กลิ่นหอมของเครื่องเทศเคี่ยวเคี่ยวจนน้ำซุปกระดูกหมูงวดเป็นสีนมข้น แทรกซึมผ่านรอยต่อของไม้กระดานในห้องครัวเล็กๆ จนอบอวลไปทั่วบริเวณ หลินหว่านใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปในหม้อดินขนาดใหญ่อย่างเบามือ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววครุ่นคิด ขณะที่มืออีกข้างคอยตักฟองสีขาวนวลออกอย่างพิถีพิถัน อาหารทุกหม้อในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสุขของคนในครอบครัวอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าชีวิตของพวกเขาในยุคเจ็ดศูนย์แห่งนี้ไปตลอดกาล
"แม่จ๋า... กลิ่นหอมลอยไปไกลถึงหน้าบ้านแน่ะค่ะ เสี่ยวเป่าท้องร้องจ๊อกๆ แล้วนะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาเกาะชายกางเกงผ้าฝ้ายสีซีด หลินหว่านก้มมองลูกสาวฝาแฝดด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู มือเรียวยกขึ้นลูบแก้มนุ่มนิ่มที่เริ่มมีเลือดฝาดสุขภาพดีขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากที่พวกเขาไม่ต้องอดมื้อกินมื้อเหมือนเก่า
"อดใจรอก่อนนะคะคนดี วันนี้แม่ต้องเตรียมของชิ้นใหญ่ไปส่งในเมือง... เสี่ยวเป่ากับพี่เสี่ยวซีอยากช่วยแม่จัดผักลงตะกร้าไหมคะ?" หลินหว่านเอ่ยถามเสียงนุ่ม พลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้เด็กๆ ที่พยักหน้ารับหงึกหงักด้วยความกระตือรือร้น
เฉินเหว่ยที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องครัวเงียบๆ มองภาพภรรยาและลูกๆ ด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจอยู่ในอก ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิร์ตสีเขียวขี้ม้าพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง เขารู้ดีว่าภรรยาของตนมีความสามารถซ่อนอยู่มากมาย แต่การที่นางสามารถพลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งรอบบ้านให้กลายเป็นแปลงเกษตรอุดมสมบูรณ์ที่ให้ผลผลิตแปลกใหม่ได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน นั่นคือปาฏิหาริย์ที่แม้แต่ทหารผ่านศึกอย่างเขายังต้องทึ่ง
"ทางรถบรรทุกของสหกรณ์อำเภอติดต่อมาแล้วค่ะคุณหว่าน พวกเขาจะมารับวัตถุดิบชุดแรกตอนแปดโมงเช้า... คุณแน่ใจนะว่าไม่อยากให้ผมช่วยเจรจาเรื่องราคาเพิ่มอีกหน่อย?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง พร้อมกับยื่นผ้าสะอาดให้ภรรยาซับเหงื่อบริเวณขมับ
หลินหว่านรับผ้ามาเช็ดหน้าเบาๆ นางส่ายหัวน้อยๆ รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไม่ต้องหค่ะคุณเหว่ย ของที่เราจะส่งเข้าภัตตาคาร 'เฟิ่งหวง' ในตัวเมืองวันนี้ ไม่ใช่แค่ผักกาดหัวหรือมันสำปะหลังธรรมดา แต่เป็นวัตถุดิบเกรดพรีเมียมที่ผ่านการบำรุงด้วยน้ำทิพย์จากระบบฟาร์มพิเศษของฉัน... ทางนั้นเป็นฝ่ายต้องเกรงใจเราต่างหากค่ะ"
ประโยคพูดคุยที่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว ทำให้เฉินเหว่ยหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่มองภรรยาเต็มไปด้วยความชื่นชมและเสน่หาที่เพิ่มขึ้นทุกวัน "ภรรยาของเฉินเหว่ยเก่งกาจถึงเพียงนี้ เกรงว่าอีกไม่นาน เจ้าของภัตตาคารใหญ่ในเมืองคงต้องมาเคาะประตูบ้านเราด้วยตัวเองแล้วกระมัง"
เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กแฝดดังประสานกัน ทำให้บรรยากาศในห้องครัวอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อเสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปทหารคันคุ้นเคยแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูรั้วไม้ไผ่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและน้ำเสียงกังวานของสหายเก่าอย่างผู้กองจ้าวก็ดังขึ้นลั่นบ้าน
"สหายเฉิน! แม่ครัวหลิน! พวกท่านเตรียมตัวกันพร้อมหรือยัง เจ้าหลินจื้อหยางจากภัตตาคารเฟิ่งหวงส่งคนมารอรับของที่สหกรณ์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างแล้วนะ!"
หลินหว่านสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ นางหันไปสั่งการเด็กๆ ด้วยน้ำเสียงสุขุม ก่อนจะเดินนำสามีออกไปต้อนรับแขกผู้มาเยือน ตะกร้าไม่ไผ่สานประณีตบรรจงหลายใบถูกเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบียบ ภายในบรรจุผักใบเขียวที่สดกรอบราวกับเพิ่งเด็ดจากต้น และที่สำคัญที่สุดคือขวดโหลเซรามิกเคลือบเงาบรรจุ "หัวเชื้อน้ำซุปสูตรลับ" ที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจทะลุฝาปิดออกมา
เมื่อรถบรรทุกสินค้าเคลื่อนตัวออกจากเขตหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อไปยังตัวเมือง หลินหว่านนั่งเงียบๆ อยู่ที่เบาะหลัง สายตาทอดมองทัศนียภาพสองข้างทางที่กำลังเปลี่ยนผ่านไป
นี่คือ ก้าวแรกอย่างเป็นทางการในการสร้างรากฐานความมั่นคงให้กับครอบครัวในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนค่ะ ผักทุกต้นและอาหารทุกจานที่นางตั้งใจทำ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้าเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินตรา แต่มันคือสะพานเชื่อมโยงความฝันที่นางจะใช้เนรมิต "ฟาร์มสวรรค์" ให้กลายเป็นจริงในโลกใบนี้
เวลาล่วงเลยไปเกือบสองชั่วโมง รถก็แล่นเข้ามาจอดเทียบด้านหลังของภัตตาคาร "เฟิ่งหวง" ภัตตาคารหรูหราที่สุดในเขตปกครองนี้ สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างจีนโบราณและตะวันตกสะท้อนถึงความมั่งคั่งของผู้เป็นเจ้าของ พนักงานยกของรีบกรูเข้ามาช่วยขนย้ายตะกร้าสินค้าอย่างระมัดระวังราวกับกำลังถือสมบัติล้ำค่า
ในขณะที่หลินหว่านกำลังตรวจสอบรายการสินค้ากับผู้จัดการร้านอยู่นั้นเอง ประตูห้องรับรองพิเศษชั้นสองก็เปิดออกอย่างกะทันหัน ร่างสูงโปรสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนสากลเนื้อดีก้าวฉับๆ ลงมา ดวงตาคมปลาทูคู่นั้นกวาดมองมาที่ตะกร้าผักสด ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ขวดโหลเซรามิกในมือของหลินหว่าน
"ช้าก่อน... นี่มันกลิ่นอะไรกัน?"
เสียงแหบห้าวแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาผู้จัดการร้านถึงกับหน้าถอดสีรีบโค้งคำนับแทบไม่ทัน "ท่านประธานหลิน... ท่านลงมาทำไมขอรับ นี่คือวัตถุดิบใหม่ที่เราสั่งมาจากหมู่บ้านห่างไกล..."
ชายผู้ถูกเรียกว่า 'ประธานหลิน' ไม่ได้สนใจคำรายงานของผู้จัดการ เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาหาหลินหว่าน ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตเชฟหลวงด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
"ฮูหยินหลิน... ของฝากจากเมืองหลวงชิ้นนี้ ถูกใจท่านหรือไม่?"
สิ้นเสียงคำถามนั้น หลินหว่านก็ตัวชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล ประโยคเมื่อครู่... ไม่ใช่ภาษาที่คนในยุคเจ็ดศูนย์นี้ใช้กัน! และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หลังมือซ้ายของชายผู้นั้น กำลังสะท้อนแสงไฟวับวาว... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับตราประทับลับของราชสำนักยุคโบราณที่นางคิดว่าได้ฝังกลบมันไว้ในอดีตชาติเบื้องหลังมิติกาลเวลาแล้ว!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและโอบกอด "ไป๋เป่าเปาของแม่" มาจนถึงตอนนี้ เตรียมตัวรับแรงกระแทกในบทต่อไปกันได้เลยนะคะ!
คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70•ตอนที่ 46
ขยายอาณาจักร
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณแม่ทะลุมิติมาสร้างฟาร์มสวรรค์ในยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!