สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 34

ความหวาดกลัว

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นอายความชื้นและฝุ่นละอองเก่าเก็บในห้องใต้หลังคา ทำให้จมูกของผมแสบร้อนเล็กน้อย แต่สิ่งที่รบกวนสติผมมากกว่าสิ่งอื่นใดในวินาทีนี้ คือเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดไม้อย่างไม่รีบร้อน แต่ละก้าวที่กระทบพื้นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัส มันไม่ใช่เสียงของความบังเอิญ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เจ้าของบ้านที่ควรจะกลับมาในเวลานี้ "คุณรวินท์..." เสียงกระซิบแผ่วเบาจากคนข้างกายดังขึ้น ศิลาขยับเข้ามาใกล้ผมโดยสัญชาตญาณ ปลายเสื้อเชิ้ตสีขาวของศิลปินหนุ่มถูกกำไว้ด้วยมือเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อย แม้เจ้าตัวจะพยายามพรางความหวาดกลัวไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่มักจะเชิดใส่ผมเสมอ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ผมเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนของศิลาไว้ ออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างโปร่งถอยไปหลบหลังชั้นหนังสือไม้สักทึบที่อัดแน่นด้วยตำราโบราณ จังหวะหัวใจของผมเต้นโครมครามอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะความกลัวที่จะเผชิญหน้ากับอันตราย แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า... เป้าหมายของคนด้านนอกนั้น ไม่ใช่ผม "เงียบไว้" ผมกระซิบชิดริมหูของเขา ลลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้ศิลาสะดุ้งเล็กน้อย แต่เจ้าตัวก็พยักหน้ารับอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะต่อปากต่อคำเหมือนทุกที ประตูห้องใต้หลังคาถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี บานพับสนิมเขรอะส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง กลิ่นบุหรี่ราคาถูกลอยปะปนมากับอากาศอับชื้น เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่กลางห้อง ดวงตาสอดส่องกวาดมองไปทั่วราวกกับสัตว์ป่ากำลังล่าเหยื่อ "รู้ไหมครับว่าการแอบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น มันเสียมารยาทมากนะ" ผมก้าวพ้นจากมุมมืดออกไปยืนขวางหน้าชั้นหนังสือไว้ ชายหนุ่มแปลกหน้าหันขวับมามอง มุมปากหยักยิ้มเยาะด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ผมอยากซัดหมัดใส่สักทีสองที "นึกว่าใคร... คุณรวินท์ นักธุรกิจผู้รักความสันโดษนี่เอง" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด ในมือของมันมีวัตถุโลหะสีดำด้านสะท้อนแสงไฟสลัวจากหน้าต่าง "แต่ดูเหมือนคุณจะพาแมวตื่นตูมมาด้วยตัวหนึ่งนะ" สายตาคมกริบของมันเหลือบมองเลยผ่านไหล่ผมไปยังร่างของศิลาที่ซ่อนอยู่ "ถอยไป" ผมกดเสียงต่ำ แววตาเย็นเยียบจนอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ต้องการอะไรก็คุยกันตรงๆ ไม่ต้องเล่นตลก" "ตลกเหรอครับ?" มันหัวเราะในลำคอ ท่าทางไม่ได้สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่ผมแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย "ผมไม่ได้มาเล่นตลก แต่ผมมารับของสำคัญ... ของที่ไอ้เด็กศิลปินหลังห้องคนนั้นมันบังอาจหยิบติดมือไปเมื่อคืน" ศิลาที่ยืนอยู่ด้านหลังสะดุ้งสุดตัว มือเรียวเผลอคว้าชายเสื้อผมแน่นขึ้นไปอีก ผมรู้ทันทีว่าสิ่งที่พวกมันตามหาคือสมุดสเกตช์ภาพเล่มเล็กที่ศิลาเก็บได้จากเหตุการณ์หน้าร้านกาแฟเมื่อวาน สมุดที่เต็มไปด้วยเบาะแสและตัวเลขปริศนาที่อาจโยกย้ายอำนาจมืดบางอย่างได้ "ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร" ผมพยายามถ่วงเวลา สมองหมุนติ้วเพื่อหาทางหนทีไล่ สายตากวาดมองหาช่องทางหนีทีไล่ หน้าต่างบานเกล็ดด้านหลังถูกลงกลอนไว้แน่นหนา ทางเดียวที่จะออกไปคือประตูที่ไอ้เวรนี่มันยืนขวางอยู่ "อย่ามาเล่นลิ้นเลยคุณรวินท์!" เสียงของมันเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อเห็นผมไม่มีท่าทีจะถอย ปืนในมือถูกยกขึ้นระดับอก ปลายกระบอกสีดำสนิทเล็งตรงมาที่ผมโดยไม่มีความลังเล "ส่งสมุดเล่มนั้นมา ไม่อย่างนั้น... ผมคงต้องเป่าหัวคนข้างหลังคุณให้สมองกระจายคากลุ่มงานศิลปะนี่ซะก่อน" "คุณกล้าเหรอ..." เสียงใสของศิลาโพล่งขึ้นมาจากด้านหลัง เจ้าตัวก้าวออกมาจากเงาของชั้นหนังสือ ดวงตาคมดุจ้องมองคนร้ายอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ริมฝีปากจะซีดเผือด "ถ้าคุณยิง... หลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งถึงตำรวจในอีกห้าวินาทีข้างหน้า เพราะฉันตั้งเวลาส่งอัตโนมัติไว้แล้ว" ผมเหลือบมองศิลาด้วยความระคนทึ่งและนึกหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน ปากเก่งไม่เข้าเรื่องจริงๆ ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ยังจะมีแก่ใจไปขู่มันอีก แต่ดูเหมือนคำขู่ของศิลาจะได้ผล ชายหนุ่มแปลกหน้าชะงักไป สีหน้าฉายแวลังเลอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาของมันกวาดมองสำรวจศิลาตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินความน่าจะเป็น "อวดดีนักนะ..." มันกัดฟันกรอด นิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกกระชับแน่นขึ้น "งั้นก็ตายพร้อมกันซะเถอะ!" จังหวะนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตของคนร้ายก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบ มันขมวดคิ้วอย่างขัดใจ แต่สายตายังไม่ละไปจากพวกเรา มือข้างที่ว่างควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ สีหน้าของมันเปลี่ยนสีทันทีเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา ความตึงเครียดในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด "ครับนาย..." มันกรอกเสียงลงไปในเครื่องด้วยความเคารพยำเกรง ดวงตาหันมาถลึงใส่ผมและศิลาอาฆาต "ครับ... เข้าใจแล้วครับ" มันกดตัดสาย ปลายกระบอกปืนยังคงเล็งมาที่ผม แต่มืออีกข้างเริ่มสั่นเทาเล็กน้อย "พวกแกโชคดี..." มันเค้นเสียงลอดไรฟัน "แต่นี่ไม่ใช่จุดจบ... นายกูสั่งให้เก็บพวกแกแน่ แค่ไม่ใช่ตอนนี้!" พูดจบ มันก็หมุนตัววิ่งพรวดพราดลงบันไดไป เสียงฝีเท้ากระแทกกระทั้นถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ที่ดังกระหึ่มขึ้นหน้าบ้านแล้วซิ่งหายไปในความมืด ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องใต้หลังคาอีกครั้ง ทว่าเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของผมและศิลากลับดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร ผมหันกลับไปมองคนข้างกาย ศิลายังคงยืนนิ่ง ไหล่บางไหวโยนเล็กน้อยจากการพยายามควบคุมสติ ผมถอนหายใจยาวเหยียด ยื่นมือไปหมายจะแตะไหล่ปลอบโยนสักหน่อย "เก่งนักนะ เมื่อกี้คิดอะไรอยู่ถึงไปท้าทายมันแบบนั้น หะ?" ผมเอ็ดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยแต่ปากร้ายตามเคย ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาผม ดวงตากลมโตคู่นั้นคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใส แต่ริมฝีปากยังคงเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ก็ถ้าฉันไม่ขู่มัน เราก็คงพรุนไปแล้ว... ว่าแต่คุณเถอะ เอาตัวมาบังฉันทำไม อยากเป็นฮีโร่จนตัวสั่นหรือไงครับ คุณรวินท์" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความสั่นเครือแต่วาจายังคงคมคายไม่เปลี่ยน ผมแค่นسยิ้มที่มุมปาก ขยับเข้าไปประชิดตัวจนแผ่นหลังของอีกฝ่ายชนเข้ากับชั้นหนังสือ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด ดวงตาของเราประสานกันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่บนพวงแก้ม "ใช่... อยากเป็นฮีโร่เฉพาะกับนายคนเดียวพอใจหรือยัง" ผมกระซิบเสียงพร่า แกล้งโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ศิลาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับจู่โจมที่ตั้งตัวไม่ติด ความเงียบโรแมนติกที่เพิ่งก่อตัวขึ้นชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทว่า... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงเคาะประตูด้านล่างดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูบ้านที่ดังเอี๊ยดอ๊าด และเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินขึ้นบันไดมาช้าๆ โดยไม่มีการเอ่ยทักทายใดๆ ทั้งสิ้น ศิลาสะดุ้งสุดตัว มือเรียวรีบดันอกผมให้ออกห่าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอีกครั้งเมื่อตระหนักว่า... คนที่กำลังเดินขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่ไอ้คนร้ายเมื่อครู่ เงาดำที่ทาบทับลงบนกรอบประตูห้องใต้หลังคา ค่อยๆ ปรากฏร่างของบุคคลที่ผมคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน... ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%