“เก็บมันไปเสียที ศิลา... ก่อนที่ผมจะโยนมันทิ้งลงถังขยะนั่น!”
เสียงของรวินท์แหบพร่าแต่มั่นคง แววตาของเขาไม่ได้ฉายชัดถึงความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นความหวาดกลัวที่ถูกฉาบไว้ด้วยกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะ เขาผลักนาฬิกาพกเรือนสีเงินเก่าคร่ำครึนั่นคืนสู่มือของอีกฝ่ายด้วยท่าทางเหมือนถูกของร้อน
ศิลาไม่หลบสายตา นิ้วเรียวยาวของศิลปินหนุ่มกำนาฬิกาไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาไม่ได้ขยับหนีไปไหน แม้จะถูกผลักไสด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน
“นายกลัวอะไร รวินท์” ศิลาถาม เสียงเรียบเรื่อยทว่าสั่นสะเทือนในอกคนฟัง “กลัวนาฬิกาที่เดินได้... หรือกลัวว่าโลกที่นายพยายามสร้างมาตลอดชีวิต กำลังจะพังทลายลงเพราะความจริงที่นายปฏิเสธมาตลอด?”
รวินท์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเทาเล็กน้อยถูกล้วงลึกลงในกระเป๋ากางเกงเพื่อปกปิดอาการ “โลกของผมไม่ได้มีพื้นที่สำหรับ ‘ความจริง’ ที่น่าขันแบบนั้น คุณเป็นศิลปิน ศิลา คุณถนัดการแต่งเติมสีสันให้เรื่องโกหกจนดูน่าหลงใหล แต่ผมไม่ใช่... ผมแค่คนที่อยากใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ต้องขุดคุ้ยซากศพของอดีตขึ้นมาประจานตัวเอง”
“มันไม่ใช่ซากศพ แต่มันคือเบาะแส” ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ ช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่ลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ “นาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้แค่เดิน แต่มันกำลัง ‘นับถอยหลัง’ รวินท์ นายก็รู้สึกได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกระซิบอยู่ข้างหู นายพยายามวิ่งหนี แต่ยิ่งวิ่ง นายยิ่งเข้าใกล้จุดที่พ่อของนายหายตัวไป”
รวินท์ผงะถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้องที่เต็มไปด้วยรูปวาดทิวทัศน์ไร้จุดหมายของศิลา เขาจ้องมองภาพเหล่านั้น—ภาพวาดที่ดูเหมือนภาพเขียนสีน้ำธรรมดา แต่หากมองให้ลึกกลับเต็มไปด้วยเส้นสายที่บิดเบี้ยวเหมือนรอยร้าวของห้วงเวลา
“เลิกยุ่งกับชีวิตผมสักที” รวินท์เอ่ยพลางหลับตาลงแน่น พยายามข่มความปั่นป่วนในใจ “เราก็แค่คนแปลกหน้าสองคนที่บังเอิญมาเช่าตึกแถวติดกัน อย่าเอาความเพ้อฝันของคุณมาผูกติดกับชีวิตพังๆ ของผมเลย คุณไม่รู้อะไรเลยว่าการมี ‘ความหวัง’ มันเลวร้ายแค่ไหนสำหรับคนที่สูญเสียทุกอย่างไปแล้ว”
“เพราะฉันรู้ดีต่างหาก ฉันถึงต้องดึงนายออกมา” ศิลาขยับเข้ามาอีกก้าว แววตาของเขาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความอาทร แต่มีความดื้อรั้นที่น่าหวั่นเกรง “ถ้าการที่ฉันพยายามจะช่วยนายมันทำให้กำแพงในใจนายมันสูงขึ้น ฉันก็จะปีนมันข้ามไปให้ดู... จนกว่านายจะยอมรับว่า นายไม่ได้โดดเดี่ยวในเรื่องนี้”
รวินท์เงยหน้าขึ้นมองศิลา ดวงตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง ความโหยหาที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจกำลังตีตื้นขึ้นมาจนจุกที่ลำคอ เขาต้องการคนเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็กลัวเหลือเกินว่าหากเขาเปิดใจให้ศิลาเข้ามา สุดท้ายแล้วเขาจะเป็นฝ่ายที่สูญเสียคนคนนี้ไป เหมือนที่เขาเคยเสียคนในครอบครัว
“คุณไม่เข้าใจหรอกว่าถ้าความลับนี้เปิดเผยออกมา คนที่จะต้องรับผลกระทบไม่ใช่แค่ผม...” รวินท์กระซิบ น้ำเสียงอ่อนลงจนเกือบจะเป็นการเว้าวอน “หยุดเถอะศิลา... กลับไปวาดรูปของคุณ แล้วทิ้งผมไว้กับเงาของตัวเองเถอะ”
เขาเดินเลี่ยงออกจากห้องทิ้งให้ศิลายืนนิ่งอยู่กลางห้องที่เงียบงัน รวินท์ก้าวเร็วๆ ลงบันไดไม้เก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะพังทลายลงมาตามอารมณ์ของเขา เขาต้องการออกไปจากที่นี่ ให้ห่างจากกลิ่นสีน้ำมัน กลิ่นความทรงจำ และกลิ่นนาฬิกาเรือนนั้น
ทว่า เมื่อถึงหน้าประตูทางออก รวินท์กลับชะงักงัน
ร่างสูงโปร่งของชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนพิงกรอบประตูอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมเสื้อโค้ทสีเทาเข้มที่ดูแปลกตากับอากาศร้อนระอุของเมืองนี้ ในมือของชายคนนั้นถือนาฬิกาพกที่ลักษณะเหมือนกับของศิลาไม่มีผิดเพี้ยน
“นาฬิกาของลูกไม่ได้เดินถอยหลังเพื่อเตือนภัยหรอกนะ รวินท์” ชายคนนั้นกล่าวขึ้นโดยไม่ได้หันมามอง น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนรวินท์รู้สึกเหมือนเลือดในกายหยุดไหล “มันเดินเพื่อบอกว่า... ถึงเวลาที่แกจะต้องเลือกแล้ว ว่าจะยอมเป็น ‘เหยื่อ’ ของเงาตัวเองต่อไป หรือจะเป็น ‘ผู้ล่า’ ที่จะไขความลับของนาฬิกาเรือนนี้ด้วยตัวเอง”
รวินท์ตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดๆ ในแสงสลัวของโถงทางเดิน เขาสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เพราะใบหน้าของผู้ชายคนนี้... คือใบหน้าที่เขาไม่ได้เห็นมานานถึงยี่สิบปี ใบหน้าที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วในกองเพลิงวันนั้น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงสูงนี้ไปกับผม หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้คุณหยุดวางไม่ลงเช่นกันครับ - สเปซโอเดสซีย์
สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่•ตอนที่ 4
กำแพงสูง
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สุดขอบสุริยะ: บันทึกเดินทางสู่ดาวดวงใหม่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!