัมผัสได้ถึงความผิดปกติผ่านน้ำเสียงของเพื่อนสนิท ศิลากำลังกลัว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกถึงสัญญาณอันตรายที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ รวินท์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวขณะที่ชายวัยกลางคนคนนั้นเริ่มลุกขึ้นยืน ชายผู้นี้คือตัวการใหญ่ที่เขาตามหามาตลอด แต่การเผชิญหน้าในครั้งนี้กลับไม่เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ทุกอย่างดูเหมือนบทละครที่ถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้า "จะรีบไปไหนล่ะ?" ชายคนนั้นหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาวางบนโต๊ะ "รูปถ่ายใบนี้... คุณคงคุ้นตาดีสินะ รวินท์" รวินท์ปรายตามอง ในรูปถ่ายใบเก่าที่มุมขวามีรอยไหม้ ปรากฏภาพบ้านหลังเล็กๆ ในช่วงเวลาเย็นย่ำที่ดูสงบสุข แต่หากสังเกตให้ดี ตรงมุมล่างสุดของรูปถ่ายกลับมีเงาสีดำทมิฬที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแสงเงาตามธรรมชาติ มันคือเงาที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ และเป็นเงาเดียวกับที่เขาเคยเห็นในคืนที่ครอบครัวของเขาต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ "คุณเอามาจากไหน" เสียงของรวินท์เริ่มสั่น แต่เขาพยายามบังคับให้มันราบเรียบที่สุด "เงาไม่เคยจากคุณไปไหนหรอกรวินท์ มันแค่รอเวลาที่เจ้าของของมันจะพร้อมยอมรับความผิดพลาดในอดีตเท่านั้น" ชายคนนั้นก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูสุขุมนุ่มลึก แต่ดวงตานั้นกลับว่างเปล่าดั่งหลุมศพที่ไม่มีวันเต็ม ศิลาลุกขึ้นยืน สัญชาตญาณศิลปินของเขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของโครงสร้างห้อง จังหวะการหายใจของเขาเริ่มถี่รัว "รวินท์! อย่าฟังมัน! สิ่งที่มันกำลังจะพูดไม่ใช่ความจริงทั้งหมด... มันคือกลลวง!" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ห้องที่ควรจะเงียบสงัดกลับเต็มไปด้วยเสียงการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ ประตูบานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรง ทว่าไม่ใช่บุคคลในชุดสูทที่เขาคาดคิด แต่กลับเป็นชายในชุดดำสนิทที่ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากเหล็กเรียบเกลี้ยง ชายวัยกลางคนแสยะยิ้ม "เกมล่าความจริงมันจบลงแล้วรวินท์... และผู้ชนะไม่ใช่คุณ" รวินท์ถอยกรูดไปจนชิดผนัง มือของเขาคว้าหาบางอย่างในกระเป๋าเสื้อ แต่เขากลับพบเพียงสมุดภาพเก่าๆ ของศิลาที่เขายึดไว้ในตอนแรก ศิลาพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนรวินท์ไว้ สายตาของทั้งคู่ประสานกันในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ในจังหวะที่หน้ากากเหล็กง้างอาวุธในมือขึ้น รวินท์ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาตัดสินใจคว่ำโต๊ะไม้ตัวใหญ่ทับหน้ากากเหล็กคนแรกจนล้มลง ก่อนจะฉุดร่างศิลาพุ่งตัวออกทางหน้าต่างกระจกที่อยู่ด้านหลังห้อง ความมืดของยามค่ำคืนภายนอกดูเหมือนจะโอบกอดพวกเขาไว้ แต่เมื่อรวินท์หันกลับมามองในห้องผ่านกระจกที่แตกละเอียด เขากลับเห็นภาพที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ชายวัยกลางคนคนนั้นไม่ได้ไล่ตามมา แต่เขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ในมือถือรูปถ่ายภาพเดียวกันซ้ำๆ กันนับสิบใบ พร้อมกับรอยยิ้มที่เผยให้เห็นความลับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า รวินท์เบิกตากว้างเมื่อเห็นชายคนนั้นยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูแล้วพูดเสียงดังชัดเจนจนเขาได้ยินผ่านลมหนาว "จัดการมันซะ... ก่อนที่มันจะรู้ว่า ตัวมันเองนั่นแหละ คือเงาที่พวกเราตามหามาตลอด" ความจริงที่เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจทำให้รวินท์หยุดชะงัก ศิลาที่ยืนอยู่ข้างกายเริ่มปล่อยมือจากแขนเขาอย่างช้าๆ พร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ สเปซโอเดสซีย์ครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%