คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 35

พิสูจน์ความจริงใจ

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
“ถ้าแกก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจคนบ้านเดียวกัน” น้ำเสียงของเฉินเหว่ยเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ เขายืนตระหง่านดั่งกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย ขวางกั้นระหว่างหลินหว่านกับชายแปลกหน้าผู้มีแววตาหิวกระหายที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเพลิงโทสะที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก เขาในตอนนี้ไม่ใช่ทหารหนุ่มผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไป ประสบการณ์จากสมรภูมิและชีวิตที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน หล่อหลอมให้เขากลายเป็นดั่งหินผาที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่คิดจะพรากความสงบสุขของภรรยาและลูกๆ ไปจากเขา หลินหว่านที่ยืนอยู่ด้านหลังชะงักไปครู่หนึ่ง เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังกว้างของสามี แม้สถานการณ์จะบีบคั้นเพียงใด แต่กลิ่นจางๆ ของเหงื่อและกลิ่นดินหอมๆ จากตัวเขาที่ตรากตรำทำงานหนักในฟาร์มกลับทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความหวั่นไหวในใจแล้วเอื้อมมือไปแตะแขนเขาเบาๆ “เฉินเหว่ย... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการเถอะค่ะ อย่าแลกอนาคตของลูกกับคนประเภทนี้เลย” เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยความเด็ดขาด ชายแปลกหน้าที่อ้างตัวว่าเป็น 'คนรู้จักจากอดีต' เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาของมันกวาดมองไปรอบบ้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่ดังมาจากห้องนอนด้านใน ก่อนจะแสยะยิ้ม “อนาคตงั้นเหรอ? นายคิดว่าความลับที่นายซ่อนไว้จะปกปิดไปได้ตลอดชีวิตหรือไง เฉินเหว่ย? อย่าลืมสิว่าฉันรู้อะไรมาบ้าง ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่แสนสุขนี่พังทลายลง ก็จงหยิบสิ่งที่ฉันต้องการมาให้ซะ!” เฉินเหว่ยไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา เขากลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายกำยำบดบังทัศนวิสัยของชายผู้นั้นจนมืดสนิท มือหนาหยาบกร้านจากการจับจอบเสียมและคันไถในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาบีบเข้าหากันจนกระดูกนิ้วลั่นกรอบ “ชีวิตของฉันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำขู่ของคนขี้แพ้” เขาพูดช้าๆ ชัดเจน “นับตั้งแต่วันที่ฉันกลับมาที่นี่ หน้าที่ของฉันคือการเป็นพ่อ เป็นสามี และเป็นเกษตรกรที่ดี งานในฟาร์มที่ฉันสร้างมากับมือด้วยหยาดเหงื่อทุกหยด มันมีค่ามากกว่าเรื่องไร้สาระที่แกพยายามจะขุดขึ้นมานับพันเท่า ถ้าแกยังไม่ไป... ก็ลองดูว่าร่างกายที่เปราะบางของแก จะทนแรงงานที่ฉันฝึกมาได้สักกี่น้ำ” บรรยากาศรอบบ้านตกอยู่ในความเงียบงันจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไร หลินหว่านเห็นแววตาที่สั่นไหวของชายคนนั้น มันไม่ได้มีความกล้าหาญหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความโลภที่พยายามจะฉกฉวยในสิ่งที่เฉินเหว่ยสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบากเท่านั้น เมื่อเห็นว่าข่มขู่ไม่สำเร็จ ชายคนนั้นก็ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเดือดดาล ก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมคำสาปแช่งเบาๆ เฉินเหว่ยยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งร่างนั้นลับหายไปในความมืด เขาจึงค่อยๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งจนปวดร้าวลง มือที่เคยกำแน่นคลายออก เขาหันกลับมามองหลินหว่าน แววตาที่เคยดุดันเมื่อครู่กลับกลายเป็นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความกังวล “หว่านเอ๋อร์... ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องแบบนี้” เขาเอ่ยเสียงเครือ หลินหว่านเดินเข้าไปใกล้ เธอใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดซับเหงื่อตามกรอบหน้าของเขา “คุณทำงานหนักมามากพอแล้วเฉินเหว่ย ตั้งแต่รุ่งสางจนถึงค่ำมืด เพื่อให้ฉันกับลูกได้กินอิ่มนอนอุ่น... เรื่องอดีต หากมันเป็นเงาที่คอยตามรังควาน เราก็แค่ต้องสร้างแสงสว่างให้มากพอจนเงาเหล่านั้นไม่มีที่ยืนค่ะ” เธอดึงแขนเขาให้เดินเข้ามาในครัว กลิ่นซุปไก่ตุ๋นยาจีนที่เธอเคี่ยวไว้ตั้งแต่มื้อเที่ยงยังคงส่งกลิ่นหอมกรุ่น มันเป็นสูตรลับจากวังหลวงที่เธอปรับปรุงให้เข้ากับวัตถุดิบในยุค 70 เธอตักซุปถ้วยโตส่งให้เขา เฉินเหว่ยรับไปดื่มจนหมดด้วยความหิวโหย มันไม่ใช่แค่การเติมเต็มพลังงาน แต่คือพลังใจที่ทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดนั้นคุ้มค่า “พรุ่งนี้ ผมตั้งใจจะลงแปลงผักล็อตใหม่ ระบบฟาร์มแจ้งเตือนว่าดินชุดนี้พร้อมสำหรับการปลูกโสมแล้ว ถ้าเราทำสำเร็จ... รายได้จากตรงนี้จะช่วยให้เราสร้างบ้านใหม่ได้ทันก่อนหน้าหนาว” เขากล่าวถึงแผนงานด้วยประกายตาแห่งความมุ่งมั่น “ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอค่ะ” หลินหว่านตอบพลางลูบหลังมือหนาของเขา ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังกลับคืนสู่ครอบครัว เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงและเร่งเร้าในยามวิกาล เฉินเหว่ยลุกขึ้นยืนทันที หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยสังหรณ์ใจบางอย่าง เมื่อเขากระชากบานประตูออก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ชายแปลกหน้าคนเดิม แต่เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานส่วนกลางที่ถือหมายเรียกฉบับหนึ่งพร้อมตราประทับสีแดงฉานที่ดูขลังและน่าสะพรึงกลัว “เฉินเหว่ย คุณถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายไปของเอกสารสำคัญของหน่วยงานทหารเมื่อห้าปีก่อน โปรดไปกับเราโดยดี...” ใบหน้าของเฉินเหว่ยซีดเผือดลงในทันใด แววตาของเขาไม่ได้สบตากับเจ้าหน้าที่ แต่กลับหันไปมองหลินหว่านที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังด้วยสายตาที่ยากจะตีความ ความลับที่เขาพยายามฝังกลบเพื่อปกป้องครอบครัว กำลังจะถูกขุดขึ้นมาในคืนนี้ พร้อมกับความจริงที่ว่า อดีตนั้นไม่เคยมีวันตายจากไปจริงๆ ไป๋เป่าเปาของแม่หวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะยังคงติดตามและเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของหลินหว่านผ่านบททดสอบครั้งสำคัญนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%