กลิ่นควันดินปืนยังไม่ทันจางหายไปจากปลายจมูก เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ก็ดังระงดระงามจนน่ารำคาญ หลินหว่านรู้สึกได้ถึงแรงกระชากที่ดึงเธอให้ถอยหลังไปหลบอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของนายทหารหนุ่ม กลิ่นอายบุรุษเพศที่เจือด้วยกลิ่นอายค่ายทหารและหยาดเหงื่อจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกปนสับสน
"ใครกล้าขยับอีก กสเกลกระสุนนัดต่อไปจะไม่พลาดเป้าหมายแน่" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกจนติดจะเหี้ยมเกรียมหลุดออกมาจากริมฝีปากของเฉินเหว่ย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวในยามล่าเหยื่อกวาดมองกลุ่มคนที่เคยถือดีเข้ามารุมประณามหลินหว่านด้วยสายตาที่ทำให้พวกมันตัวสั่นงันทันที ปืนพกสีดำสนิทในมือของเขาไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญในการผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน
"คุณ... คุณเฉิน ใจเย็นก่อนค่ะ นี่มันเรื่องเข้าใจผิด..." หญิงสาวปากจัดที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการปล่อยข่าวลือกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น เมื่อครู่หล่อนเพียงต้องการทำลายชื่อเสียงของสะใภ้ตระกูลเฉินเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง แต่ไม่คิดเลยว่าสามีทหารที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของหลินหว่านจะกลับมาในจังหวะเวลานรกแตกเช่นนี้!
หลินหว่านสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่ชายเสื้อของเฉินเหว่ยเบาๆ เป็นเชิงปราม "เฉินเหว่ย... พอแล้วค่ะ อย่าใช้กำลังเลย เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่โต"
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยของภรรยา เขาหันกลับมามองแวบหนึ่ง ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นความกังวลบนใบหน้าหวาน ทว่าความเย็นชาในแววตานั้นก็ยังไม่จางหายไปเสียทีเดียว เขาเก็บปืนเข้าซองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปตวัดเสียงกร้าวใส่ฝูงชน "ไสหัวไปให้พ้น! ถ้าฉันรู้ว่าใครยังกล้าปล่อยข่าวลือสกปรกใส่ภรรยาฉันอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
สิ้นเสียงคำรามนั้น ฝูงชนต่างพากันแตกฮือวิ่งหนีหายลับไปจากบริเวณหน้าบ้านราวกับฝูงผึ้งแตกรัง เหลือเพียงความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่รอบกาย
หลินหว่านถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างเล็กๆ สองร่างก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากประตูบ้านด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
"ท่านแม่!"
เสียงใสของเสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีดังประสานกัน เด็กน้อยทั้งสองพุ่งเข้ามากอดขาของหลินหว่านไว้แน่น ใบหน้าจิမ်းลิ้มเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นซุกเข้ากับชายเสื้อของมารดาด้วยความหวาดกลัว ทว่าพอดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นมองเห็นชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ร่างของเด็กแฝดก็สะดุ้งสุดตัวราวกับเจอภูตผีปีศาจ
เฉินเหว่ยชะงักงัน รอยยิ้มที่ตั้งใจจะระบายออกมาเพื่อทักทายลูกน้อยค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า มือหนาที่ยื่นออกไปหวังจะลูบหัวเด็กๆ ค้างกลางอากาศ หัวใจของชายชาติทหารที่เคยเผชิญหน้ากับความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน กลับต้องมาสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อเห็นปฏิกิริยาของสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง
"เด็กๆ..." เฉินเหว่ยเอמהเสียงแหบพร่า พยายามขยับเข้าไปใกล้ลูกแฝดทีละน้อย
"ถอยไปนะ! คนเถื่อน! อย่าเข้ามานะ!"
เสี่ยวเป่าตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัว สองมือเล็กๆ ผลักขาของเฉินหว่ยสุดแรง แม้จะไร้ผลแต่เด็กชายก็ยังคงยืนขวางหน้ามารดาไว้ด้วยท่าทางปกป้อง ส่วนเสี่ยวซีซบหน้าเข้ากับสะโพกของหลินหว่าน ร่างน้อยสั่นเทิ้มด้วยสะอื้นไห้ ดวงตาคู่น้อยมองผู้เป็นพ่อด้วยความหวาดผวา ไม่มีความรู้สึกคุ้นเคยหรือยินดีแม้แต่น้อย มีเพียงความแปลกหน้าและตื่นกลัว
"เสี่ยวเป่า เสี่ยวซี... นี่พ่อไงลูก..." หัวใจของเฉินเหว่ยหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นซัดสาด เขาเป็นพ่อที่ละทิ้งครอบครัวไปหลายปีปล่อยให้ภรรยาและลูกต้องลำบากเผชิญชะตากรรมตามลำพัง นี่คือบทลงโทษที่สาสมแล้วใช่ไหมที่ทำให้ลูกแท้ๆ จำหน้าไม่ได้ แถมยังมองเขาเป็นคนแปลกหน้าที่น่ากลัวอีกด้วย?
หลินหว่านมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บีบคั้นอยู่ในอก เธอย่อตัวลงโอบกอดลูกแฝดเข้าสู่อ้อมอก ลูบหลังบางเบาเพื่อปลอบโยนเด็กน้อยที่กำลังตื่นตระหนก "ไม่เป็นไรนะลูก คนดี ไม่ต้องกลัว แม่รอดแล้วค่ะ นี่คือคุณพ่อไงคะ..."
"ฮือ... ท่านแม่ เขาหน้าตาดุร้ายเหมือนยักษ์ในนิทานที่ท่านยายเคยเล่าให้ฟังเลย ลูกไม่เอา... ลูกไม่เอาพ่อคนนี้!" เสี่ยวซีร้องไห้โฮ น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มใสจนน่าสงสาร
คำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อยเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงลงกลางใจของคนเป็นพ่อแม่ เฉินเหว่ยยืนนิ่งงัน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอกยิ่งกว่าบาดแผลจากกระสุนปืนในสนามรบเสียอีก
หลินหว่านเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งเห็นใจ เหนื่อยล้า และกังวลใจ ช่องว่างหลายปีที่ขาดหายไป ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะถมให้เต็มได้เพียงชั่วข้ามคืน เด็กๆ เติบโตมาโดยไม่มีภาพจำของผู้เป็นพ่อ มีเพียงความทรงจำเกี่ยวกับความยากลำบากและความโดดเดี่ยว
"ให้เวลาพวกแกหน่อยเถอะค่ะ..." หลินหว่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนพอให้ได้ยินกันแค่สองคน เธอลุกขึ้นยืนโดยยังประคองลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน "เด็กๆ ยังเล็กนัก... คุณเพิ่งกลับมา พวกเขาต้องใช้เวลาปรับตัว"
เฉินเหว่ยเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาพยักหน้าช้าๆ อย่างจำยอม "อืม... ผมเข้าใจ"
แม้ปากจะบอกว่าเข้าใจ แต่ความวูบโหวงในใจกลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก ชายหนุ่มหันหลังเดินเลี่ยงไปยังลานดินหลังบ้านอย่างไร้จุดหมาย ทิ้งให้หลินหว่านจัดการปลอบขวัญลูกน้อยต่อไป บรรยากาศรอบตัวในยามเย็นช่างเงียบงัดและวังเวง
หลินหว่านถอนหายใจเบาๆ กับความยุ่งเหยิงในวันนี้ เธอรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ ความสัมพันธ์ในครอบครัวคงพังทลายลงก่อนที่จะได้เริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นมาวับหนึ่ง—วิธีที่จะชนะใจเด็กๆ และละลายน้ำแข็งในใจของสามีทหารผู้ไร้ความโรแมนติกคนนี้ได้ดีที่สุด ย่อมไม่ใช่คำพูดสวยหรู แต่ต้องเป็น 'กระเพาะอาหาร' ต่างหาก!
ระบบฟาร์มสวรรค์ในห้วงความคิดส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ พร้อมกับรายการวัตถุดิบชั้นเลิศที่เธอเพิ่งเก็บเกี่ยวสะสมไว้เมื่อคืนก่อน
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินหว่านก็ตัดสินใจลุกขึ้นเดินเข้าห้องครัวทันที เธอจัดการจุดไฟในเตาฟืน แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าเรียวที่มุ่งมั่น วันนี้เธอกำลังจะลงมือทำอาหารจานเด็ดที่จะส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เพื่อดึงดูดทั้งลูกๆ ที่กำลังงอแง และง้องอนสามีผู้เงียบขรึมให้กลับมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน
เนื้อหมูสามชั้นติดมันชั้นดีถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปเคี่ยวกับน้ำตาลทรายแดงจนละลายเคลือบผิวเนื้อจนเป็นสีแดงฉ่ำวาว ตามด้วยเครื่องเทศหอมกรุ่น ขิงแก่ แปะฮวย และเหล้าจีนชั้นยอดที่ได้จากมิติลับ กลิ่นหอมหวานเค็มกลมกล่อมของ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซอสูตรลับ' เริ่มส่งกลิ่นโชยทะลุผ่านหน้าต่างห้องครัว ลอยฟุ้งกระจายไปตามสายลมยามเย็นอวลไปทั่วบริเวณบ้านพักทหารจนน่าฉงน
เด็กแฝดที่กำลังสะؤกสะอื้นอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ถึงกับหยุดชะงัก จมูกเล็กๆ ฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยเข้ามาแตะจมูก ท้องน้อยๆ ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาพร้อมกันทันที เสี่ยวซีกลืนน้ำลายเอื้อมมือดึงชายเสื้อแม่เบาๆ "ท่านแม่... กลิ่นอะไรหอมจังเลยคะ?"
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดหลังบ้าน เฉินเหว่ยที่กำลังนั่งเหม่อลอยก็ต้องสูดลมหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นเตะจมูกเข้าอย่างจังจนความหิวโหยเข้าครอบงำ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคนก็ดังขึ้นพร้อมกับการเคาะประตูรั้วหน้าบ้านรัวเร็วผิดปกติ
"พี่เฉิน! คุณหลินหว่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หัวหน้าหมู่บ้านส่งคนมาตามด่วน บอกว่าที่แปลงนาทดลองเกิดเรื่องใหญ่ มีคนลอบวางยาพิษแปลงพืชผลที่พวกคุณเพิ่งเอามาปลูกเมื่อวานนี้!"
หลินหว่านที่กำลังคนหม้อตุ๋นหมูชะงักค้าง มือที่ถือทัพพีสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทลงแล้ว ทว่าวิกฤตครั้งใหม่กลับกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทัน!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ไป๋เป่าเปาเสมอนะคะ
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 34
แม่ลูกไม่ยอมรับพ่อ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!