คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 44

ศัตรูจ้องทำลาย

ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้ตุ๋นยาจีนสูตรลับเฉพาะตัว ลอยอวลคละคลุ้งไปทั่วตลาดมืดแห่งอำเภอหลินเจียง ทว่าบรรยากาศรอบกายในยามนี้กลับมิได้อบอุ่นชวนลิ้มลองดังเช่นทุกวัน "หลินหว่าน! แกหยุดมือเดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมของป้าสะใภ้หลิวที่พุ่งแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว นางถลาเข้าประชิดแผงขายอาหาร ล้มหม้อซุปหมูตุ๋นจนน้ำซุปสีอำพันหกกระจายส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วพื้นดิน เสี่ยวเป่ากับเสี่ยวซีที่กำลังช่วยแม่จัดตะเกียบส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ สองร่างเล็กโผเข้าซบชายเสื้อของหลินหว่าน ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว หลินหว่านรีดเร้นความเย็นชาในแววตา ดึงบุตรแฝดทั้งสองมาโอบกอดไว้เบื้องหลัง ป้องกันอันตรายด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ "ป้าหลิว ท่านกำลังทำบ้าอะไร?" หลินหว่านเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "ทำอะไรอย่างงั้นเรอะ! นังสารเลว แกใส่ยาพิษอะไรลงในอาหาร! ลูกค้ากินข้าวแกงของแกเข้าไปถึงกับอาเจียนเป็นเลือด หามส่งโรงพยาบาลแทบไม่ทัน!" ป้าหลิวแผדเสียงโวยวาย ชี้หน้ากล่าวหาอย่างไม่เกรงกลัวสายตาผู้คนรอบข้าง ท่าทางเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี สมกับเป็นแผนการที่ถูกวางไว้เพื่อทำลายล้างชื่อเสียงของเธอให้ย่อยยับในคราเดียว ฝูงชนเริ่มฮือฮา เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นเป็นระลอก สินค้าในร้าน 'ฟาร์มสวรรค์' ของหลินหว่านกำลังเป็นที่นิยมสูงสุดในตอนนี้ การถูกใส่ร้ายด้วยข้อหาอาหารเป็นพิษ ถือเป็นการตัดแขนตัดขาทางธุรกิจที่เหี้ยมเกรียมที่สุด หลินหว่านกวาดสายตามองรอบบริเวณอย่างสุขุม ร่างเพรียวระหงในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอมองไปยังชายฉกรรจ์สองคนที่แสร้งทำเป็นกุมท้องนอนครวญครางอยู่บนพื้น ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีเงาร่างคุ้นตาของเถ้าแก่เฉียน เจ้าของภัตตาคารใหญ่ประจำอำเภอยืนกอดอกยิ้มเยาะอยู่ที่มุมตึก *ช่างเล่นละครฉากใหญ่เสียจริง...* หลินหว่านแค่นยิ้มในใจ ระบบฟาร์มอัปเกรดในห้วงความคิดของเธอกำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ วัตถุดิบทุกชนิดที่เธอใช้ล้วนมาจากมิติสวรรค์ ไร้สารพิษ ปลอดภัย และบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีทางที่จะทำให้ใครอาหารเป็นพิษได้แน่นอน นอกจากจะมีคน 'จงใจ' เติมบางอย่างลงไปหลังจากตักเสร็จ "ป้าหลิวบอกว่าอาหารของฉันมีพิษ?" หลินหว่านก้าวเท้าออกมาช้าๆ ท่าทางสง่างามราวนางพญา แม้จะยืนอยู่กลางวงล้อมของผู้ไม่หวังดี "แต่หม้อพะโล้นี้ ฉันเพิ่งเปิดฝาตักขายให้ลูกค้าคนแรกเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ส่วนคนสองคนที่นอนโอวครวญครางอยู่ตรงนั้น... ถ้าฉันจำไม่ผิด พวกเขาคืออันธพาลประจำท่าเรือที่เพิ่งเดินมาสั่งข้าวหมูตุ๋นเมื่อห้านาทีที่แล้วนี่เอง" น้ำเสียงของหลินหว่านหนักแน่นและมีเหตุผล ทำให้เสียงซุบซิบเริ่มเปลี่ยนทิศทาง "เอ่อ... จริงด้วย ฉันเห็นสองคนนั้นเดินมาทีหลัง นั่งกินได้แค่สองคำก็ล้มลงไปดิ้นแล้ว" ชาวบ้านคนหนึ่งกระซิบกระซาบ ป้าหลิวหน้าถอดสี รีบโวยวายกลบเกลื่อน "แกอย่ามาเฉไฉ! หลักฐานคาตาอยู่แบบนี้ ยังจะกล้าปฏิเสธอีกเรอะ เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารกำลังมา เดี๋ยวแกก็จะได้ไปนอนในคุกชดใช้ความผิด!" พูดไม่ทันขาดคำ เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นดินหนักแน่นก็ดังขึ้น พร้อมกับกลุ่มทหารในเครื่องแบบที่เดินแหวกฝูงชนเข้ามา นำโดยผู้กองหนุ่มรูปงามที่มีใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาดุดัน เฉินเหว่ย กวาดสายตาคมกริบคู่นั้นมองสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของภรรยาและลูกแฝดที่ซบอยู่ด้านหลัง หัวใจของหลินหว่านกระตุกวูบ สายตาที่ประสานกันสื่อความหมายลึกซึ้ง เฉินเหว่ยขบกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้พุ่งพล่านเมื่อเห็นลูกเมียถูกรังแก "ใครเป็นคนแจ้งความว่ามีการวางยาพิษที่นี่" เฉินเหว่ยเอמהถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังกดดันจนทุกคนรอบข้างเงียบกริบ ป้าหลิวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ด้วยความมั่นใจในเบื้องหลัง นางจึงเชิดหน้าขึ้น "มะ... เป็นฉันเองค่ะผู้กอง นังนี่ขายอาหารปนเปื้อนพิษ หวังฆ่าประชาชนคนบริสุทธิ์ ท่านต้องจับมันไปลงโทษเด็ดขาด!" เฉินเหว่ยหันไปมองหน้าป้าหลิวด้วยแววตาน่ากลัวราวดาบคมกริบที่พร้อมจะปลิดชีพ "จับตัวคนแจ้งความและชายสองคนที่แสร้งป่วยไว้สอบสวนข้อหาแจ้งความเท็จและพยายามทำลายทรัพย์สิน" "อ๊ะ! ผู้กองจับฉันทำไม! นังนี่ต่างหากที่ผิด!" ป้าหลิวร้องโวยวายลั่นเมื่อถูกทหารสองนายเข้าล็อกตัวกดให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้น เถ้าแก่เฉียนที่ยืนดูอยู่ไกลๆ หน้าถอดสีเตรียมจะหมุนตัวเดินหนี ทว่าถูกสายตาคมกริบของเฉินเหว่ยล็อกเป้าไว้เสียก่อน "ส่วนแก... เถ้าแก่เฉียน อยู่เคลียร์กันให้จบก่อนเถอะ" เฉินเหว่ยเอמהเสียงเย็นเยียบ หลินหว่านพ่นลมหายใจออกยาวเหยียด ความตึงเครียดในอกคลี่คลายลงเล็กน้อยเมื่อมีสามีคอยหนุนหลัง ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลายและเข้าทางเธอนั้น... จู่ๆ เสียงรถจิ๊ปทหารคันเก๋งสีเขียวเข้มรุ่นหายากจากเมืองหลวง ก็แล่นเข้ามาจอดสนิทเบื้องหน้าตลาดสด ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ประตูรถเปิดออก เผยให้เห็นร่างชราในชุดสูทจีนโบราณตัดเย็บประณีต ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่แววตากลับคมปลาบดุดัน ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเฉินเหว่ยหยุดเต้นไปชั่วขณะ คือสตรีสูงวัยที่ก้าวตามลงมาจากรถ—ใบหน้านั้นถอดแบบมาจากความทรงจำอันเลือนรางที่เขาเพิ่งพยายามลืมเลือนไปตลอดสามปีเต็ม! "เหว่ยออร์..." เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอמהเรียกชื่อบุตรชายท่ามกลางความเงียบงัน เฉินเหว่ยยืนนิ่งค้าง ร่างกายแข็งทื่อดุจถูกสาป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องหนีมาซ่อนตัวในค่ายทหารชายแดนแห่งนี้... บัดนี้ได้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว! ไป๋เป่าเปาของแม่ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้น้องหว่านมาโดยตลอดนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%