"ส่งของมาเสียดีๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงด้วยเลือด"
เสียงทุ้มต่ำของชายร่างยักษ์ในชุดดำสนิทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตรอกแคบ กลิ่นคาวฝนและกลิ่นน้ำมันเครื่องที่ตกค้างในอากาศทำให้บรรยากาศรอบกายรวินท์ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รวินท์ถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับกำแพงอิฐเย็นเฉียบ มือของเขากำวัตถุชิ้นหนึ่งในกระเป๋าเสื้อไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"ผมไม่รู้ว่าพวกคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร" รวินท์ตอบกลับ น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งทว่าแฝงไปด้วยความสั่นไหวที่พยายามควบคุมไว้อย่างสุดความสามารถ ดวงตาคู่คมจ้องมองชายฉกรรจ์สามคนตรงหน้าโดยไม่หลบเลี่ยง แม้ในใจจะตระหนกจนหัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ
ชายผู้นำกลุ่มหัวเราะร่วน ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดจนรวินท์สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่น่าสะอิดสะเอียน "ความจำสั้นสินะ... งั้นเรามาช่วยเตือนความจำให้กันหน่อยไหมล่ะ?"
เขาง้างมือขึ้น หวังจะกระชากคอเสื้อของรวินท์ ทว่าในจังหวะที่เสี้ยววินาทีดูจะยืดออกจนเกือบหยุดนิ่ง ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางอย่างรวดเร็วราวกับเงาพราย ศิลาไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราด แต่เขากลับคว้าท่อนเหล็กจากพื้นขึ้นมาฟาดเข้าที่ข้อมือของชายคนนั้นอย่างแม่นยำจนอีกฝ่ายต้องร้องลั่น
"ถอยไป" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตาที่มักจะอ่อนโยนราวกับภาพวาดกลับวาวโรจน์ด้วยแรงโทสะที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งสงบ
"แกเป็นใคร!" ชายร่างยักษ์คำรามลั่น พลางส่งสัญญาณให้พรรคพวกที่เหลือรุมล้อมเข้ามา
ศิลาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา เขากลับหันมามองรวินท์เพียงชั่วครู่ สายตาของเขาส่งผ่านความหมายบางอย่างที่รวินท์อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้ความกลัวในใจของรวินท์จางหายไปแทนที่ด้วยความสงสัย "วิ่งไปที่ทางออกซะ" ศิลาบอกสั้นๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าปะทะกับกลุ่มชายแปลกหน้าด้วยจังหวะที่คาดเดาไม่ได้ เหมือนดั่งพู่กันที่ตวัดลงบนผืนผ้าใบด้วยแรงอารมณ์ฉับพลัน
รวินท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นว่าศิลากำลังเสียเปรียบเพราะจำนวนที่มากกว่า เขาจึงตัดสินใจกัดฟันวิ่งฝ่าความมืดออกไป ทว่าในขณะที่เขากำลังจะพ้นปากตรอก ขาของเขากลับชะงักงันเมื่อเงาตะคุ่มของใครบางคนปรากฏขึ้นขวางทางไว้
คนคนนั้นสวมหมวกปีกกว้างที่บดบังใบหน้าเกือบมิด เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นท่ามกลางเสียงการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหลัง
"นายไม่ควรอยู่ที่นี่... รวินท์" เสียงของชายปริศนาเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างประหลาด รวินท์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เงาหมวก ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อคนคนนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นแววตาที่เขาจำได้ดีที่สุด... แววตาของคนที่ควรจะเสียชีวิตไปในเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน
รวินท์ถอยกรูดจนล้มลงกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง "เป็นไปไม่ได้... พ่อ?"
ชายคนนั้นเพียงแต่เหยียดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะชักวัตถุสีดำเงาวับออกมาจากเสื้อโค้ท เล็งปลายกระบอกนั้นมาที่รวินท์อย่างเยือกเย็น ในขณะที่ศิลาซึ่งเพิ่งสลัดตัวจากชายชุดดำพุ่งตัวเข้ามาด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกสุดขีด
"รวินท์! อย่ามองตานั่น!" ศิลาตะโกนลั่น แต่ทุกอย่างสายเกินไป เมื่อเสียงปืนนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตรอกแคบ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นสักขีพยานในนาทีแห่งความเป็นตายนี้ไปกับผมนะครับ — สเปซโอเดสซีย์
สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 11
การเผชิญหน้าครั้งแรก
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!