สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 50

ปมที่คลี่คลาย

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์จางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องสมุดสลัว รวินท์วางจดหมายฉบับนั้นลงบนโต๊ะไม้สักด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความเงียบงันภายในห้องกว้างใหญ่ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบ หากแต่มันกดทับลงบนโสตประสาทราวกับเสียงคำรามของคลื่นใต้น้ำ ภาพเหตุการณ์เมื่อเจ็ดปีก่อนย้อนกลับมาในห้วงคำนึงราวกับภาพยนตร์ฟิล์มเก่าที่ฉายซ้ำ รอยยิ้มครั้งสุดท้าย แว่นตาที่ตกแตกอยู่บนพื้น และความเข้าใจอันผิดเพี้ยนที่เขาแบกรับไว้เป็นตราบาปมาตลอดครึ่งชีวิต "คุณยังเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นอยู่หรือครับ รวินท์" เสียงนุ่มทุบทำลายความเงียบลง ศิลาก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องแสงสลัวจากหน้าต่างกระจกสี ศิลปินหนุ่มไม่ได้มองหน้าเขา แต่นัยน์ตากลับทอดมองไปยังภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่บนผนัง ภาพที่บันทึกรอยแยกแห่งความไว้วางใจในอดีต ภาพที่ศilลากวัดแกว่งพู่กันลงไปเพื่อบันทึกความเจ็บปวด ไม่ใช่ความงดงาม รวินท์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความอ้างว้างเอาไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ บัดนี้กลับไหววูบ "ถ้ามันไม่ใช่ความจริง แล้วจดหมายสารภาพบาปฉบับนี้หมายความว่าอย่างไร ศิลา... คนที่ทิ้งผมไปในวันนั้น คือคนที่เลือกจะเดินจากไปเอง ไม่ใช่หรือ" ศิลาหันกลับมามอง ชายหนุ่มระบายยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความจริงอันแสนเจ็บปวด รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรวินท์กระตุกวูบ "ไม่มีใครอยากเดินจากไปหรอกครับ... ถ้าฟันเฟืองของกาลเวลามันไม่บีบให้ต้องเลือก" ศิลาเดินเข้าไปใกล้ โต๊ะไม้สักตัวเดิมกลายเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างความเข้าใจและความเข้าใจผิด "คุณจำเหตุการณ์คืนวันที่พายุเข้าได้ไหมครับ คืนที่ตระกูลของคุณล่มสลายลงต่อหน้าต่อตา คุณคิดว่าพ่อของผมเป็นคนทรยศ... แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่า ทำไมท่านถึงยอมเซ็นชื่อลงในเอกสารฉบับนั้น" หัวใจของรวินท์กระหน่ำเต้นด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน "คุณหมายความว่ายังไง" "ท่านไม่ได้ขายครอบครัวคุณครับ..." ศิลาสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วย "แต่ท่านแลก... แลกชีวิตของคุณ กับอนาคตของตระกูลศิลา และความปลอดภัยของคนที่ท่านรักที่สุดในโลก เพื่อให้คุณรอดไปยืนในจุดนี้ได้ พ่อของผมจึงต้องยอมรับบทเป็นคนทรยศในสายตาของคุณตลอดกาล" โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน รวินท์รู้สึกราวกับถูกค้อนเหล็กทุบเข้าที่กลางอกอย่างจัง ความโกรธแค้น ความเกลียดชัง และความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณเขามาตลอดเจ็ดปี พังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว ภาพความทรงจำทั้งหมดถูกจัดเรียงใหม่ในหัวอย่างรวดเร็ว—สายตาที่เต็มไปด้วยความอาลัยของพ่อศิลาในวันนั้น, คำพูดทิ้งท้ายก่อนที่บ้านจะถูกไฟไหม้, และเงาสีดำของความจริงที่เขาปิดกั้นมันมาตลอด "ไม่... ไม่จริง" รวินท์สบพึมพำ มือหนากำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ถ้ามันเป็นแบบนั้น ทำไมเขาถึงไม่บอกผม ทำไมต้องปล่อยให้ผมเกลียดเขามาตลอดชีวิต!" "เพราะความจริงมันพรากทุกอย่างไปได้มากกว่าความเกลียดชังอย่างไรล่ะครับ" ศิลาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เอื้อมมือออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่ที่สั่นเทาของชายหนุ่ม แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นกะทันหันจากทางเดินด้านนอก ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางลงจนสิ้นซาก ฝีเท้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ ฝีเท้าของบุคคลที่ควรจะหลับใหลอยู่ใต้ดินลึกตามคำบอกเล่าของประวัติศาสตร์ตระกูล ประภาคารแห่งความจริงกำลังสั่นคลอน เมื่อบานประตูไม้สักค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างเงาของใครบางคนยืนอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับรอยยิ้มที่รวินท์ไม่มีวันลืมเลือนตลอดกาล ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งความทรงจำนี้ไปด้วยกันนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%