คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 42

ความสุขในครอบครัว

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นจากหม้อดินเผาใบใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อไก่ตุ๋นยาจีนผสมผสานกับกลิ่นอวลของเห็ดหอมป่าและเก๋ากี้ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบของบ้านพักรับรองในเขตทหาร หลินหว่านใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปในหม้อเบาๆ ดวงตาคู่สวยทอดมองฟองอากาศที่ผุดขึ้นช้าๆ อย่างใช้ความคิด "แม่คะ... ให้เสี่ยวเป่าช่วยล้างต้นหอมอีกรอบดีไหมคะ" เสียงเล็กใสที่เอ่ยขึ้นข้างกายทำให้หลินหว่านต้องละสายตาจากหม้อซุป หันไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนเขย่งปลายเท้าอยู่บนเก้าอี้ตัวเตี้ย สองมือเล็กๆ กำลังประคองต้นหอมสีเขียวสดไว้มั่น ใบมอมแมมเล็กน้อยแต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับเป็นประกายระยิบระยับด้วยความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ หลินหว่านยิ้มละมุน ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับลูกชาย ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของเด็กน้อยออกอย่างเบามือ "เสี่ยวเป่าเก่งที่สุดเลยค่ะ แต่ล้างรอบนี้รอบที่สามแล้วนะ ลูกกลัวต้นหอมจะช้ำหมดเสียก่อนหรือเปล่าคะคนดี" เสี่ยวเป่าก้มมองต้นหอมในมือ กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ อย่างเขินอาย "ก็... ก็น้องเสี่ยวซีบอกว่า ถ้าเราล้างสะอาดมากๆ อาหารของแม่จะยิ่งอร่อยเหาะนี่คะ" "พี่เสี่ยวเป่าพูดเองต่างหากเล่า! เสี่ยวซีไม่ได้บอกเสียหน่อย!" เสียงใสแจ๋วของแฝดน้องดังขึ้นทันควันพร้อมกับร่างเล็กที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในครัว มือเล็กถือจานกระเบื้องเคลือบสีขาวที่บรรจุเกี๊ยวห่ออ้วนกลมเรียงรายเป็นระเบียบเข้ามาวางบนโต๊ะไม้ไผ่ "เสี่ยวซีแค่อยากช่วยแม่จัดจานต่างหากค่ะคุณแม่ ดูนี่สิคะ เสี่ยวซีพับจีบเกี๊ยวสวยเหมือนกลีบดอกไม้เลยนะ!" หลินหว่านหันไปมองผลงานบนจาน รอยยิ้มเอ็นดูระบายลึกขึ้นในดวงตา เกี๊ยวแต่ละชิ้นแม้จะมีรูปร่างแปลกตาไปบ้างตามแรงกดของนิ้วเด็กน้อย แต่ความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ภายในกลับเปี่ยมล้นจนทำให้หัวใจของคนเป็นแม่พองโตจนแทบจะล้นออกมา บรรยากาศในครัวยามนี้ไม่ได้อบอวลไปด้วยความเร่งรีบเหมือนวันแรกๆ ที่นางเพิ่งทะลุมิติมายังโลกยุคเจ็ดศูนย์อันแห้งแล้งและยากลำบากนี้ แต่ความอบอุ่น ความเข้าใจ และความผูกพันที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นทีละน้อย ได้เปลี่ยนบ้านหลังเล็กๆ ให้กลายเป็น "บ้าน" ที่แท้จริง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม เฉินเหว่ยในชุดเครื่องแบบทหารที่เปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อยจากการฝึกภาคสนามก้าวเข้ามา ใบหน้าคมเข้มมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่ทันทีที่กวาดสายตาเข้ามาเห็นภาพมารดาและบุตรทั้งสองยืนล้อมวงกันอยู่ริมเตาฟืน รอยยิ้มจางๆ ก็ระบายขึ้นที่มุมปากอย่างธรรมชาติ "พ่อมาแล้วหรือคะ" หลินหว่านเอ่ยทัก น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความใส่ใจไว้อย่างแนบเนียน นางหยิบผ้าขนผืนเล็กยื่นส่งให้ชายหนุ่มโดยไม่ต้องรอให้เขาเอ่ยปาก "ไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะค่ะ อาหารใกล้เสร็จแล้ว วันนี้มีไก่ตุ๋นยาจีนบำรุงกำลังที่คุณสามีต้องการพอดี" เฉินเหว่ยรับผ้าขนหนูมาถือไว้ ดวงตาคมกริบมองสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของภรรยา ความรู้สึกอุ่นซ่านแล่นริ้วขึ้นในอกอย่างประหลาด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาในกองทัพ ชีวิตของเขามีเพียงระเบียบวินัย เสียงคำสั่ง และความตายที่รายล้อม ไม่เคยมีสักครั้งที่มีใครมารอคอย ตักน้ำเตรียมไว้ให้ หรือเอ่ยถามด้วยความห่วงใยเช่นนี้ "วันนี้... เหนื่อยหน่อยนะ" เฉินเหว่ยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ขณะก้าวเข้าไปใกล้ ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอื้อมมือไปช่วยยกหม้อซุปออกจากเตาให้ "ผมช่วยเอง มันหนัก" หลินหว่านชะงักไปเล็กน้อย ปล่อยมือจากหูหม้อ ปล่อยให้ร่างสูงใหญ่เข้ามาจัดการแทน สัมผัสที่ไหล่กว้างเฉียดผ่านเบาๆ ทิ้งไออุ่นของผู้ชายที่ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางพยักหน้ารับเบาๆ "ไม่ลำบากเลยค่ะ อยู่ที่นี่ดีกว่าในค่ายฝึกตั้งเยอะ" เสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีเห็นพ่อเข้ามา ก็พากันวิ่งเข้าไปเกาะกางเกงขายาวของเฉินเหว่ยคนละข้างอย่างออดอ้อน "คุณพ่อคะ! วันนี้คุณพ่อสอนท่าต่อสู้ให้พี่เสี่ยวเป่าเพิ่มหรือยังคะ เสี่ยวซีอยากเก่งเหมือนคุณพ่อ" เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาคาดหวัง เฉินเหว่ยย่อตัวลงอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอก มืออีกข้างลูบหัวลูกชายเบาๆ แววตาที่เคยดุดันและเย็นชาเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกน้อง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างถึงที่สุดจนคนมองต้องใจเต้น "ยังหรอfulครับ วันนี้พ่อต้องตรวจค่ายก่อน แต่พรุ่งนี้... พ่อจะพาพวกเราไปฝึกวิ่งที่ทุ่งหญ้าหลังค่ายดีไหม" "เย้! ดีที่สุดเลย!" สองพี่น้องส่งเสียงร้องด้วยความดีใจจนบ้านแทบสะเทือน หลินหว่านยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ ความระแวงและความไม่มั่นใจในวันแรกที่เฉินเหว่ยปรากฏตัว บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยความไว้วางใจและความรู้สึกปลอดภัย ชายคนนี้ไม่ใช่เพียงแค่สามีตามนามธรรมในยุคสมัยนี้ แต่เขาคือผู้ชายที่พยายามเรียนรู้ที่จะเป็นพ่อ เป็นคู่ชีวิต และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับครอบครัวอย่างแท้จริง อาหารมื้อเย็นถูกจัดวางลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง อาหารในยุคเจ็ดศูนย์อาจจะไม่ได้หรูหราอลังการเหมือนในภัตตาคารหลวงที่นางเคยคุ้นเคย แต่ด้วยระบบฟาร์มสวรรค์ในมิติวิเศษที่นางคอยอัปเกรดและแอบนำวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมออกมาปรุง ทำให้ทุกคำที่ตักเข้าปากล้วนเต็มไปด้วยรสชาติกลมกล่อม หอมหวาน และเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เฉินเหว่ยคอยคีบเนื้อไก่ชิ้นที่นุ่มที่สุดใส่ชามให้หลินหว่าน ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะตักน้ำซุปใส่ชามเล็กๆ ให้ลูกแฝดทั้งสองคนคอยเป่าให้อย่างระมัดระวัง "ทานเยอะๆ หน่อยช่วงนี้คุณผอมลงไปนะ" เฉินเหว่ยเอ่ยขึ้นเบาๆ ระหว่างที่ตักข้าวเพิ่มให้ภรรยา "งานในแปลงเกษตรกรรมของหมู่บ้านคงทำให้เหนื่อยมากสินะ ถ้าไม่ไหว... บอกผม ผมจะแบ่งเวลามาช่วย" "ฉันไหวค่ะ" หลินหว่านสบตาตอบ น้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความนุ่มนวล "อีกอย่าง... แปลงผักในมิติของฉันกับแปลงที่หมู่บ้านตอนนี้เติบโตได้ดีมากแล้วค่ะ อีกไม่นานผลผลิตคงออกมารabอขายได้ เราจะมีเงินเก็บพอสำหรับให้ลูกๆ เรียนหนังสืออย่างแน่นอนค่ะ" คำว่า "เรา" ที่หลินหว่านเอ่ยออกมา ทำให้เฉินเหว่ยชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบ หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งที่เขากลัวนักหนาเพราะเกรงว่าจะต้องสูญเสียมันไปในวันข้างหน้า บัดนี้ได้หยั่งรากลึกเกินกว่าจะถอนตัวเสียแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น รอยยิ้มของเด็กๆ และแววตาที่ทอดมองกันและกันระหว่างสามีภรรยา ทำให้ค่ำคืนอันหนาวเหน็บในฤดูใบไม้ร่วงของยุคเจ็ดศูนย์อบอุ่นราวกับอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อมื้ออาหารสิ้นสุดลง และเด็กๆ เริ่มผลอยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการวิ่งเล่น หลินหว่านกำลังเก็บกวาดจานชามอยู่หน้าอ่างล้างหน้า จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวเร็วและหนักหน่วงผิดปกติที่หน้าบ้าน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เฉินเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในพริบตา เขาส่งสัญญาณมือให้หลินหว่านถอยไปอยู่ด้านหลัง ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้าไปกระชากเปิดประตูออกอย่างแรง แสงไฟส mลัวจากตะเกียงนอกบ้านสาดกระทบเข้ากับร่างของทหารยามประจำค่ายที่ยืนหอบหายใจโยน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก "ผู้กองเฉินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ทหารหนุ่มละล่ำละลักเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ "สายลับจากฝ่ายตรงข้าม... หลุดรอดจากการปิดล้อมเข้ามาในเขตที่พักอาศัยของครอบครัวทหารแล้วครับ! และเป้าหมายที่มันกำลังมุ่งหน้ามา... คือที่นี่ครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่คอยโอบกอดและเดินเคียงข้างครอบครัวของหลินหว่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%