"คุณไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงแบบนั้น... โดยเฉพาะหลังจากที่คุณปล่อยให้เวลาล่วงเลยมานานถึงยี่สิบปี"
รวินท์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องรับรองในคฤหาสน์หลังเก่า ร่างสูงยืนหันหลังให้ผู้มาเยือน มือที่สอดอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนใต้ผิวหนัง เขาไม่ได้หันไปมองชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักด้านหลัง ทว่าเขารู้สึกได้ถึงไอความเย็นจากคนผู้นั้น—ความเย็นที่ชวนให้ระลึกถึงวันที่ความอบอุ่นในบ้านของเขาต้องมอดไหม้ลง
'อรรถ' ชายผู้เป็นลุงแท้ๆ ของรวินท์ ขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย สายตาของเขาไม่ได้ฉายแววสำนึกผิด หากแต่เป็นความอ่อนล้าที่หมักหมมมานานปี เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องในห้องที่เงียบสงัด
"เวลาไม่ได้ทำให้ความผิดของฉันจางหายไปหรอก รวินท์" อรรถกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ฉันรู้ดีว่าคำขอโทษมันไร้ค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ครอบครัวเธอสูญเสียไป แต่ในฐานะคนที่เฝ้ามองดูเธอเติบโตผ่านรอยแยกของเงามาโดยตลอด ฉันไม่อาจเก็บความลับนี้ไว้ได้อีกแล้ว"
รวินท์หมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลุงผู้ห่างเหิน เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในน้ำเสียงนั้น แต่มันไม่ใช่ความกลัว มันคือความหวาดระแวงต่อบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
"อย่ามาเล่นละครเรียกความสงสารตอนนี้เลยครับ" รวินท์แค่นยิ้มที่มุมปาก "ถ้าคุณมาเพื่อจะบอกว่าที่ผ่านมาคุณทำไปเพราะความจำเป็น หรือเพราะถูกกดดันจากใครก็ตาม ผมบอกได้เลยว่านั่นคือเหตุผลที่น่าสมเพชที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยิน"
ขณะที่บรรยากาศระหว่างคนสองคนกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออก ศิลาก็เดินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ากังวล เขาหยุดยืนอยู่ข้างรวินท์ มือข้างหนึ่งแตะลงที่ไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ ทว่าสายตาของศิลากลับจับจ้องไปที่เอกสารซองสีน้ำตาลที่อรรถวางทิ้งไว้บนโต๊ะกลางห้อง
"รวินท์... ลองฟังเขาสักนิดเถอะ" ศิลาเอ่ยแผ่วเบา "ภาพร่างที่ผมเห็นในความฝัน... ทุกอย่างมันดูเหมือนจะสอดคล้องกับสิ่งที่เขากำลังจะพูด"
รวินท์หันไปมองศิลาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความโกรธเกรี้ยวในใจลดทอนลงเหลือเพียงความสับสน เขารู้ดีว่าศิลาไม่ได้พูดเพ้อเจ้อ ภาพวาดของศิลาที่บันทึกความทรงจำของคนอื่นได้อย่างน่าประหลาดใจนั้น มักจะเป็นกระจกเงาที่สะท้อนถึงปมมืดที่รวินท์พยายามปิดตายมาตลอด
"งั้นก็ว่ามา" รวินท์หันไปทางอรรถ "พูดในสิ่งที่ทำให้คุณต้องบุกมาหาผมถึงที่นี่ อะไรคือสิ่งที่คุณต้องสารภาพก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
อรรถเดินเข้าไปที่โต๊ะ หยิบซองเอกสารขึ้นมาแล้วส่งให้รวินท์ มือของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ "ในวันที่บ้านของเธอถูกเพลิงไหม้ มันไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจรตามที่รายงานในหน้าหนังสือพิมพ์... พ่อของเธอค้นพบ 'รอยร้าว' ของเวลาที่เกิดจากความโลภของคนในตระกูลเรา และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาต้องกำจัดครอบครัวเธอทิ้ง"
รวินท์รับเอกสารมาเปิดออก ทันทีที่สายตาไล่ไปตามตัวอักษรและรูปภาพถ่ายเก่าๆ ที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก มือที่ถือเอกสารสั่นเทาจนกระดาษยับย่น
นั่นไม่ใช่บันทึกของทางราชการ แต่มันคือบันทึกส่วนตัวของอรรถที่บันทึกไว้ตั้งแต่วันนั้น—วันที่เขาเห็นคนในตระกูลวางแผนการทำลายล้างเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลังพลังงานที่ใครบางคนพยายามครอบครอง
"คุณบอกว่า... พวกเขา?" รวินท์เสียงสั่น "หมายความว่านอกจากคุณแล้ว ยังมีคนอื่นที่รู้อยู่เต็มอกแต่เลือกที่จะเงียบงั้นเหรอ?"
อรรถก้มหน้าลง ไม่ตอบคำถาม แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องประตูห้องรับรองที่ปิดสนิทถูกผลักออกเบาๆ ด้วยฝีมือของใครบางคนที่ยืนรอฟังความลับทั้งหมดนี้อยู่หน้าประตูมานาน
ร่างสูงสง่าในชุดสีดำสนิทก้าวเข้ามา แสงไฟในห้องดูเหมือนจะวูบไหวราวกับถูกกลืนกินโดยไอเย็นที่แผ่ออกมาจากชายผู้มาใหม่ รวินท์เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยดี ซึ่งเป็นใบหน้าเดียวกับที่เขามักจะเห็นในภาพถ่ายครอบครัวสมัยที่เขายังเด็ก—ใบหน้าที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อยี่สิบปีก่อน
"ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะการสนทนาที่น่าประทับใจนี้นะหลานรัก" เสียงทุ้มต่ำดังกังวานขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นจนน่าขนลุก "แต่สิ่งที่ลุงของเธอเก็บไว้... มันไม่ได้เป็นแค่ความลับ แต่มันคือใบเบิกทางที่พาฉันกลับมาทวงทุกอย่างคืน"
รวินท์ยืนแข็งทื่อ เอกสารในมือร่วงลงสู่พื้น กระดาษใบหนึ่งเผยให้เห็นภาพถ่ายของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพที่ดูหนุ่มกว่านี้มาก แต่นั่นไม่ใช่จุดพีคที่สุด... จุดพีคที่สุดคือบนไหล่ซ้ายของชายคนนั้น มีรอยสักสัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏอยู่ในภาพวาดล่าสุดของศิลา—ภาพวาดที่ศิลาตั้งชื่อไว้ว่า 'ผู้เฝ้าประตูแห่งความตาย'
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความจริงนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 51
คำขอโทษที่ล่าช้า
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!