"หากแม่นางยังดึงดันจะโคจรลมปราณย้อนศรเช่นนี้ เกรงว่าต่อให้ท่านมีเก้าชีวิต วังน้ำแข็งเก้าสวรรค์ของท่านก็คงเหลือเพียงแค่ซากศพเย็นเฉียบให้สุนัขป่าแทะเล่นแล้วล่ะครับ"
น้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างไม่รู้กาลเทศะดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในถ้ำศิลาอัคคี เย่เฉินนั่งไขว่ห้างอยู่บนก้อนหินอัคคีสีแดงฉาน ในมือถือจอกสุราทิพย์ที่ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวล ดวงตาคู่นั้นกวาดมองร่างของสตรีผู้เลอโฉมแต่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนหน้าผากเนียน
หลิวชิงหลันกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ร่างระหงของธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังน้ำแข็งเก้าสวรรค์สั่นสะท้าน พิษโลหิตอัคคีที่มู่หรงเฟิงใช้เล่นงานนางในศึกก่อนหน้ากำลังแผดเผาเส้นชีพจรน้ำแข็งพันปีจนใกล้แหลกสลาย นางพยายามฝืนโคจรวิชา 'เหมันต์นิรันดร์' เพื่อกดขี่พิษร้าย แต่ยิ่งโคจรกลับยิ่งเหมือนเติมเชื้อเพลิงเข้ากองเพลิง ร่างกายของนางในยามนี้เย็นยะเยือกสลับกับร้อนรุ่มดั่งถูกย่างสดในกระทะทองแดง
"เจ้า... สวะเย่เฉิน... อย่ามาบังอาจล่วงเกินข้า..." เสียงหวานใสที่เคยเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในยามนี้แหบพร่าและสั่นเครือ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความระแวงและทิฐิอันสูงส่ง
เย่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายกจอกสุราขึ้นจิบทีละน้อยอย่างใจเย็น ไม่มีความเร่งร้อนใดๆ ในแววตาคู่นั้น มีเพียงความล้ำลึกดั่งห้วงมหาสนิทที่แม้แต่เซียนสวรรค์ยังไม่อาจหยั่งถึง
"ล่วงเกิน? แม่นางหลิว ท่านเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ข้าคือผู้มีพระคุณที่กำลังจะช่วยชีวิตท่านต่างหากเล่า" เย่เฉินวางจอกสุราลง เสียงกระทบกับหินดัง กริ๊ง ก้องกังวาน ก่อนที่ร่างของเขาจะลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า "หากข้าอยากล่วงเกินท่านจริงๆ ท่านคิดว่าสภาพที่ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านเช่นนี้ จะเหลือผ้าผ่อนติดกายให้ท่านได้รักษาศักดิ์ศรีอยู่หรือ?"
"เจ้าคนไร้ยางอาย!" หลิวชิงหลันโกรธจนกระอักโลหิตออกมาคำโต สีหน้าของนางซีดเผือดลงจนโปร่งแสง ลมหายใจรวยรินใกล้ขาดหักห้วง
เย่เฉินไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า ร่างของเขาพุ่งวาบเข้ามาประชิดตัวนางราวกับภูตพรายในพริบตา นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวสะบัดออกอย่างแม่นยำ ปราณกระบี่บรรพกาลสายหนึ่งถูกหลอมรวมเข้ากับเคล็ดวิชาแพทย์สวรรค์ กดลงบนจุดชีพจรสำคัญทั่วร่างของนางทั้งเก้าจุดอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ
*ปรุ! ปรุ! ปรุ!*
เสียงลมปราณอุดตันระเบิดออกเบาๆ หลิวชิงหลันสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อ นางรู้สึกราวกับมีกระแสความเย็นบริสุทธิ์สายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรที่กำลังไหม้เกรียม ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่กัดกินวิญญาณค่อยๆ มลายหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าสัมผัสจากการที่ปลายนิ้วของเย่เฉินสัมผัสโดนผิวเนื้อบอบบางผ่านรอยขาดของอาภรณ์ กลับทำให้หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตของนางเต้นรัวผิดจังหวะ
ดวงตาคู่คมของเย่เฉินอยู่ห่างจากใบหน้าของนางเพียงคืบ กลิ่นอายบุรุษที่สะอาดและทรงพลังแผ่ซ่านเข้าจมูก นางเซียนผู้สูงส่งไม่เคยต้องใกล้ชิดกับบุรุษคนใดในระยะประชิดเช่นนี้มาก่อน สมองของนางขาวโพลน ชั่วขณะหนึ่งลืมเลือนแม้กระทั่งความแค้นและฐานะอันสูงส่งของตนเอง
"อย่าขยับ หากท่านไม่อยากให้พิษส่วนที่เหลือไหลย้อนเข้าสู่หัวใจ" เสียงกระซิบของเย่เฉินนุ่มนวลทว่าเด็ดขาด แฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธ
หลิวชิงหลันหลุบตาลงมองแผ่นอกของตนเองที่ถูกฝังด้วยเข็มปราณแสงทอง นางเม้มปากแน่น หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งหมื่นปี บัดนี้กลับถูกความอบอุ่นจากปลายเข็มของเย่เฉินหลอมละลายจนเกิดรอยร้าว ความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก นางไม่เคยพบเจอผู้ใดที่กวนประสาท ปากกล้า แต่กลับมีฝีมือและวิชาแพทย์ที่เหนือล้ำถึงเพียงนี้มาก่อน
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่ทราบได้ เย่เฉินถอนหายใจยาวเหยียด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมของเขา แสดงให้เห็นว่าการขับพิษครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่สำหรับอดีตมหาจักรพรรดิเซียน เขาเก็บเข็มปราณทั้งหมดกลับเข้าสู่ห้วงมิติ ทรุดตัวนั่งลงหอบหายใจเล็กน้อย
"เรียบร้อย... พิษโลหิตอัคคีถูกขับออกไปแปดส่วนแล้ว ส่วนที่เหลืออีกสองส่วนท่านแค่นั่งโคจรลมปราณดูดซับอีกสามวันก็หายเป็นปลิดทิ้ง" เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนจะหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มอีกครั้ง "ทีนี้ ค่าน้ำร้อนน้ำชา ค่ารักษาพยาบาล และค่าเสียเวลาของข้า แม่นางจะชดใช้ให้อย่างไรดีเล่า?"
หลิวชิงหลันค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาที่มองเย่เฉินในยามนี้ไร้ซึ่งความเย็นชาและรังเกียจดังเช่นคราแรก มีเพียงความซับซ้อนและประกายความสนใจบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
"ท่านต้องการสิ่งใด..." นางเอ่ยถามเสียงเบา หันหน้าหลบสายตาเจ้าเล่ห์ของเขาเล็กน้อย
"ฮ่าๆๆๆ ง่ายดายนัก ข้าไม่ได้ต้องการสมบัติล้ำค่าอะไรจากวังน้ำแข็งเก้าสวรรค์ของท่านหรอก..." เย่เฉินกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายลึกล้ำ "ข้าแค่ต้องการให้ท่าน..."
ยังไม่ทันที่เย่เฉินจะกล่าวจบประโยค บรรยากาศภายในถ้ำศิลาอัคคีก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นหนทึบและเย็นเยียบ อักขระเวทสีดำสนิทนับพันสายปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำราวกับกรงข่ายมรณะ แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ซุงเข้ากดทับจนอากาศแทบหยุดนิ่ง
เงาร่างหนึ่งก้าวเท้าเดินผ่านม่านอักขระเข้ามาอย่างช้าๆ เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังสะท้อนก้องกังวาน
"ฮี่ๆๆๆ เย่เฉิน... เจ้าหนูสารเลว ข้าตามหาตัวเจ้าเจอจนได้ คิดไม่ถึงเลยสินะว่าเจ้าจะแอบมาซ่อนตัวอยู่กับนกน้อยบาดเจ็บในที่ลับตาเช่นนี้!"
เย่เฉินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาดุดันคมกริบดั่งกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก ขณะที่หลิวชิงหลันหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยของผู้มาเยือน
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝืนลิขิตฟ้ามาถึงตอนนี้ และเตรียมพบกับการปะทะครั้งใหญ่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 9
โอสถสมานแผลใจ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!