“บันทึกเล่มนี้... ไม่ใช่สมุดจดสูตรอาหารของเจ้าของร่างเดิมอย่างแน่นอน”
หลินหว่านพึมพำกับตัวเอง เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันในห้องเก็บของ บันทึกเล่มเก่าปกหนังสีซีดจางในมือสั่นไหวเล็กน้อย กระดาษด้านในเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกรอบ ทว่าลายมือที่ตวัดเขียนลงไปนั้นมีความคมชัดและเด็ดขาดเกินกว่าจะเป็นลายมือของหญิงสาวชาวบ้านผู้ยากไร้ที่เสียชีวิตไป
นางพลิกหน้ากระดาษไปถึงหน้าสุดท้ายที่คั่นไว้ด้วยดอกไม้แห้งกรอบ เส้นสายของตัวอักษรนั้นเขียนไว้เพียงประโยคสั้นๆ ว่า *‘หากผู้ใดได้อ่านบันทึกนี้ โปรดจงระวังคนที่ก้าวเข้ามาในวันที่ดอกท้อผลิบานเป็นครั้งที่สอง’*
หัวใจของหลินหว่านเต้นผิดจังหวะ นางสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายจางๆ ของเครื่องเทศและไม้หอมที่ลอยออกมาจากบันทึกทำให้นางชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นนี้... กลิ่นที่นางคุ้นเคยจากตำหนักเชฟหลวงในยุคอดีต กลิ่นที่บ่งบอกถึง ‘ความลับ’ ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องของการทำอาหาร
“ท่านแม่คะ!” เสียงใสของเสี่ยวเป่าตะโกนเรียกมาจากด้านนอกขัดจังหวะความคิด “มีคุณอาคนหนึ่งมายืนรอที่หน้าประตูบ้าน บอกว่าเขามารอพบท่านแม่ค่ะ เขาใส่ชุดทหารสีเขียวเข้ม ตัวสูงมากเลยค่ะ!”
หัวใจของหลินหว่านหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นางรีบเก็บสมุดเล่มนั้นซ่อนไว้ในช่องลับของระบบฟาร์มทันที ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วก้าวออกไปที่หน้าบ้านด้วยความรู้สึกที่สับสนวุ่นวาย ยุค 70 ในยามนี้... ใครกันที่ใส่ชุดทหารมายืนรอพบหญิงม่ายลูกติดอย่างนาง?
เมื่อก้าวพ้นขอบประตู แสงแดดยามสายที่สาดส่องลงมาทำให้สายตาของนางพร่าเลือนไปชั่วขณะ ทว่าเมื่อปรับโฟกัสได้ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้นางต้องหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก
ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารที่ดูสะอาดสะอ้านยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างกายของเขาสูงใหญ่ แผ่นหลังกว้างนั้นดูคุ้นตาจนน่าใจหาย เขากำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อพูดคุยกับเสี่ยวซีและเสี่ยวเป่าด้วยท่าทางอ่อนโยน มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธกำลังลูบหัวเด็กทั้งสองอย่างทะนุถนอม
“พวกเจ้าบอกว่าแม่ของพวกเจ้าชื่อหลินหว่าน ใช่หรือไม่?” เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจนั้นดังกังวานขึ้น
“ท่านแม่มาแล้วค่ะ!” เสี่ยวซีชี้มือมาทางนาง
ชายคนนั้นค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาทำให้นางต้องแหงนหน้ามอง แววตาของเขาคมกริบดุจเหยี่ยว ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาของนาง ความแข็งกร้าวเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่ยากจะปิดมิด
“เฉินเหว่ย...” หลินหว่านเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับละเมอ
ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปาก ทว่ามันไม่ใช่ยิ้มที่สดใส แต่เป็นยิ้มที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดและความเหนื่อยล้าจากการกรำศึก “ข้ากลับมาแล้ว หว่านเอ๋อร์ ข้าใช้เวลาตามหาพวกเจ้าอยู่นานเกินไป... ข้าขอโทษ”
หลินหว่านยืนนิ่งงัน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำป่าไหลหลาก เฉินเหว่ยคือสามีที่หายสาบสูญไปในสงครามชายแดน ทิ้งให้ภรรยาและลูกต้องเผชิญกับโลกที่โหดร้าย ทว่าผู้ชายตรงหน้าคนนี้... เขากลับมาในจังหวะที่นางเริ่มจะสร้างชีวิตใหม่ได้สำเร็จ และที่สำคัญที่สุด... เขาทำให้ความลับเรื่องระบบฟาร์มของนางสั่นคลอน
“เจ้ากลับมาทำไมตอนนี้?” หลินหว่านถามน้ำเสียงราบเรียบ แม้ในใจจะปั่นป่วน “เจ้าทิ้งพวกเราไปนานหลายปี ลูกๆ แทบจำหน้าพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำ”
เฉินเหว่ยก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว กลิ่นกายของเขาที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นปืนกับกลิ่นแดดทำให้นางถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ เขาไม่ได้ดูโกรธเคืองที่นางหมางเมิน แต่เขากลับสังเกตเห็นท่าทางของนางที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
“ข้ารู้ว่าข้าผิด” เขาพูดพลางกวาดสายตาไปรอบบ้านที่เต็มไปด้วยผักพรรณไม้สมบูรณ์พูนผล “แต่สิ่งที่ข้าเห็นในวันนี้... มันช่างผิดแปลกไปจากสิ่งที่ข้าเคยรู้จัก หว่านเอ๋อร์ เจ้าไม่ใช่ภรรยาที่อ่อนแอคนเดิมที่ข้าเคยทิ้งไปใช่ไหม?”
หลินหว่านกัดริมฝีปากแน่น คำพูดของเขาเฉียบคมดุจมีดโกน เขาสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่นางเองก็ยังไม่ทันได้ระวังตัว “ข้าก็แค่คนที่ต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด... เจ้าเองก็คงเปลี่ยนไปเหมือนกันสินะ ท่านทหารผู้มีเกียรติ”
อาหารมื้อเย็นวันนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่อึดอัด หลินหว่านตั้งใจทำเมนูตุ๋นหมูสามชั้นราดซอสสูตรลับพิเศษและซุปเห็ดป่าที่นางเก็บมาจากฟาร์ม กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากชม แม้แต่เสี่ยวเป่าที่ปกติจะชอบพูดจาเจื้อยแจ้วยังนั่งนิ่งสังเกตการณ์ผู้เป็นพ่อที่เพิ่งปรากฏตัว
“อาหารของเจ้ารสชาติดีขึ้นมาก” เฉินเหว่ยกล่าวพลางวางตะเกียบลง “รสชาติแบบนี้... ข้าเคยได้ทานที่วังหลวงในฝัน ข้าไม่นึกว่าจะมีโอกาสได้ทานอีกครั้งในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้”
มือของหลินหว่านชะงักกึกทันที หัวใจของนางกระตุกแรง นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป การที่เขาเอ่ยถึง ‘วังหลวง’ ในบริบทที่แปลกประหลาดเช่นนี้... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เขาวางมือบนโต๊ะ สายตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่กลับกลายเป็นดุดันและจับผิด “หว่านเอ๋อร์ เจ้าซ่อนอะไรไว้ใต้บันทึกเล่มนั้นหรือเปล่า? เล่มที่อยู่ในห้องเก็บของนั่นน่ะ... ข้าเห็นมันตั้งแต่วันที่ข้ายังไม่จากไป และข้าก็รู้อยู่เต็มอกว่าใครเป็นคนเขียนมัน”
หลินหว่านรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลังราวกับถูกแช่แข็ง นางพยายามคุมสติให้มั่น “เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร? ข้าไม่รู้เรื่อง”
เฉินเหว่ยโน้มตัวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขาปะทะกับใบหน้าของนาง “อย่าโกหกข้าเลย เพราะบันทึกเล่มนั้น... คือสิ่งที่ข้าเป็นคนทิ้งไว้ให้เจ้าก่อนจากไป และในนั้นมีคำสั่งลับที่ข้าต้องให้เจ้าทำในฐานะสายลับของกองทัพที่แฝงตัวมา!”
คำกล่าวของเขาราวกับฟ้าผ่าลงกลางห้องครัว หลินหว่านมองชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่พังทลาย ทุกอย่างที่นางสร้างมา... ทุกความพยายามที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในยุค 70 กำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะการกลับมาของเขาคนนี้ ที่แท้แล้วเขาก็ไม่ใช่สามีที่น่าสงสาร แต่เป็นหมากตัวสำคัญในกระดานการเมืองที่นางไม่อาจหลีกหนี
ไป๋เป่าเปาของแม่หวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะยังคงติดตามความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาในตอนหน้านะคะ!
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 32
เฉินเหว่ยมาถึงหมู่บ้าน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!