“ไม่เจอกันนานนะ... แม่เชฟใหญ่แห่งวังหลวง เจ้ากล้าดียังไงถึงหนีมาหลบซ้ำซ้อนอยู่ในยุคสมัยที่ต่ำต้อยเช่นนี้... หลินหว่าน!”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบราวกับสายลมจากขุมนรกดังลอดผ่านไรฟันของสตรีในชุดโค้ทขนสัตว์สีแดงเพลิง นางก้าวเข้ามาในห้องครัวเล็กๆ ของสหกรณ์อำเภอด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองเครื่องครัวอลูมิเนียมเก่าๆ และเตาถ่านที่ยังคงคุกกรุ่นด้วยความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด
หลินหว่านชะงักมือที่กำลังนวดแป้งซาลาเปาไส้หมูเห็ดหอม นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ กลิ่นแป้งหมักยีสต์หอมกรุ่นที่ลอยอบอวลอยู่เมื่อครู่ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาวเหน็บที่ผู้มาใหม่จงใจแผ่ซ่านออกมา หัวใจของนางกระตุกวูบ แต่นางหาได้แสดงอาการตื่นตระหนกไม่ อดีตเชฟหลวงผู้ผ่านการชิงดีชิงเด่นในวังหลังมานับไม่ถ้วน เรียนรู้มานานแล้วว่า ยิ่งอีกฝ่ายต้องการเห็นความหวาดกลัว ยิ่งต้องแสดงความสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก
นางค่อยๆ วางแป้งลงบนเขင်းไม้ ชำเลืองสายตาไปยังร่างของสตรีผู้นั้น ปลายนิ้วสะบัดเบาๆ เพื่อปัดเศษแป้งส่วนเกินออกอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ
“ข้าก็นึกว่าสุนัขตัวไหนมาเห่าหอนอยู่หน้าครัว ที่แท้ก็เป็นเจ้า... แม่ครัวรองโจว ผู้ไม่เคยพัฒนาฝีมือจนต้องใช้เส้นสายไต่เต้า” หลินหว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมดั่งมีดแกะสลักน้ำแข็ง รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก “ดูท่าว่ายุคสมัยนี้จะใจดีกับเจ้ามากเสียจนลืมไปแล้วกระมัง ว่ารสชาติอาหารที่แท้จริงเขาทำกันอย่างไร ถึงได้กล้าเดินเข้ามาเหยียบสถานที่ซ่อมซ่อแห่งนี้ด้วยความมั่นใจหน้าหนาเช่นนั้น”
โจวชิงอี้หน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้าง นางกัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือที่สวมถุงมือหนังกำมะหยี่กำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา “ปากคอเราะร้ายขึ้นนะหลินหว่าน! เจ้าคิดว่าหนีมาอยู่ที่นี่แล้วจะไม่มีใครตามเจอหรือไง? โลกใบนี้มันกว้างใหญ่ก็จริง แต่วงการอาหารระดับสูงไม่มีทางต้อนรับคนทรยศที่ขโมยตำรับอาหารลับของตระกูลโจวหรอก!”
“หึ... ตำรับอาหารลับของตระกูลโจว?” หลินหว่านแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “นั่นมันเป็นสมบัติที่พวกเจ้าปล้นมาจากบันทึกบรรพบุรุษสกุลหลินต่างหาก อย่าได้เอาความหน้าด้านมาเคลมเป็นมรดกเลือดของตัวเองเลย มันน่าสมเพช”
บรรยากาศในห้องครัวตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ไอร้อนจากเตาถ่านไม่อาจละลายความหนาวเหน็บระหว่างสองสตรีที่เคยเป็นคู่แข่งกันข้ามมิติมาได้ ทว่า ในขณะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดเดือด เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กแฝดก็ดังแว่วมาจากลานด้านนอก
“ท่านแม่จ๋า! เสี่ยวเป่ากับเสี่ยวซีเก็บไข่ไก่มาได้ตั้งสิบฟองแน่ะค่ะ ฟองใหญ่มากๆ เลย!”
เสียงของเสี่ยวซีดึงสติของหลินหว่านกลับมาทันที ดวงตาที่เคยคมปลาบอ่อนแสงลงในเสี้ยววินาที ความกังวลฉายชัดขึ้นในใจ นางไม่อยากให้เด็กๆ ต้องมาเห็นหรือรับรู้เรื่องราวอันดำมืดจากโลกใบเก่าที่นางพยายามหนีตายข้ามมิติมา
หลินหว่านสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ระบบฟาร์มสวรรค์ในห้วงจิตสำนึกส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับหน้าจอสีฟ้าใสที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า: *[แจ้งเตือน: ตรวจพบระดับความเครียดของผู้ใช้งานสูงเกินเกณฑ์ แนะนำให้ใช้ ‘ชาสมุนไพรหอมหมื่นลี้ฮีลใจ’ เพื่อปรับสมดุลอารมณ์]*
นางปรายตามองหน้าจอโฮโลแกรมนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับโจวชิงอี้ด้วยท่าทีที่สุขุมขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“ถ้าเจ้ามาเพื่อยืนเห่าหอนโชว์ความโง่เขลา ก็เชิญออกไปเสีย ข้ากำลังจะทำอาหารให้ลูกๆ กิน ไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับสุนัขรับใช้ที่ไร้ค่าหรอกนะ” หลินหว่านเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังจนโจวชิงอี้ผอยถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ
“เจ้า...!” โจวชิงอี้ชี้หน้าหลินหว่านด้วยความโกรธจัด แต่แล้วจู่ๆ นางก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นหัวเราะคิกคักออกมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ปากดีไปเถอะหลินหว่าน แต่อย่าลืมว่าตอนนี้ ลูกๆ ของเจ้ากำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อาหารป่าและผักดองในหมู่บ้านกันดารนี่ จะหล่อเลี้ยงพวกมันไปได้อีกสักกี่น้ำกันเชียว?”
หลินหว่านหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
โจวชิงอี้หยิบซองจดหมายสีครีมเนื้อดีประทับตราครั่งสีทองออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท โยนมันลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังปึกเบาๆ แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึก
“นี่คือบัตรเชิญอย่างเป็นทางการจาก ‘สมาคมเชฟหลวงแห่งเมืองหลวง’... พวกเขากำลังตามหาปรมาจารย์ผู้ฟื้นฟูรสชาติอาหารโบราณ และชื่อของ ‘หลินหว่าน’ ก็อยู่ในรายชื่อผู้ถูกทาบทามอันดับหนึ่ง” โจวชิงอี้แย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม “ท่านประธานสมาคมส่งฉันมาเพื่อตรวจสอบฝีมือของเจ้าด้วยตาตัวเอง... ถ้าเจ้ากล้าพอ ก็จงหิ้วกระเป๋าตามฉันเข้าเมืองหลวงไปซะ ไปพิสูจน์ให้เห็นว่าเชฟอันดับหนึ่งแห่งวังหลวงยังมีความสามารถอยู่ หรือเป็นแค่ยายแก่ทำกับข้าวบ้านๆ ที่เอาแต่เลี้ยงลูกไปวันๆ กันแน่!”
ดวงตาของหลินหว่านมองบัตรเชิญนั้นนิ่งงัน เมืองหลวง... สถานที่ที่เต็มไปด้วยอำนาจ การแย่งชิง และเงาอดีตที่นางพยายามหลบหนี การก้าวเท้าเข้าสู่เมืองหลวงในยุค 70 นี้เปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่กองไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล แต่มันก็เป็นโอกาสทองที่จะทำให้ครอบครัวของนางมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมถึงการใช้ทรัพยากรจากระบบฟาร์มสวรรค์สร้างอาณาจักรอาหารของตนเองอย่างเต็มรูปแบบ
ในขณะที่หลินหว่านกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความสงบสุขในชนบทกับความท้าทายครั้งใหญ่ ประตูห้องครัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง
“หว่านหว่าน เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของเฉินเหว่ยดังขึ้น สามีหนุ่มผู้เพิ่งกลับจากการลาดตระเวนป่า ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารบกเต็มยศก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในทันที แววตาคมกริบกวาดมองโจวชิงอี้หัวจรดเท้าด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนสตรีจากเมืองหลวงถึงกับหน้าซีดเผือก ขาเรียวเล็กสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว
เฉินเหว่ยเอื้อมมือหนามาโอบไหล่บางของภรรยาไว้หลวมๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้หัวใจที่กำลังสั่นไหวของหลินหว่านสงบลงอย่างน่าประหลาด
“ไม่มีอะไรค่ะพี่เหว่ย แค่แขกที่ไม่ได้รับเชิญเอา ‘บัตรเชิญ’ มาส่งให้เราเท่านั้นเอง” หลินหว่านเอ่ยตอบเสียงนุ่ม พลางซบใบหน้าลงกับอกเสื้อของสามีชั่วครู่เพื่อสูดกลิ่นอายความอบอุ่นที่คุ้นเคย
โจวชิงอี้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางไม่เคยคิดเลยว่าสามีชาวบ้านนอกของหลินหว่านจะมีรัศมีน่ากลัวราวกับเสือดาวป่าเช่นนี้ นางรีบเก็บอาการแล้วเชิดหน้าขึ้น “หึ... ว่าไงล่ะหลินหว่าน? กล้าพอที่จะไปเปิดร้านอาหารในเมืองหลวงกับฉันไหม หรือจะซุกหัวหางจุกตูดอยู่แต่ในหมู่บ้านกันดารนี่ไปจนวันตาย?”
หลินหว่านค่อยๆ ผละออกจากอ้อมอกของเฉินเหว่ย นางหันกลับมาสบตาโจวชิงอี้อีกครั้ง คราวนี้แววตาของนางไม่มีความลังเลหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มที่มั่นใจ ทรงพลัง และเย้ายวนใจในแบบฉบับของเชฟผู้กุมชะตากรรมของตนเอง
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ โจวชิงอี้...” หลินหว่านก้าวเข้าไปใกล้ผู้มาเยือนทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูด “ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์กราบกรานเชิญฉันถึงที่... ฉันก็จะไม่ปฏิเสธความหวังดีของเจ้าหรอกนะ”
นางเอื้อมมือเรียวหยิบซองจดหมายสีครีมขึ้นมาเปิดดู ปลายนิ้วสัมผัสกับเนื้อกระดาษหรูหรา ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบฟาร์มสวรรค์ก็ดังขึ้นในหัวอย่างกึกก้อง: *[ยินดีด้วย! ปลดล็อกภารกิจพิเศษระดับ S: ‘ตำนานเชฟสะท้านเมืองหลวง’ — รางวัลความสำเร็จ: ขยายพื้นที่ฟาร์มสวรรค์ 100 เท่า และปลดล็อกเมล็ดพันธุ์พืชโบราณระดับตำนาน]*
หลินหว่านแย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ทำให้โจวชิงอี้รู้สึกหนสันหลังวาบราวกับกำลังยืนอยู่เบื้องหน้ายมทูต
“เตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของฉันให้ดีก็แล้วกัน... เพราะการไปเยือนเมืองหลวงครั้งนี้ ฉันจะไม่ได้ไปแค่เปิดร้านธรรมดาๆ แน่”
—--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เป่าเปาและคุณแม่หลินหว่านมาโดยตลอดนะคะ!
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 49
แผนการเข้าเมืองหลวง
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!