กุญแจเหล็กดอกใหญ่ถูกบิดหมุนล็อคจากด้านนอก เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็กสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องโถง หลินหว่านยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังประตูปิดสนิท ปลายนิ้วเรียวยังคงสัมผัสความเย็นเยียบของกลอนประตู ทว่าความเย็นนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความหนาแน่นในอกที่เฉินเหว่ยทิ้งไว้
คำสั่งเด็ดขาดของเขาเมื่อครู่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท *“ล็อคประตูทุกบาน... อย่าออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา”*
สายตาที่เขามองเธอและลูกก่อนก้าวออกไปนั้นเต็มไปด้วยประกายคมปลาบดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังจะออกล่าเหยื่อ มันไม่ใช่สายตาของสามีผู้สามัญทั่วไป แต่มันคือแววตาของทหารหน่วยรบพิเศษผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
"คุณแม่คะ..."
เสียงเล็กใสของเสี่ยวซีดังขึ้นทำลายความเงียบ ดึงสติของหลินหว่านให้หลุดจากวังวนความคิด เธอก้มลงมองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังกอดตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววหวาดวิตกไม่แพ้พี่ชายฝาแฝดอย่างเสี่ยวเป่าที่ยืนเม้มริมฝีปากแน่นอยู่ข้างๆ
หลินหว่านสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความหวั่นไหวในอก รอยยิ้มอบอุ่นถูกระบายขึ้นบนใบหน้าอย่างยากลำบาก ทว่าแววตาของเธอกลับเด็ดเดี่ยวและมั่นคงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ในฐานะมารดาและอดีตเชฟหลวงผู้เคยผ่านศึกชิงอำนาจในวังหลัง เธอรู้ดีว่าความตื่นตระหนกคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด
"ไม่เป็นไรค่ะคนดี... คุณพ่อแค่ไปทำธุระสำคัญ เดี๋ยวท่านก็กลับมาแล้ว" หลินหว่านย่อตัวลงโอบกอดร่างเล็กทั้งสองไว้แนบอก สัมผัสอุ่นซ่านจากตัวเด็กๆ ช่วยฮีลใจที่กำลังหวาดหวั่นของเธอให้กลับมาสงบลง "พวกเรามาช่วยกันเตรียมของสำหรับวันนี้กันดีกว่านะคะ วันนี้ร้าน 'รสมือแม่' ของเราจะเปิดให้บริการวันแรกอย่างเป็นทางการแล้วนะ ลูกๆ อยากให้ลูกค้าได้กินฝีมือแม่ใช่ไหมคะ"
ดวงตาของเสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่าร้านอาหาร ความฝันที่จะได้เห็นผู้คนมากมายมีความสุขกับอาหารฝีมือมารดาทำให้ความหวาดกลัวเมื่อครู่จางหายไปบ้าง เด็กชายพยักหน้ารัว "ครับ! ผมจะช่วยเช็ดโต๊ะให้สะอาดเอี่ยมเลยครับคุณแม่!"
แม้ใจหนึ่งจะกังวลถึงความปลอดภัยของเฉินเหว่ย แต่หลินหว่านรู้ดีว่าการจมอยู่กับความกลัวไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ระบบฟาร์มสวรรค์ในห้วงจิตสำนึกส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมเรืองแสงสีทองจางๆ เผยให้เห็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่เก็บเกี่ยวไว้เมื่อคืน ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรลับ ผักกาดขาวกรอบหวานฉ่ำจากมิติ และข้าวหอมมะลิเม็ดอวบอ้วนที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นทะลุช่องเก็บของ
เวลาล่วงเลยจนถึงยามสาย เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงเอะอะโهاโหนของชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่ต่างพากันมารอคอยตั้งแต่ฟ้าสว่าง หลินหว่านสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ปลดกลอนประตูแล้วผลักออกกว้าง
กลิ่นหอมเย้ายวนใจของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี่ยวกับสมุนไพรจีนนานกว่าแปดชั่วโมงโชยปะทะลมหนาวทันทีที่บานประตูเปิดออก กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นี้รุนแรงและทรงพลังเสียจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้าโดยอัตโนมัติ
"โอh! กลิ่นอะไรน่ะ หอมขนาดนี้เชียว!" ป้าจาง แม่ค้าขายของชำผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและจู้จี้จุกจิก เป็นคนแรกที่พุ่งเข้ามาเกาะขอบหน้าต่างกระจกใสของร้าน ดวงตาของแกเบิกกว้างเมื่อมองเห็นการตกแต่งภายในร้านที่สะอาดสะอ้าน ผิดแปลกจากร้านอาหารทั่วไปในยุค 70 นี้อย่างสิ้นเชิง
"สวัสดีค่ะป้าจาง ร้าน 'รสมือแม่' เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ เชิญด้านในได้เลยค่ะ วันนี้เรามีเมนูพิเศษ 'หมูสามชั้นพะโล้น้ำแดง' ที่ตุ๋นจนละลายในปาก และ 'ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า' บำรุงกำลังค่ะ" หลินหว่านกล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้มสุภาพ น้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟังทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกผ่อนคลายทันที
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา โต๊ะไม้ภายในร้านที่มีอยู่เพียงไม่กี่ตัวก็ถูกจับจองจนแน่นขนัด เสียงพูดคุยจอแจเซ็งแซ่ด้วยความตื่นเต้นดังระงม ทันทีที่อาหารจานแรกถูกยกเสิร์ฟ ความเงียบงันก็เข้าครอบงำร้านอาหารในชั่วพริบตา
ลุงเฉิน ชายชราอดีตช่างไม้ผู้ขึ้นชื่อว่าทานยากและมักจะติเตียนอาหารทุกร้าน ตักหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำเข้าปากเป็นคนแรก ดวงตาฝ้าฟางของแกเบิกโพลงขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนของเนื้อหมูที่แทบไม่ต้องเคี้ยว ไขมันส่วนมันละลายหายไปในลำคอเหลือไว้เพียงรสชาติกลมกล่อม หวานเค็มกำลังพอดี ไม่เลี่ยนเลยแม้แต่น้อย รสชาติที่ล้ำลึกนี้ทำให้แกถึงกับน้ำตาซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว
"อร่อย... อร่อยเหลือเกิน!" ลุงเฉินอุทานเสียงดังลั่นจนลูกค้าโต๊ะอื่นหันมามอง "นี่มันอาหารฝีมือจักรพรรดิชัดๆ! ข้าไม่เคยทานอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อนในชีวิต!"
บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะและคำชมเชยดังขึ้นไม่ขาดสาย เสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีเดินเสิร์ฟน้ำด้วยรอยยิ้มแก้มปริ ทำให้ลูกค้าต่างเอ็นดูและควักลูกอมในกระเป๋าออกมาแจกเด็กแฝดเป็นการใหญ่ หลินหว่านยืนอยู่หน้าเตาไฟ ปรุงอาหารแต่ละจานด้วยความใส่ใจ ราวกับกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะชิ้นเอก
ความนิยมของร้าน 'รสมือแม่' พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ข่าวลือเรื่องอาหารรสเลิศแพร่สะพัดไปทั่วตรอกซอกซอย จนมีผู้คนต่อแถวยาวเหยียดออกไปนอกร้าน ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงหัวเราะแห่งความสุขนั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ตู้—ตู้—ตู้!
เสียงเคาะประตูด้านหลังร้านดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน เป็นสัญญาณลับที่เฉินเหว่ยเคยนัดหมายไว้ หลินหว่านใจกระตุกวูบ เธอส่งหน้าที่หน้าตักให้ป้าจางช่วยดูแลชั่วคราว ก่อนจะสาวเท้าเดินเร็วไปที่ประตูดังกล่าวด้วยความหวังว่าสามีจะกลับมาอย่างปลอดภัย
มือเรียวปลดกลอนแล้วเปิดประตูออกเพียงแง้มหนึ่ง ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ใบหน้าคมเข้มของเฉินเหว่ย
ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทเย็นเยียบจ่อตรงมาที่หน้าผากของเธออย่างแม่นยำ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของชายแปลกหน้าในชุดโค้ทกันหนาวสีเข้มที่เอ่ยกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน
"ภรรยารักของสารวัตรเฉิน... อาหารร้านนี้น่าอร่อยดีนี่ เสียดายนะที่จะไม่ได้กินมันอีกแล้ว"
...ไป๋เป่าเปาของแม่...
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 41
เปิดร้านอย่างเป็นทางการ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!