"ทุกคนหมอบลง! หลบหลังแนวโต๊ะเตรียมวัตถุดิบเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจแต่ยังคงไว้ซึ่งความเด็ดขาดของหลินหว่าน ดังแทรกเสียงเอะอะโهاมโหลนภายนอกโรงอาหารใหญ่ประจำเขตทหาร มือเรียวที่เพิ่งวางทัพพีเคี่ยวซุปไก่ตุ๋นโสมป่าสะบัดวูบ นางคว้าตัวเสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีที่กำลังช่วยจัดเรียงจานกระเบื้องเคลือบเข้ามาโอบกอดไว้แนบอกทันที ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับหงส์ผู้ปกป้องลูกน้อย
บรรยากาศภายในงานเลี้ยงการกุศลระดับจังหวัดที่ควรจะคลาคล่ำไปด้วยเสียงหัวเราะ กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารนานาชนิด และรอยยิ้มเยินยอจากบรรดาภรรายนายทหารระดับสูง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดในเสี้ยววินาที เมื่อเงาร่างทะมึนของชายแปลกหน้าในชุดเจ้าหน้าที่ส่งพัสดุพุ่งพรวดเข้ามาทางประตูหลัง พร้อมกับมีดสั้นวาววับที่สะท้อนแสงไฟนีออน
"แม่อยู่ตรงนี้... ลูกไม่ต้องกลัวนะคะ" หลินหว่านกระซิบบอกลูกแฝดเสียงนุ่ม แม้หัวใจจะเต้นระรึกด้วยความโกรธเกรี้ยวที่บังอาจมีใครมารบกวนความสงบสุขของครอบครัวนาง
"จับตัวมันไว้!" เสียงตะโกนกึกก้องพร้อมเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบของกองกำลังรักษาดินแดนและท่านผู้กองเฉินเหว่ยดังไล่หลังมาติดๆ เฉินเหว่ยในชุดเครื่องแบบเต็มยศ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม ดวงตาคมกริบกวาดมองปราดเดียวก็เห็นภรรยาและลูกทั้งสองหลบอยู่หลังเคาน์เตอร์ปรุงอาหาร ความห่วงใยพวยพุ่งขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักรบที่ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคาม
*ฉวะ!*
ความชุลมุนเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา เมื่อสายลับฝ่ายตรงข้ามใช้แขกผู้มีเกียรติคนหนึ่งเป็นโล่มนุษย์ มีดสั้นจ่อที่ลำคอของภรรยาผู้ว่าการมณฑลจนนางกรีดร้องลั่น โรงอาหารทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงน้ำซุปในหม้อดินที่ยังคงเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมยวนใจตัดกับบรรยากาศอันนองเลือด
"ถอยไป! ไม่งั้นอีแก่คนนี้คอขาดแน่!" คนร้ายตะโกนเสียงแหบพร่า เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก ดวงตาแดงก่ำด้วยความจนตรอก
เฉินเหว่ยยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดนิ่ง ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันที่น่ากลัวออกมา "แกไม่มีทางหนีพ้นเขตทหารนี้ไปได้หรอก วางอาวุธลงซะ แล้วฉันจะให้การพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม"
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเจรจาต่อรอง หลินหว่านซึ่งกอดลูกแฝดไว้ส่งสัญญาณสายตาให้เสี่ยวซีซบหน้าลงกับอกเสื้อของนางเบาๆ นางค่อยๆ วางมือจากเด็กน้อย ขยับกายลุกขึ้นยืนช้าๆ จากด้านหลังโต๊ะเตรียมอาหาร สองมือเรียวคว้าตะหลิวเหล็กด้ามยาวคู่ใจที่เพิ่งผ่านการผัดผักฉ่าเมื่อครู่ไว้มั่น
สายตาของเชฟหลวงผู้ผ่านศึกในวังหลวงมานับไม่ถ้วนไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความรำคาญใจที่งานเลี้ยงการกุศลอันทรงเกียรติ ซึ่งนางตั้งใจใช้พิสูจน์ฝีมือและสร้างชื่อเสียงให้โรงอาหารสวัสดิการต้องมาแปดเปื้อนด้วยเศษสวะเช่นนี้
"คุณคะ... ระวัง!" ภรรายนายทหารคนหนึ่งอุทานเสียงหลง
หลินหว่านไม่สนใจเสียงทักทาย นางอาศัยจังหวะที่คนร้ายกำลังเหลือบตามองเฉินเหว่ย สลัดความนุ่มนวลทิ้งไปจนหมดสิ้น สะบัดข้อมือซัดกระบะพริกไทยดำป่นเข้มข้นที่เตรียมไว้สำหรับทำเมนู "เนื้อผัดพริกไทยดำกระทะร้อน" เข้าใส่ใบหน้าของคนร้ายอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ!
*แคกๆๆ!*
พริกไทยดำชั้นดีคั่วจนหอมฉุนกระจายเข้าจมูกและดวงตาของสายลับจนมันสำลักน้ำตาไหลพราก ทิ้งมีดสั้นในมือด้วยความแสบร้อนทรมาน เปิดช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีให้เฉินเหว่ยพุ่งเข้าชาร์จล็อกตัวกดกระแทกพื้นได้อย่างงดงาม เสียงเหล็กกระทบพื้นและเสียงร้องโอดโอยดังสนั่นตามด้วยเสียงปรบมือระงมด้วยความทึ่งของบรรดาแขกเหรื่อ
เหตุการณ์สงบลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ร่างของสายลับถูกทหารคุมตัวออกไปท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองมายังหลินหว่านเป็นตาเดียว
"ภรรยาผม... คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม" เฉินเหว่ยรีบสาวเท้าเข้ามาหาภรรยา สำรวจเนื้อตัวนางและลูกแฝดด้วยความร้อนรน มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าเกือบสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไป
หลินหว่านวางตะหลิวลง ปรับสีหน้าให้กลับมานุ่มนวลดังเดิม นางปัดเศษแป้งที่เปื้อนเสื้อผ้าออกเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "ฉันไม่เป็นไรค่ะท่านผู้กอง แต่... เกรงว่าอาหารในหม้อตุ๋นโสมป่าของฉัน อาจจะเคี่ยวจนงวดเกินไปเสียแล้วกระมังคะ ถ้าเราไม่รีบตักเสิร์ฟตอนนี้ เกียรติยศของเชฟประจำเขตทหารคงต้องมัวหมองเป็นแน่"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่คลี่คลายลง บรรดาแขกผู้มีเกียรติและคณะกรรมการตัดสินการกุศลต่างมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยคิดว่านางเป็นเพียงภรรยาชาวบ้านธรรมดา บัดนี้พวกเขากลับมองเห็นความเด็ดเดี่ยว สง่างาม และเปี่ยมด้วยไหวพริบที่ไม่แพ้บุรุษใด
งานเลี้ยงการกุศลดำเนินต่อไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักยิ่งกว่าเดิม หลินหว่านกลับเข้าสู่บทบาทของเชฟเอก นางควบคุมการปรุงอาหารทุกจานด้วยความใส่ใจ กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นน้ำแดงรสชาติกลมกล่อม ผัดผักกรอบสีเขียวสด และซุปไก่ตุ๋นยาจีนที่ช่วยฟื้นฟูจิตใจผู้คนกระจายฟุ้งไปทั่วห้องโถง จานแล้วจานเล่าถูกลำเลียงออกไปเสิร์ฟ จนกระทั่งถึงเวลาของการประกาศผลรางวัลชนะเลิศ "ศึกทำอาหารการกุศล" ประจำปีนี้
ท่านผู้ว่าการมณฑลซึ่งนั่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ ลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มกว้าง ถือซองกระดาษสีแดงในมือ ท่ามกลางความเงียบด้วยความลุ้นระทึกของทุกคนในงาน
"ผู้ชนะเลิศการประกวดอาหารการกุศลในค่ำคืนนี้ ได้แก่... สหายหลินหว่าน จากสหกรณ์ครอบครัวทหารเขตสาม ด้วยเมนู 'ไก่ตุ๋นโสมป่าบูรณะจิตวิญญาณ' ที่ไม่เพียงแต่รสชาติยอดเยี่ยมไร้ที่ติ แต่ยังมีสรรพคุณเยียวยาร่างกายและจิตใจให้ผู้คนในยามวิกฤตได้อย่างน่าอัศจรรย์!"
เสียงปรบมือเกรียวกราวและเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังสนั่นหวั่นไหว เสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีปรบมือจนมือเล็กๆ แดงก่ำด้วยความภาคภูมิใจในตัวมารดา เฉินเหว่ยยืนมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความลึกซึ้ง หลินหว่านก้าวขึ้นรับใบประกาศนียบัตรเกียรติยศด้วยท่าทีสง่างาม รอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้าสวยหวาน ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอกล่าวสุนทรพจน์ขอบคุณ ทหารสื่อสารคนเดิมก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาผู้กองเฉินกระซิบรายงานบางอย่างข้างหู
สีหน้าของเฉินเหว่ยเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที ดวงตาคมกริบหันขวับมามองภรรยาด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของหลินหว่านสะดุดกึก
"ผู้กองครับ... มีโทรศัพท์ทางไกลด่วนจากเมืองหลวง แจ้งว่า 'บุคคลนั้น' ที่คุณตามหามาตลอดสามปี... เพิ่งก้าวลงจากรถไฟสายด่วนและกำลังมุ่งหน้ามาที่ค่ายทหารแห่งนี้ด้วยตัวเองแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้ไป๋เป่าเปานะคะ
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 43
ศึกทำอาหารการกุศล
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!