“คุณจะบอกว่าสิ่งที่ฉันทำมาตลอดปีนี้ ทั้งการเลี้ยงลูก ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่รกร้างนี้ขึ้นมา... มันคือการปูทางเพื่อรอให้ใครบางคนมารับช่วงต่อไปงั้นหรือคะ เฉินเหว่ย?”
เสียงของหลินหว่านเรียบเรื่อย หากแต่แฝงไปด้วยความสั่นไหวของพายุที่กำลังก่อตัว เธอวางตะหลิวไม้ในมือลงบนขอบกระทะเหล็ก เสียงกระทบดัง ‘กริ๊ก’ กังวานท่ามกลางความเงียบงันที่แสนอึดอัด กลิ่นหอมของซุปไก่ตุ๋นโสมที่เธอเพิ่งปรุงเสร็จเพื่อบำรุงร่างกายของเขา บัดนี้กลับดูจืดชืดและไร้ความหมายในความรู้สึกของเธอ
เฉินเหว่ยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าไม่ได้เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบของเขามองเพียงถ้วยชาที่เย็นชืดในมือ นิ้วมือที่หยาบกร้านจากการจับปืนและคันไถสั่นเล็กน้อยก่อนจะกำแน่น
“เสื้อตัวนั้น... ผมเห็นมันอยู่ในตู้เก็บของข้างนอก” เขาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่า “ไม่ใช่ของคุณ ไม่ใช่ของลูกๆ และแน่นอน... ไม่ใช่ของผม มันเป็นเสื้อเชิ้ตคัตติ้งเนี้ยบจากในเมือง สีฟ้าอ่อนที่ดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็นของคนในหมู่บ้านนี้”
หลินหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง เธอจำได้ว่าเสื้อตัวนั้นคือของ ‘สหายจาง’ ชายหนุ่มที่เป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรผู้เคยช่วยเรื่องเมล็ดพันธุ์พืชให้เธอเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาทำมันตกไว้ตอนที่เข้ามาช่วยยกกระสอบปุ๋ย เธอตั้งใจจะซักแล้วนำไปคืนเขาในวันพรุ่งนี้
“ถ้าคุณหมายถึงเสื้อตัวนั้น ฉันอธิบายได้ค่ะ แต่เฉินเหว่ยคะ สิ่งที่คุณกำลังสงสัย... มันดูถูกความพยายามของฉันเกินไปไหม?” หลินหว่านหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายผู้เป็นสามี ดวงตาของเธอฉายแววตัดพ้อที่เขาเลือกจะเชื่อในสิ่งที่เห็น มากกว่าจะเชื่อใจในสิ่งที่เธอทำให้เขามาตลอด
เฉินเหว่ยเงยหน้าขึ้น ในดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น “ผมหายไปนานเกินไปใช่ไหม? ในวันที่ผมล้มลงกลางสนามรบ ในวันที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ภาพของลูกๆ และคุณคือสิ่งเดียวที่ประคองใจผมให้กลับมา แต่ตอนนี้... เมื่อผมกลับมา ผมกลับพบว่าพื้นที่ที่ผมเคยคิดว่ามันคือ ‘บ้าน’ เริ่มมีร่องรอยของคนอื่นเข้ามาแทรกซึม หลินหว่าน... คุณยังต้องการผมอยู่จริงๆ หรือเปล่า หรือผมเป็นเพียงแค่ส่วนเกินที่กลับมาขัดขวางชีวิตใหม่ที่คุณกำลังสร้าง?”
“คุณกำลังพูดเรื่องอะไร!” หลินหว่านก้าวเข้าไปหาเขา ความโกรธเริ่มเข้ามาแทนที่ความเสียใจ “คุณเอามาตรฐานทหารที่หวาดระแวงทุกอย่างมาใช้กับครอบครัวงั้นหรือ? คุณมองเห็นฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกัน? ในขณะที่คุณออกไปทำภารกิจลับที่แม้แต่ฉันก็ไม่รู้ คุณกลับเอาความระแวงนั้นมาทำลายความเชื่อใจที่ฉันค่อยๆ สร้างให้ลูกๆ ได้รู้สึกว่าพวกเขามีพ่อ!”
ในห้องครัวที่เคยอบอวลด้วยไออุ่น กลับเหลือเพียงบรรยากาศที่เย็นเยียบเหมือนฤดูหนาวที่มาเยือนก่อนกำหนด เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ เข้ามา ราวกับจะตอกย้ำถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์ที่กำลังร้าวฉาน
หลินหว่านหยิบตะกร้าไม้ขึ้นมาตั้งใจจะเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ในสวนหลังบ้าน แต่เฉินเหว่ยกลับคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบนั้นหนักหน่วงแต่ทว่าสั่นไหว
“บอกผมมาคำเดียว...” เขากระซิบเสียงเบา “ว่าเขาเป็นใคร และเขามีค่ามากกว่าผมแค่ไหนในใจคุณ”
หลินหว่านมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนของเขา เธอพยายามดึงข้อมือออกแต่เขากลับไม่ปล่อย แววตาของเธอเริ่มมีความเย็นชาที่น่ากลัว “ถ้าคุณอยากได้คำตอบนัก ฉันก็จะบอกให้ค่ะ... เขาเป็นคนที่รับฟังปัญหาของฉัน ในวันที่ฉันเหนื่อยแทบขาดใจกับการหาเลี้ยงปากท้อง และเขาไม่เคยถามคำถามที่น่ารังเกียจแบบที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้!”
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงบนหัวใจของชายตรงหน้า เฉินเหว่ยปล่อยมือเธอราวกับถูกของร้อน เขาสะดุดถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาว่างเปล่าจนน่าใจหาย ความเข้าใจผิดที่ฝังรากลึกในใจเขาดูเหมือนจะยิ่งหยั่งรากลึกกว่าเดิม
ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าเล็กๆ ของเสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีก็ดังขึ้นจากหน้าประตู เด็กน้อยทั้งสองยืนตัวแข็งทื่อ มองดูพ่อและแม่ที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันด้วยสายตาที่แตกสลาย ในมือของเสี่ยวเป่าถือดอกไม้ป่าที่ตั้งใจจะเอามาให้แม่ แต่บัดนี้ดอกไม้นั้นกลับเหี่ยวเฉาลงในกำมือของเขา
หลินหว่านเบือนหน้าหนีน้ำตาที่รื้นขึ้นมา เธอไม่อยากให้ลูกเห็นด้านที่พังทลายของเธอ แต่ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูบ้านดังขึ้นอย่างรุนแรงเป็นจังหวะที่ฟังดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย
*ปัง! ปัง! ปัง!*
“เฉินเหว่ย! เปิดประตู! ฉันรู้ว่านายกลับมาแล้ว และฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องให้คำตอบกับทางการเกี่ยวกับพฤติกรรมของภรรยานาย!”
เสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของหัวหน้าหมู่บ้านที่มาพร้อมกับท่าทางที่ผิดปกติ เฉินเหว่ยขมวดคิ้วแน่น เขารีบหันไปมองหลินหว่านด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความเจ็บปวดเป็นความตื่นตระหนกที่พยายามปิดบังไว้
เมื่อประตูถูกเปิดออก ชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบสีเทาที่ยืนอยู่ข้างหลังหัวหน้าหมู่บ้านก็ก้าวเข้ามาในบ้านโดยไม่รออนุญาต เขาชี้มาที่หลินหว่านด้วยท่าทางคุกคาม “หลินหว่าน คุณถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับเอกสารลับของรัฐที่หายไปจากการจดบันทึกในสหกรณ์... และหลักฐานเดียวที่เชื่อมโยงถึงคุณ ก็คือเสื้อเชิ้ตตัวนั้นที่พยานยืนยันว่าคุณเป็นคนเก็บไว้!”
หลินหว่านรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังทรุดลง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความหึงหวง แต่เป็นกับดักที่ถูกวางไว้เพื่อทำลายเธอโดยเฉพาะ และในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากอธิบาย มือหนาของเฉินเหว่ยก็คว้าตัวเธอไปหลบด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงปืนพกออกมาจ่อไปที่กลุ่มคนเหล่านั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นคมกริบดุจปีศาจสงคราม!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หลินหว่านในบทที่เข้มข้นนี้เสมอนะคะ
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 33
ความเข้าใจผิดที่ร้าวฉาน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!