“กฎหมายมีไว้ใช้กับคนที่มีอำนาจพอก็เท่านั้น ร้านเล็กๆ ในซอยแคบแบบนี้... คุณคิดจริงๆ หรือคะว่าจะมีชีวิตรอดไปได้เกินสัปดาห์?”
น้ำเสียงของหญิงสาวชุดผ้าไหมดูราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำที่พ่นออกมากลับเหมือนเข็มอาบยาพิษที่กรีดลงบนความเงียบงัน หลินหว่านยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน มือของเธอไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อยขณะที่เธอกำลังบรรจงจัดวางตะเกียบไม้ลงในกล่อง เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนทันที แต่กลับยิ้มบางๆ ให้กับความโง่เขลาที่ปะทะเข้ามา
“กฎหมายมีไว้สำหรับคนทำความดีค่ะ และร้านของฉันก็ขายแค่บะหมี่ ไม่ได้ขายอำนาจมืดให้ใคร” หลินหว่านเอ่ยตอบเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงตรงหน้า ดวงตาของเธอนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม “ส่วนเรื่องชีวิตรอด... คนที่ทำอาหารด้วยหัวใจ อย่างน้อยก็มีสิ่งหนึ่งที่เหนือกว่าคนที่มีดีแค่เส้นสาย นั่นคือความเคารพจากคนในชุมชนค่ะ”
ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยาม เธอคือ ‘คุณนายฉิน’ ภรรยาของสมาชิกสภาเขตผู้กุมบังเหียนร้านค้าดั้งเดิมในย่านนี้มานับสิบปี การปรากฏตัวของหลินหว่านและกลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูที่ลอยอบอวลไปทั่วซอย กลายเป็นหนามยอกอกที่เธอต้องกำจัดทิ้งก่อนที่มันจะเติบโตจนเกินควบคุม
เฉินเหว่ยที่ยืนกอดอกพิงเสาร้านอยู่ไม่ห่าง ขยับตัวเข้ามาขวางหน้าหลินหว่านเล็กน้อย แววตาของทหารหนุ่มดุดันจนคุณนายฉินต้องชะงักไปครู่หนึ่ง รังสีสังหารจากคนที่ผ่านสมรภูมิมาจริงนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนในเมืองจะคุ้นเคย
“ที่นี่เป็นที่ของรัฐ ที่คุณบอกว่า ‘เจ้าของเก่า’ ยังไม่ไปไหน หมายความว่าอย่างไรหรือครับ?” เฉินเหว่ยถามเสียงต่ำ กดดันจนบรรยากาศในร้านดูอึดอัดขึ้นถนัดตา
“เรื่องของผัวเมีย... อย่าได้เอาตัวเข้ามาพัวพันเลยค่ะ ร้อยโทเฉิน” คุณนายฉินเลิกคิ้วมองเขา ก่อนจะหันไปสบตาหลินหว่าน “ฉันให้เวลาสามวัน ถ้าภายในสามวันร้านนี้ยังเปิดอยู่... ฉันรับรองได้ว่าวัตถุดิบที่คุณตระเตรียมไว้ จะไม่มีวันมาถึงหน้าร้านนี้ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว อย่าคิดว่าระบบฟาร์มเล็กๆ ของคุณจะช่วยให้รอดพ้นจากมือของสามีฉันไปได้!”
คำว่า ‘ระบบฟาร์ม’ ที่หลุดออกมาจากปากของคุณนายฉิน ทำให้หลินหว่านชะงักไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเต้นกระตุก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตกใจ... คนคนนี้รู้ได้อย่างไร?
เมื่อคุณนายฉินเดินจากไปพร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่ดังกระแทกพื้นจนน่ารำคาญ หลินหว่านรีบเดินออกไปสำรวจหน้าร้านทันที เธอเห็นร่องรอยของการขีดเขียนสัญลักษณ์บางอย่างด้วยชอล์กไว้ที่บานประตูไม้ มันเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยงานตรวจสอบอาคารที่เพิ่งถูกประทับลงไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
“เธอรู้เรื่องระบบได้ยังไง...” หลินหว่านพึมพำกับตัวเอง มือเรียวสัมผัสรอยชอล์กนั้นด้วยความสั่นเทา
“หว่านเอ๋อร์...” เฉินเหว่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ ก่อนจะดึงตัวเธอเข้าไปในอ้อมกอด “อย่าให้เรื่องนี้รบกวนจิตใจเธอ ลูกๆ กำลังหลับอยู่ข้างบน ถ้าเราถอยตอนนี้ ทุกอย่างที่เราสร้างมาเพื่อพวกเขาจะพังทลาย”
หลินหว่านสูดหายใจลึก กลิ่นอายความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเฉินเหว่ยทำให้เธอเริ่มมีสติ เธอเป็นใคร? เธอคืออดีตเชฟหลวงผู้ผ่านความตายมาแล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากอนาคตของเสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีไปได้
“พรุ่งนี้เปิดร้านตามปกติค่ะ” หลินหว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ไม่เพียงแต่เปิด... แต่ฉันจะทำเมนู ‘บะหมี่จักรพรรดิ์’ ให้ทุกคนในย่านนี้ได้ลิ้มลอง ถ้าพวกเขาอยากปิดร้านฉัน ก็ต้องผ่านปากท้องของคนในชุมชนนี้ไปให้ได้ก่อน”
ตลอดทั้งคืน หลินหว่านหมกตัวอยู่ในครัว ระบบฟาร์มที่เธอเฝ้าทะนุถนอมทำงานอย่างหนักเพื่อมอบวัตถุดิบที่ดีที่สุด แครอทสีทอง ผักกาดหวานกรอบ และเนื้อหมูชั้นดีที่เธอเพาะเลี้ยงเองด้วยความรัก แสงไฟในครัวส่องสว่างจนถึงรุ่งสาง กลิ่นหอมเครื่องเทศลอยละล่องไปไกลราวกับจะประกาศศักดา
เมื่อตะวันเริ่มทอแสงเหนือยอดไม้ในเช้าวันถัดมา เสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังขึ้นจากหน้าร้าน หลินหว่านเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนก่อนจะเดินออกไปที่หน้าร้านพร้อมกับเฉินเหว่ย แต่สิ่งที่เธอพบกลับไม่ใช่พนักงานตรวจสอบอย่างที่คิด
ชายฉกรรจ์ห้าคนในชุดกั๊กสีเข้มยืนขวางทางเข้าประตู ร้านของเธอถูกล้อมด้วยแผงไม้ที่จงใจตั้งขึ้นมาบังหน้าร้านจนมิดชิด คุณนายฉินยืนยิ้มเยาะอยู่ไม่ไกล พร้อมกับถือถุงกระดาษที่ดูเหมือนเอกสารสำคัญในมือ
“ฉันบอกแล้วใช่ไหมคะว่าสามวัน... แต่นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่คืนเดียว” คุณนายฉินก้าวเข้ามาใกล้ “เอาล่ะ หลินหว่าน เตรียมตัวย้ายออกได้เลย เพราะวันนี้จะมีคำสั่งรื้อถอนอาคารที่ผิดกฎหมายชุดนี้ทิ้ง... ทันที!”
ขณะที่หลินหว่านกำลังจะโต้กลับ เสียงรถยนต์จี๊ปทหารคันใหญ่ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาท ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ชายวัยกลางคนในเครื่องแบบยศสูงก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางเคร่งขรึม ดวงตาของเขาไม่ได้มองไปที่คุณนายฉินแม้แต่น้อย แต่เขากลับเดินตรงมาที่หลินหว่านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยต่อหน้าเธอและถามเสียงดังฟังชัดจนทุกคนในซอยต้องหยุดฟัง “คุณคือหลินหว่านใช่ไหมครับ? คนที่ส่งวัตถุดิบพิเศษเข้าค่ายทหารเมื่อสัปดาห์ก่อน... ท่านผู้บัญชาการมีเรื่องด่วนอยากจะขอหารือกับคุณเกี่ยวกับเรื่อง ‘สัมปทานอาหาร’ ของกองทัพในเขตนี้ครับ”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความอบอุ่นและเรื่องราวที่เข้มข้นในทุกตอนนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้รี้ดเดอร์หัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับหว่านเอ๋อร์ค่ะ - ไป๋เป่าเปาของแม่
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 39
อุปสรรคจากนักการเมืองท้องถิ่น
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!