“ถ้าคุณคิดว่าการเงียบจะทำให้เศษซากความผิดพลาดพวกนี้หายไปได้ ผมว่าคุณคิดผิดถนัด รวินท์”
เสียงของศิลาดังสะท้อนอยู่ภายในห้องเก็บของเก่าใต้ตึกแถวริมแม่น้ำ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศไม่ได้ทำให้รวินท์รู้สึกระคายเคืองเท่ากับคำพูดที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของเพื่อนรัก ชายหนุ่มนิ่งเงียบ แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเพียงเล็กน้อยขณะที่เขากำลังก้มลงหยิบเอกสารสีเหลืองซีดที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา
แผนการที่วางไว้เป็นแรมเดือน พังทลายลงในชั่วพริบตาเมื่อตู้เซฟใบนั้นถูกเปิดออก แต่มันไม่ใช่สิ่งของมีค่าที่เขาคาดหวัง มันกลับกลายเป็นบันทึกการทำธุรกรรมที่มัดตัวเขาและคนรอบข้างเข้าสู่มุมอับที่ไม่มีทางออก
“ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้” รวินท์เอ่ยเสียงเบา ความนิ่งสุขุมที่เป็นดั่งเกราะคุ้มกันมาตลอดบัดนี้เริ่มร้าวราน เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับศิลา ดวงตาที่เคยแน่วแน่ฉายแวววูบไหวราวกับคนหลงทาง “ศิลา... นายก็เห็น หลักฐานพวกนี้มันไม่ได้แค่ฟ้องเรื่องเงิน แต่มันกำลังดึงเอาเรื่องที่พ่อฉันพยายามจะฝังลงดินมาเปิดเผยทั้งหมด”
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแฝงไปด้วยความสมเพชปนเวทนา เขาขยับแว่นสายตาที่เบี้ยวเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้รวินท์จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายอีกฝ่าย “แล้วไง? ความจริงที่นายพยายามหนีมาตลอดสิบปี สุดท้ายมันก็วิ่งไล่หลังมาจนทัน และน่าขำที่นายเป็นคนเปิดประตูให้มันเข้ามาเองด้วยความประมาท”
รวินท์กำเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับย่น “ฉันแค่ต้องการจะแก้ไขสิ่งที่เริ่มไปแล้ว”
“แก้ไข? นายไม่ได้กำลังแก้ไขรวินท์ นายกำลังทำลายทุกอย่างที่เหลืออยู่” ศิลาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก ดวงตาของศิลปินที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับคมกริบราวกับใบมีด “นายคิดว่าคนพวกนั้นจะปล่อยนายไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ? แผนการที่นายวางไว้ว่าเราจะถอนตัวได้หลังจากคืนนี้... ดูนี่สิ”
ศิลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเปิดข้อความภาพที่เพิ่งได้รับเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน รวินท์กวาดสายตามองหน้าจอ ภาพนั้นคือภาพถ่ายมุมสูงของบ้านพักริมทะเลที่เขาเคยคิดว่าเป็นที่หลบภัยสุดท้ายเพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่ ภาพนั้นถ่ายจากระยะไกล แต่ชัดเจนพอที่จะเห็นชายชุดดำกลุ่มหนึ่งกำลังย่างกรายเข้าไปในตัวบ้าน
หัวใจของรวินท์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเย็นเฉียบแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ ความมั่นใจที่เคยคิดว่าเหนือกว่าศัตรูมลายสิ้นกลายเป็นเพียงเศษซากของความหลงผิด
“นายพลาดแล้วจริงๆ” ศิลาพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่บีบคั้น “นายหลงกลติดกับดักของคนพวกนั้นตั้งแต่ก้าวแรกที่เริ่มเดินหมากตัวนี้ การยอมรับความจริงมันเจ็บปวด แต่การดึงดันอยู่ในความลวงที่นายสร้างขึ้นเอง... มันอาจจะหมายถึงชีวิต”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ เสียงเข็มนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนังห้องที่เงียบสนิทดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ รวินท์หลับตาลง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติสัมปชัญญะที่แตกกระจัดกระจาย ความทรงจำในอดีตเกี่ยวกับวันที่ครอบครัวของเขาต้องล่มสลายฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง เป็นความรู้สึกเดิมที่เขาเกลียดที่สุด—ความรู้สึกไร้อำนาจ
“ศิลา... นายบอกฉันมาตามตรง” รวินท์ลืมตาขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อน “ในเอกสารพวกนี้... นายเห็นชื่อของใครบ้าง นอกจากฉัน”
ศิลานิ่งงันไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไป ความลังเลปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ตอบในทันที แต่ก้มมองเอกสารในมือรวินท์อีกครั้งก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างบานแคบที่มองเห็นแสงไฟจากเรือขนสินค้ากลางแม่น้ำ
“ถ้าฉันบอกนายไปตอนนี้ นายจะยังกล้าก้าวออกจากห้องนี้ไปเผชิญหน้ากับพวกมันไหมล่ะ?” ศิลาถามกลับ เสียงของเขาเบาหวิวราวกับกระซิบ
“ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” รวินท์ตอบหนักแน่น แม้ในใจจะรู้ดีว่านั่นคือการโกหกตัวเอง
ศิลายื่นมือมาแตะไหล่เพื่อนเบาๆ เป็นสัมผัสที่ดูเหมือนจะปลอบประโลม แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องพัก เสียงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติทำให้ทั้งคู่ชะงัก รวินท์คว้าปืนพกขึ้นมาเช็กกระสุนโดยสัญชาตญาณ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวไปที่ประตู เสียงเคาะเบาๆ สามครั้งที่ดูจังหวะสอดประสานกันอย่างประหลาดก็ดังขึ้น
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก
ศิลาหันกลับมามองรวินท์ ใบหน้าที่เคยเฉยเมยบัดนี้กลับซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด เขาค่อยๆ ถอยหลังออกห่างจากรวินท์จนไปชิดมุมห้อง “นั่นไม่ใช่คนของพวกมัน รวินท์”
“นายหมายความว่าไง?” รวินท์ถามพลางกระชับปืนในมือแน่น
ศิลาแค่นยิ้มออกมาด้วยความขมขื่นที่สุดเท่าที่รวินท์เคยเห็นมา “นั่นคือรหัสที่คนคนนั้นใช้... คนที่นายเชื่อว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน”
บานประตูไม้เก่าๆ เริ่มขยับเบาๆ จากแรงกดของคนด้านนอก รวินท์ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ความผิดพลาดที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นดูจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปถนัดตา เมื่อความลับที่เขาอุตส่าห์ปิดตายมาตลอดชีวิตกำลังจะพังทลายลงพร้อมกับประตูบานนั้นที่ค่อยๆ ถูกแง้มเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาที่คุ้นตาจนแทบหยุดหายใจ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งและเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดไปพร้อมกันนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 40
ความผิดพลาด
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!