เสียงกระแทกของตำราปกหนังมังกรหนาเตอะบนโต๊ะไม้โอ๊กดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงบรรยายรวมขนาดใหญ่ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองเวทมนตร์ลอยอบอวลปะปนไปกับไอเย็นเยือกที่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึกของเซริส ภาพร่างเงาทมิฬขนาดยักษ์ที่กระชากลากตัวอาจารย์เอลาร่าหายลับเข้าไปในรอยแยกสีครามยังคงฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่คม สัมผัสสุดท้ายจากข้อมือที่ว่างเปล่าและความเย็นยะเยือกของมิติที่ฉีกขาด ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แต่กระนั้น ภายใต้กรอบแว่นโลหะและการก้มหน้าลงเล็กน้อย ใบหน้าของเด็กหนุ่มกลับนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก—นี่คือวิสัยของเซริส ผู้ซึ่งเรียนรู้ว่าความตื่นตูมไม่เคยช่วยแก้ปัญหาใดในโลกเวทมนตร์อันซับซ้อนแห่งนี้ได้เลย
"เอาล่ะ นักเรียนปีหนึ่งทุกคน จงเงียบเสียงแล้วหันมามองที่แท่นประลองกลางห้อง!"
เสียงกังวานและทรงอำนาจของศาสตราจารย์มัลكوم หัวหน้าภาควิชาเวทมนตร์ธาตุประถม ดึงสติของทุกคนให้กลับคืนสู่ความเป็นจริง ภายในห้องโถงกว้างขวางที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยศิลาเวทมนตร์สีเทาเข้ม นักเรียนนับร้อยชีวิตกำลังยืนล้อมรอบเวทีประลองรูปวงกลม บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและกระแสพลังงานที่คุกรุ่น เนื่องจากวันนี้คือคาบเรียน "บูรณาการพลังธาตุขั้นสูง" คาบแรกที่กำหนดให้นักเรียนต่างขั้วธาตุต้องแสดงการประสานพลังต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
เซริสยืนอยู่ริมสุดของกลุ่มนักเรียน ร่างกายยังคงสวมชุดเครื่องแบบนักเรียนเวทมนตร์สีน้ำเงินเข้มขลิบทอง ด้านข้างของเขามีคาร์ล สหายสนิทร่างยักษ์ผู้มีกล้ามเนื้อเป็นมัดและผิวสีแทนจากการฝึกฝนธาตุดินอย่างหนักหน่วง คาร์ลกำลังขบกรามแน่น สายตาจ้องมองไปยังแท่นประลองด้วยความกังวล มือใหญ่หนาเอื้อมมาตบเบาๆ ที่ไหล่ของเซริสเพื่อเป็นการให้กำลังใจเงียบๆ
"เซริส... แกไหวแน่นะ?" คาร์ลกระซิบถามเสียงต่ำ ลมหายใจของเพื่อนรักเจือไปด้วยความร้อนรุ่ม "เรื่องอาจารย์เอลาร่า... ฉันว่าเราควรไปแจ้งสภาอาจารย์ทันที ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไป—"
"ยังไม่ใช่ตอนนี้ คาร์ล" เซริสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด นัยน์ตาสสีนิลมองตรงไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า "ถ้าเราเอะอะโวยวายตอนนี้ สภาอาจารย์จะมองว่าเราเสียสติเพราะรับแรงกดดันจากคาบเรียนไม่ไหว อีกอย่าง... รอยแยกสีครามนั้นไม่ได้ทิ้งร่องรอยธรรมดาไว้ มันทิ้ง 'เงื่อนไข' บางอย่างไว้ในจิตสำนึกของฉัน"
ในห้วงความคิดของเซริส เวลานี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความกังวลเรื่องอาจารย์สาวลึกลับ แต่ยังมีหน้าต่างระบบปริศนาสีครามโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นซ้อนทับกับสายตาของเขาตั้งแต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์:
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบร่องรอยพลังงานมิติระดับตำนาน 'เศษเสี้ยวแห่งความมืดปฐมภูมิ']
[เงื่อนไขเชื่อมโยง: ผู้ถือครองพลังธาตุแสงบริสุทธิ์ (เซริส) ได้รับสิทธิ์ในการไขปริศนาชั่วคราว]
[ภารกิจต่อเนื่อง: เอาชีวิตรอดและพิสูจน์คุณค่าในคาบเรียนรวม เพื่อปลดล็อกรหัสผ่านมิติขั้นที่ 1 (0/1)]
ระบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือระบบสนับสนุนเวทมนตร์ที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับชาติภพใหม่ของเขา—เด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น 'ความผิดพลาดของธรรมชาติ' ในโลกแฟนตาซีที่บูชาธาตุรุนแรงอย่างไฟ สายฟ้า และความมืด
"ต่อไป... เลขที่ 42 เซริส และเลขที่ 88 วาเลน"
เสียงประกาศชื่อจากศาสตราจารย์มัลคอมทำเอาบรรยากาศในห้องโถงเงียบกริบลงทันตาเห็น ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ จะดังขึ้นจากแถวหน้า
วาเลน สมาชิกตระกูลขุนนางเก่าแก่ผู้ครอบครองเวทมนตร์ธาตุเพลิงสุริยะ ก้าวขึ้นสู่เวทีประลองด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง เส้นผมสีทองประกายสะท้อนกับแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ เขายกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยในขณะที่ปรายตามองเซริสที่กำลังก้าวเดินขึ้นไปช้าๆ
"โอ้ ดูนั่นสิ... นักเรียนผู้ใช้วิชาแสงสว่างกระจิ๋วหลิว ผู้ซึ่งแม้แต่จะจุดคบเพลิงอ่านหนังสือยังทำได้แค่แสงริบหรี่เหมือนหิ่งห้อยอับโชค" วาเลนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดังพอที่จะให้ทุกคนในห้องได้ยิน เสียงหัวเราะคิกคักดังระงมไปทั่วทั้งห้องโถง "น่าสงสารจริงๆ ที่สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ยอมเสียทรัพยากรรับคนไร้ประโยชน์เข้ามาเรียนร่วมรุ่นกับพวกเรา"
คำดูถูกเหยียดหยามพรั่งพรูออกมาอย่างไร้ความเกรงใจ ศาสตราจารย์มัลคอมเพียงแต่ปรายตามองด้วยแววตาเฉยเมชา ไม่มีการตักเตือนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในกฎของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ ผู้ที่ไร้ซึ่งพลังที่แข็งแกร่งย่อมต้องยอมรับการเหยียบย่ำจากผู้ที่อยู่เหนือกว่า—นั่นคือสัจธรรมอันโหดร้ายของโลกใบนี้
เซริสหยุดยืนอยู่ห่างจากวาเลนราวสิบก้าว แว่นตาโลหะสะท้อนแสงไฟวับวาว เขาไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวหรือหน้าดำคร่ำเครียดอย่างที่วาเลนคาดหวัง ตรงกันข้าม มุมปากของเด็กหนุ่มกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนทำให้วาเลนรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาด
"ธาตุเพลิงสุริยะของตระกูลวาเลนขึ้นชื่อเรื่องความร้อนแรงและพลังทำลายล้างสูงสินะครับ วาเลน" เซริสเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความคมคายที่บาดลึก "น่าเสียดายที่ความร้อนแรงนั้นมักจะเผาผลาญ 'สติปัญญา' ของผู้ใช้ไปจนหมดสิ้นด้วยเช่นกัน"
"แก! ว่าไงนะไอ้สวะแสงสว่าง!" วาเลนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ เพลิงสีส้มสว่างวาบขึ้นรอบฝ่ามือทั้งสองข้างจนเกิดเสียงระเบิดปะปนกับอากาศ "แกคิดว่าแกมีดีอะไรนอกจากดีแต่พูด วันนี้ฉันจะสอนให้แกสำนึกเองว่าโลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ได้สวยงามเหมือนในตำราที่แกอ่าน!"
"เริ่มการประลองได้!" ศาสตราจารย์มัลคอมสะบัดมือเป็นสัญญาณอนุญาต
*ตูม!*
วาเลนไม่รอช้า ระเบิดพลังธาตุเพลิงสุริยะพุ่งทะยานเข้าหาเซริสด้วยความเร็วสูง เปลวไฟพุ่งแหวกอากาศเกิดเป็นคลื่นความร้อนที่แผดเผาจนพื้นศิลาเริ่มแตกร้าว นักหลายคนส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจเพราะความรุนแรงนั้นเกินกว่าระดับการฝึกซ้อมของปีหนึ่งทั่วไปเสียอีก คาร์ลที่อยู่ด้านล่างถึงกับกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เตรียมจะกระโดดขึ้นไปช่วยหากเกิดอันตรายถึงชีวิต
ทว่า เซริสกลับไม่ขยับเขยื้อนหนีไปไหน
ดวงตาสีนิลจดจ้องไปยังวิถีของเปลวไฟที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ในสายตาของเซริส ข้อมูลมหาศาลกำลังไหลผ่านหน้าต่างระบบเวทมนตร์:
[วิเคราะห์เป้าหมาย: คลื่นเพลิงสุริยะระดับ 3]
[จุดอ่อนทางกายภาพ: จุดศูนย์กลางการหมุนวนของมานาบริเวณข้อศอกขวาของผู้ใช้มีความหนาแน่นต่ำกว่าปกติ 14%]
[ข้อแนะนำทางยุทธวิธี: ใช้แสงหักเหเพื่อเบี่ยงเบนทิศทาง แทนที่จะปะทะโดยตรง]
ในเสี้ยววินาทีที่เปลวไฟกำลังจะแผดเผาเสื้อคลุมของเขา เซริสก็ขยับปลายนิ้วมือขวาอย่างแผ่วเบา ร่างกายเอี้ยวหลบวิถีความร้อนได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกันนั้น วงแหวนเวทมนตร์สีขาวบริสุทธิ์ขนาดเล็กเท่าเหรียญบาทก็ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว
*ฟึบ!*
แสงสว่างไม่ได้ถูกใช้เพื่อการโจมตี แต่มันทำหน้าที่เหมือน 'ปริซึม' ที่หักเหแสงและหักเหกระแสมานาของเปลวไฟให้สะท้อนกลับเข้าหาตัวผู้ใช้เองอย่างสมบูรณ์แบบ!
*เปรี้ยง!*
แรงสะท้อนจากเวทมนตร์ของตนเองทำให้วาเลนเสียหลัก เซถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกตะลึง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความไม่เข้าใจ เขาใช้เวทมนตร์ไฟโจมตี แต่มันกลับถูกหักเหและสะท้อนกลับมาทำร้ายสมดุลพลังของตัวเองได้อย่างไรกัน? ในตำราเรียนไม่เคยมีทฤษฎีนี้ระบุไว้เลย!
"แก... แกทำอะไรกับเวทมนตร์ของฉัน!" วาเลนตวาดลั่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายท่ามกลางเสียงซุบซิบของเพื่อนร่วมชั้น
เซริสค่อยๆ ปรับกรอบแว่นของตนเองให้เข้าที่ ใบหน้ายังคงความสงบเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยตอบออกไปราวกับกำลังอธิบายบทเรียนทางประวัติศาสตร์ให้อطفالฟัง
"เวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ส่องทางหรือจุดไฟหรอกนะครับ วาเลน..." เซริสเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวกดดันคู่ต่อสู้จนหายใจไม่ออก "...แต่มันคือธาตุที่มีความเร็วสูงสุดและสามารถหักเหทุกสิ่งบนโลกใบนี้ได้ หากนายเข้าใจแต่จะใช้กำลังทำลายล้างโดยปราศจากความเข้าใจในโครงสร้างของมานา ต่อให้มีพลังมากแค่ไหน นายก็เป็นได้แค่คนโง่ที่วิ่งชนกำแพงเดิมซ้ำๆ เท่านั้นเอง"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องโถงบรรยายอีกครั้ง ศาสตราจารย์มัลคอมที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาฉายประกายความสนใจและความแปลกใจอย่างปิดไม่มิด
ในขณะที่เซริสกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อยุติการประลอง หน้าต่างระบบสีครามที่เงียบหายไปนานก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้งด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวของเขาโดยตรง—ไม่ใช่เสียงของระบบปกติ แต่เป็นเสียงกระซิบที่เย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
[แจ้งเตือนเร่งด่วน: ปลดล็อกรหัสผ่านมิติขั้นที่ 1 สำเร็จ]
[ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก: ผู้บุกรุกจากรอยแยกมิติปรากฏตัว ณ ระเบียงชั้น 3 ของหอพักนักเรียน]
[ประกาศจากระบบ: เป้าหมายที่ท่านตามหา... กำลังรอคอยการสนทนาครั้งสุดท้ายอยู่ ณ เบื้องหน้า]
เซริสชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าภัยคุกคามไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียนแห่งนี้อีกต่อไป
*แอ๊ด...*
ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องโถงบรรยายถูกแรงลมมิติพัดกระแทกจนเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับกลุ่มหมอกควันสีครามเข้มข้นที่ไหลทะลักเข้ามาปกคลุมพื้นห้อง และ ณ ใจกลางหมอกควันสีดำทึบนั้น ร่างของใครบางคนกำลังก้าวเท้าเดินย่างสามขุมเข้ามา... เงาร่างของสตรีผู้สวมชุดคลุมนักเวทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากโลหะลึกลับ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเซริสหยุดเต้นไปชั่วขณะ คือน้ำเสียงเย็นชาที่เอ่ยทักทายออกมาท่ามกลางความเงียบงัน
"สอบตก... ในวิชาการเอาชีวิตรอดนะ เซริส ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมผจญภัยในโลกเวทมนตร์บทนี้นะคะ!
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้รอยแยกมิติ•ตอนที่ 4
ธาตุแสงที่ไม่มีใครต้องการ
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้รอยแยกมิติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!