จอกสุราหยกเขียวถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดคามือของประมุขพรรคทมิฬ โลหิตสีชาดไหลรินผสมปะปนกับผงหยกสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืนอย่างน่าสยดสยอง ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง บรรยากาศอึมครึมดั่งพายุฝนตั้งเค้า เมฆหมอกแห่งความตื่นตระหนกปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว ข่าวลือที่แพร่สะพัดดั่งไฟลามทุ่งตลอดสามวันสามคืนที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สั่นคลอนรากฐานของสำนักกระบี่เมฆา หากแต่มันกำลังเขย่าบัลลังก์อำนาจของขั้วอำนาจทั้งเจ็ดแห่งแคว้นให้สั่นคลอนถึงรากเหง้า
*“ศิษย์สวะขั้นรวบรวมลมปราณตบหน้าผู้อาวุโสสี่กลางลานพิธี… แถมยังซัดกระบี่ประจำสำนักหักสะบั้นด้วยมือเปล่า?”*
ประโยคนี้ถูกกล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหมู่จอมยุทธ์ทั่วหล้า ราวกับเป็นคำสาปแช่งที่ไม่มีผู้ใดกล้าเชื่อว่าเป็นความจริง แต่ร่องรอยพลังปราณโบราณอันไร้ผู้ต้านที่ทิ้งไว้ ณ สำนักกระบี่เมฆานั้นคือหลักฐานอันเด่นชัด เย่เฉิน… นามนี้กลายเป็นชื่อที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในรอบร้อยปี
"ฮ่าๆๆๆ… ช่างเป็นเรื่องตลกขบขันสิ้นดี!" เสียงหัวเราะเยียบเย็นดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง มู่หรงเฟิง ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆาผู้เลื่องชื่อ ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่นั้นฉายแววอาฆาตมาดร้ายจนน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "ไอ้สวะเย่เฉิน อาศัยเดชบุญอันใดจึงกล้าอาจหาญถึงเพียงนี้! มันเหยียบย่ำเกียรติภูมิของสำนักเราจนป่นปี้ หากข้าไม่ถลกหนังหัวมันมาทำเป็นผ้าเช็ดกระบี่ มู่หรงเฟิงผู้นี้คงไม่มีหน้ายืนหยัดในยุทธภพอีกต่อไป!"
หลิวชิงหลัน ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนผู้ไร้กิเลส ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนหยาดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
"เจ้าประเมินเขาต่ำเกินไปแล้ว... มู่หรงเฟิง" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆาต้องชะงักฝีเท้า "พลังที่เขาใช้ในวันนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่คนในยุคนี้จะเข้าใจได้ ต่อให้พวกเจ้าทั้งหมดระดมกำลังกันทั้งสำนัก ก็มิอาจเทียบเท่าปลายเส้นผมของเขาได้"
"ธิดาศักดิ์สิทธิ์หลิว!" มู่หรงเฟิงกัดฟันกรวดด้วยความริษยา "ท่านหลงใหลในตัวมันมากเกินไปแล้ว! มันก็แค่เศษสวะที่บังเอิญโชคดีได้เคล็ดวิชาเดรัจฉานมาเท่านั้น ข้าจะนำหัวมันมาตบหน้าท่านให้ดู เพื่อพิสูจน์ว่าบุรุษผู้ใดกันแน่ที่คู่ควรกับบัลลังก์ยุทธภพแห่งนี้!"
ในขณะเดียวกัน ณ เรือนพักพาส2กลางหุบเขาไพศาล เย่เฉินกำลังนั่งเอนกายพิงเสาไม้ไผ่ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ในมือถือจอกสุราหมักร้อยปีที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ข้างกายมีเต่าทมิฬบรรพกาลนอนหมอบอยู่ มันกำลังเคี้ยวโอสถวิญญาณเล่นกรุบกรับราวกับเป็นขนมขบเคี้ยว
"นายท่าน ข่าวลือข้างนอกตอนนี้ดังระเบิดระเบิดเถิดเทิงไปถึงวังหลวงแล้วนะขอรับ" เต่าทมิฬส่งเสียงพูดด้วยความเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาตี่ๆ หรี่มองเจ้านายหนุ่ม "พวกมันส่งจดหมายท้าประลองมาไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว ท่านยังจะนั่งจิบสุราทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่อีกหรือ? หรือว่ารอให้พวกมันยกพลมาเผาเรือนหลังนี้เสียก่อน?"
เย่เฉินยกจอกสุราขึ้นจิบช้าๆ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ดวงตาคมปลาบดุจดั่งห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างสะท้อนประกายแสงจันทร์
"ให้พวกมันมา..." เย่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทว่าทรงพลังดั่งประกาศิตจากสรวงสวรรค์ "โลกใบนี้สงบสุขมานานเกินไปแล้ว ผู้คนหลงลืมความหวาดกลัวต่อกฎแห่งฟ้าดิน ข้าอุตส่าห์เมตตาไว้ชีวิตพวกมันในวันนั้น แต่หากพวกมันยังไม่เจียมตัว... ข้าจะใช้กระบวนท่าเดียว ล้างบางพวกมันให้สิ้นซากจากแผ่นดินนี้"
สายลมยามวิกฤตพัดโชยเข้ามาในห้องโถง เปลวเทียนไหววูบจนเกือบดับลง ทันใดนั้นเอง ท้องน้ายามราตรีที่เคยกระจ่างใสกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทมิฬสนิท ฟ้าแลบแปล๊บปลาบพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องราวกับมังกรคำราม
เต่าทมิฬสะดุ้งโหยง มันผุดลุกขึ้นยืนแล้วร้องลั่น "เฮ้ย! นายท่าน บรรยากาศแบบนี้มันไม่ใช่แค่พวกสำนักกระบี่เมฆาแล้วล่ะ... มีบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวมาจากแดนลับแล!"
เย่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจัง เขาวางจอกสุรารงบนโต๊ะไม้ไผ่ ช้าๆ ก้าวเท้าเดินออกไปยืนรับสายลมที่หน้าประตูกลางดึก
เบื้องหน้าของพวกเขา มิติอากาศฉีกขาดออกเป็นทางยาว ปรากฏเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่าม แผ่กลิ่นอายกดขี่ข่มเหงระดับราชันย์สวรรค์ขั้นสูงสุดที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้
"เย่เฉิน... ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบ" เสียงกังวานดั่งระฆังทองคำสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขา พร้อมกับป้ายคำสั่งทองคำสลักลวดลายโบราณที่ถูกโยนลงมาแทบเท้าของเย่เฉิน "ราชครูแห่งแคว้นหลวง มีรับสั่งเรียกตัวเจ้าเข้าเฝ้าด่วน หากขัดขืน... โทษสถานเดียวคือประหารเจ็ดชั่วโคตร!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปกับ "เซียนสุราเมามาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 18
ชื่อเสียงระบือไกลทั่วเมืองหลวง
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!