"ถอยไป"
น้ำเสียงของเฉินเหว่ยราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นราวกับคมมีดที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก มือกร้านแดดของเขาขยับไปวางบนด้ามจอบที่ปักอยู่บนพื้นดินอย่างมั่นคง เขาไม่ได้ตะโกน ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก แต่แววตาคมกริบนั้นกดดันจนชายฉกรรจ์ที่กำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาต้องชะงักฝีเท้าลง
หลินหว่านขยับตัวไปยืนบังเสี่ยวเป่าและเสี่ยวซีที่เกาะชายเสื้อเธอไว้แน่น ลมหายใจของเธอเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความกังวล แต่ในฐานะอดีตเชฟหลวงที่เคยเผชิญหน้ากับความกดดันในวังมานับไม่ถ้วน เธอรู้ดีว่าในเวลานี้ 'ความนิ่ง' คืออาวุธเดียวที่มี
"สมบัติล้ำค่าอย่างนั้นหรือ?" หลินหว่านเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบางๆ "ถ้าพวกท่านต้องการเห็น ก็ลองดูนี่สิ"
เธอก้มลงหยิบห่อผ้าเก่าๆ ที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมา แล้วคลี่ออก เผยให้เห็นมันเทศหัวเล็กๆ สองสามหัวที่มีรอยดินเกาะอยู่เต็มไปหมด พร้อมกับหัวไชเท้าที่เหี่ยวเฉาจนแทบไม่เหลือเนื้อ
ชายคนกลางที่ดูเหมือนจะเป็นหัวโจกพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้น "นึกว่าจะมีของดี ที่แท้ก็ขยะพวกนี้เอง เสียเวลาชะมัด!"
"ถ้าขยะพวกนี้สำคัญกับชีวิตของลูกสาวลูกชายข้ามากนัก พวกท่านก็เอาไปเลยสิคะ" หลินหว่านก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตาคู่สวยจ้องมองพวกมันอย่างท้าทาย "แต่ถ้าหากพวกท่านเดินเข้ามาเหยียบย่ำแปลงผักที่ข้ากำลังจะเริ่มทำ... ข้าก็ไม่รับประกันว่า 'สมบัติ' ที่พวกท่านจะได้รับกลับไป จะเป็นของดีหรือของเน่าเสียที่ข้าผสมยาถ่ายไว้สำหรับไล่หนู!"
ชายฉกรรจ์ทั้งสามชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนด้วยความขบขันในความเขลาของหญิงสาว แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรเกินไปของหลินหว่าน พวกเขาก็เริ่มชั่งใจ ความซวยในยุคสมัยที่กฎหมายยังไปไม่ถึงไหนคือการกินของแปลกปลอมเข้าไปจนตายฟรี
"หึ! วันนี้เห็นแก่ที่พวกแกยากจนข้นแค้น ข้าจะปล่อยไปก่อน แต่จำไว้ให้ดี... ทางเส้นนี้ อย่าให้ข้าเห็นพวกแกขุดอะไรแปลกๆ อีก!" ชายคนนั้นถ่มน้ำลายทิ้งอีกครั้งก่อนจะหันหลังกลับเดินจากไป
ทันทีที่แผ่นหลังของพวกมันลับตาไป แรงกดดันในอากาศก็มลายหายไป เฉินเหว่ยผ่อนลมหายใจออกยาว เขาทรุดเข่าลงข้างๆ แปลงดินที่เพิ่งขุดขึ้นมาใหม่
"หว่านเอ๋อร์... เมื่อครู่เจ้าเสี่ยงเกินไปแล้ว" เขากล่าวเสียงแผ่ว สายตามองภรรยาด้วยความรู้สึกผิดและซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน
"ถ้าเราไม่สู้ คนอื่นก็จะเหยียบย่ำเราไม่จบสิ้นค่ะ" หลินหว่านวางมือลงบนไหล่ที่กว้างแต่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของเขา "เอาเถอะค่ะ ปล่อยวางเรื่องพวกนั้นก่อน ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ 'สวนหลังบ้าน' ของเราต่างหาก"
เธอหันไปมองพื้นที่ว่างหลังกระท่อมที่ซอมซ่อ แสงแดดรำไรลอดผ่านยอดไม้ลงมายังผืนดินสีเข้มที่หลินหว่านเพิ่งปรับหน้าดินจนเรียบในใจของเธอ ระบบฟาร์มอัปเกรดที่เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อคืนกำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ ในมโนภาพ มันคือความหวังเดียวที่จะเปลี่ยนชีวิตจากความอดอยากไปสู่ความมั่งคั่ง
"เฉินเหว่ยคะ ช่วยข้าพรวนดินตรงนี้อีกหน่อยนะคะ เราจะปลูกผักกาดขาวและแตงกวา ถ้าดินได้รับสารอาหารจากระบบนี้ ไม่เกินสามวัน เราจะมีผักสดไว้ทำอาหารมื้ออร่อยให้ลูกๆ ได้ทาน"
หลินหว่านหยิบถุงเมล็ดพันธุ์ที่แอบเอาออกมาจากระบบขึ้นมา เธอเริ่มบรรจงโรยเมล็ดลงในร่องดินที่เตรียมไว้ ทุกจังหวะที่นิ้วสัมผัสผืนดิน เธอส่งผ่านความปรารถนาดีและความมุ่งมั่นลงไป เสี่ยวเป่ากับเสี่ยวซีเริ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ พวกเด็กๆ ค่อยๆ ช่วยกันหยิบก้อนหินออกจากแปลงดินด้วยมือเล็กๆ ที่เปื้อนฝุ่นแต่เปี่ยมไปด้วยความสุข
ท่ามกลางกลิ่นไอของดินที่หอมชื่นใจหลังฝนพรำ ความเงียบสงบในตอนเย็นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางหน้ากระท่อม
เฉินเหว่ยลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณทหารเตือนให้เขาระวังภัย แต่เมื่อเห็นร่างที่เดินนำเข้ามา เขากลับชะงักค้าง
หญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านผิดกับชาวบ้านทั่วไป เดินตรงเข้ามาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและแววตาที่ยากจะอ่านออก "เฉินเหว่ย... เจ้าคิดจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไปถึงเมื่อไหร่ ในเมื่อ 'คำสั่งลับ' นั้นส่งมาถึงมือเจ้าแล้ว"
ไป๋เป่าเปาของแม่หวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะมีความสุขกับการสร้างฟาร์มของหลินหว่านนะคะ!
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 6
เริ่มแผนการทำสวน
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!