สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 41

ความเศร้าที่ถาโถม

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างคละคลุ้งปะปนกับหยาดฝนที่ยังคงโปรยปรายอยู่นอกบานหน้าต่างเหล็กดัด รวินท์ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างมองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบไหวสาดส่องลงบนร่างนั้น—ร่างของคนที่เขาเพิ่งปฏิเสธที่จะรับฟังคำเตือนเมื่อไม่กี่นาตรีก่อนหน้านี้ ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน มีเพียงเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากเพดานกระทบพื้นซีเมนต์ดัง *ติ๊ง... ติ๊ง...* เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น "คุณรวินท์... ถอยออกมาก่อนครับ" เสียงทุ้มต่ำและสั่นเครือของศิลาเอ่ยขึ้น พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเขา ศิลาในยามนี้ใบซีดเผือด ดวงตาคู่สวยที่มักสะท้อนประกายความอ่อนโยนและความงดงามของโลกใบนี้ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความหวาดกลัวอย่างสุดขั้ว ปลายนิ้วของศิลปินหนุ่มสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้เมื่อมองภาพตรงหน้า รวินท์ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงจ้องมองรอยกระสุนที่เจาะผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวจนกลายเป็นสีแดงฉาน ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัวสมองอย่างไม่ยอมปรานี เสียงกรีดร้องของครอบครัวในคืนเพลิงผลาญเมื่อหลายปีก่อน เสียงสะท้อนที่เขาพยายามหนีให้พ้นตลอดชีวิต บัดนี้มันกลับดังขึ้นอีกครั้งในโสตประสาท ดังเสียจนแก้วหูแทบจะระเบิด "ผม... ผมน่าจะฟังเขาตั้งแต่แรก" รวินท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ไร้ซึ่งความมั่นคงใดๆ ที่เคยมี ความขัดแย้งที่ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือเกมที่ถูกจัดฉากขึ้นโดยกลุ่มคนที่ต้องการปิดปากความจริง และคนที่ต้องสังเวยให้กับความโลภครั้งนี้ กลับไม่ใช่ตัวเขา... แต่เป็นคนที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเบาะแสชิ้นสุดท้าย ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสะเทือนใจ พลางดึงแขนรวินท์เบาๆ ให้ถอยห่างจากจุดเกิดเหตุ "นี่ไม่ใช่เวลามาโทษตัวเองนะครับ เราต้องไปจากที่นี่ ก่อนที่พวกมันจะย้อนกลับมา" "ไปไหนล่ะศิลา?" รวินท์หันกลับมามองคู่คิด แววตาที่ปกติมักจะสุขุมและเต็มไปด้วยแผนการ บัดนี้กลับว่างเปล่าและแตกสลาย "ในเมื่อหลักฐานทั้งหมดอยู่ที่นี่ และคนที่รู้ความจริงก็... ตายไปต่อหน้าต่อตาเราแล้ว" คำพูดนั้นหยุดชะงักลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังแว่วมาจากบันไดทางขึ้นห้องใต้ดิน เสียงรองเท้าหนังกระทบขั้นบันไดปูนทีละก้าว... ทีละก้าว อย่างจงใจให้พวกเขารับรู้ถึงการมาเยือน ศิลาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้พวกเขาวิ่งหนี แต่ประตูทางออกเดียวถูกบล็อกไว้ด้วยเงาร่างปริศนาที่กำลังก้าวลงมาทีละน้อย ความกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก รวินท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่หลุดลอยกลับคืนมา มือหนาเอื้อมไปจับด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างเงียบเชียบ สายตาคมปลาบจ้องเขม็งไปยังความมืดตรงทางลงบันได พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความตายหรือความจริงที่อาจจะพรากทุกสิ่งไปจากเขาตลอดกาล เงาร่างนั้นหยุดยืนอยู่ที่ขั้นบันไดขั้นสุดท้าย แสงไฟสลัวเผยให้เห็นรอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างน่าขนลุก... คนที่พวกเขาคิดว่าอยู่ห่างไกลจากเหตุการณ์นี้มากที่สุด ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและค้นหาความจริงไปพร้อมกับตัวละครนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%