ไอร้อนระอุจากเปลวเพลิงสีครามหลอมละลายผนังหินผาจนกลายเป็นลาวาหนืดข้น ทว่าใจกลางถ้ำลี้ลับแห่งนี้ อุณหภูมิกลับลดฮวบลงจนเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนเกาะกุมทั่วพื้นดิน มันคือความย้อนแย้งอันสมบูรณ์แบบระหว่างหยินและหยาง ระหว่างความเป็นและความตายที่กำลังโรมรันกันอยู่ในร่างของบุรุษผู้หนึ่ง
เย่เฉินหลับตาลงอย่างสงบนิ่ง สองมือประสานกันเป็นรูปผนึกกระบี่ ทั่วร่างของเขากำลังถูกห่อหุ้มด้วยเกล็ดมังกรทองคำโบราณที่เปล่งประกายเจิดจ้า แก่นแท้ปราณมังกรที่บรรพบุรุษแห่งยุคโบราณทิ้งไว้ ไหลเวียนทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าสายราวกับกระแสน้ำป่าที่ไร้ซึ่งทำนบกั้น
"อึก..."
เสียงคำรามต่ำเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเย่เฉิน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มแผ่นหลังที่เปลือยเปล่า กล้ามเนื้อทุกมัดปูดโปนขึ้นจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดนูนราวกับรากไม้อายุนับพันปี แรงกดดันจากแก่นแท้ปราณมังกรนี้มหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะจินตนาการได้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตสะท้านฟ้า หากมารับการดูดซับโดยปราศจากเคล็ดวิชาบรรพกาล ร่างกายคงแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปในพริบตาเดียวแล้ว
"เจ้าเด็กสารเลว... ทนให้ได้นะเว้ย ถ้าเจ้าตายข้าคงต้องไปหาเจ้านายใหม่อีก ซึ่งน่ารำคาญสิ้นดี!"
เสียงแหบพร่าและกวนประสาทของเต่าทมิฬบรรพกาลดังขึ้นจากมุมมืดของถ้ำ มันกวาดตามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความกังวล แม้ภายนอกจะเอ่ยปากเย้าแหย่ แต่แววตาของสัตว์อסטרโบราณตัวนี้กลับฉายแววหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด พลังปราณที่ระเบิดออกมาจากร่างของเย่เฉินในตอนนี้ กำลังสั่นคลอนมิติรอบด้านจนเกิดเป็นรอยแยกสีดำสนิท
ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลิวชิงหลันยืนสงบนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็ง นางเซียนผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า บัดนี้แววตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้น กระบี่เยือกแข็งในมือของนางสั่นระริกตามจังหวะชีพจรของเย่เฉิน นางพร้อมที่จะลงมือสกัดกั้นพลังงานย้อนกลับทันทีหากชายหนุ่มมีอาการเพลี่ยงพล้ำ แม้จะต้องแลกด้วยการเผาผลาญพลังปราณต้นกำเนิดของตนเองก็ตาม
"เฉินหลาง... ท่านต้องทำได้" เสียงหวานเอמהแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ภายในห้วงจิตสำนึกของเย่เฉินเวลานี้ บรรยากาศกลับดุเดือดไม่แพ้โลกภายนอก ภาพของมังกรทองคำบรรพกาลขนาดมหึมาตัวหนึ่งกำลังคำรามก้องฟ้า ดึงดูดดวงดาวนับล้านให้ร่วงหล่นลงมาแหลกสลาย มันคือภาพสะสมแห่งความทรงจำของอดีตมหาจักรพรรดิเซียน ประสบการณ์นับหมื่นปีถูกนำมาหลอมรวมเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
*“คิดจะกลืนกินข้า... เจ้ามังกรโง่เง่า เจ้ายังอ่อนหัดเกินไปหลายขุมนัก!”*
เย่เฉินแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยันในใจ จิตวิญญาณของเขาในห้วงสำนึกแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่เล่มยักษ์พุ่งเข้าฟาดฟันกับร่างของมังกรทองคำอย่างไร้ความปรานี ทุกครั้งที่กระบี่ฟันลงไป แก่นแท้ปราณมังกรจะสยบยอมลงทีละน้อย ความเจ็บปวดจากการฉีกขาดของเส้นชีพจรภายนอกไม่สามารถเทียบได้กับความเจ็บปวดในระดับจิตวิญญาณ แต่นั่นกลับทำให้รอยยิ้มมุมปากของเย่เฉินยกขึ้นสูงอย่างท้าทาย
นี่คือวิถีแห่งการฝืนลิขิตฟ้า! เซียนแท้จริงย่อมไม่ต้องพึ่งพาสวรรค์ ลิขิตชีวิตด้วยปลายกระบี่ของตนเอง!
*ตูมมม!*
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน คลื่นกระแทกปราณมังกรสีทองอร่ามแผ่พุ่งทะลักทะลายทะลุเพดานถ้ำ พุ่งขึ้นสู่ท้องน้ายามค่ำคืนจนเกิดเป็นเสาแสงสีทองทะยานเสียดฟ้า เมฆหมอกทั่วทั้งอาณาบริเวณถูกฉีกกระชากจนหมดสิ้น แรงกดดันระดับขอบเขตกายาเซียนแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ สัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจอันยิ่งใหญ่ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น
ควันสีขาวโพลนพวยพุ่งคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่อมันจางลง ร่างของเย่เฉินก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ผิวพรรณของเขาในยามนี้เปล่งประกายเรืองรองราวกับหยกขาวบริสุทธิ์ กล้ามเนื้อทุกส่วนได้สัดส่วนงดงามราวกับผลงานศิลปะชิ้นเอกของสวรรค์ แววตาดำขลับคู่นั้นล้ำลึกดั่งห้วงมหาสมุทร ทว่ากลับซ่อนประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาในเวลานี้ไร้ซึ่งความอ่อนแอหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย่อหยิ่งทระนงที่แม้แต่ฟ้าดินก็ยังต้องก้มหัวให้
ขอบเขตกายาเซียนขั้นต้น!
ในที่สุด เย่เฉินก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ปุถุชน ทะยานเข้าสู่เส้นทางแห่งเซียนอย่างแท้จริง
เต่าทมิฬอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "ให้ตายเถอะ... เจ้ามนุษย์ประหลาด ใช้เวลาแค่ชั่วธูปดอกเดียว ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกายาเซียนเนี่ยนะ? แบบนี้พวกสัตว์อสูรบรรพกาลอย่างข้าไม่เอาปี๊บคลุมหัวตายห่านหรอกหรือ!"
หลิวชิงหลันผ่อนลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก นางเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม แววตาคู่สวยสำรวจร่องรอยการเปลี่ยนแปลงบนร่างของเขาด้วยความชื่นชมระคนทึ่ง "ท่าน... สำเร็จแล้วจริงๆ"
เย่เฉินหันมาสบตากับนาง มุมปากหยักยิ้มกวนประสาทตามแบบฉบับ เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "แน่นอน สามีของเจ้าย่อมไม่ทำให้ผิดหวังอยู่แล้ว... ว่าแต่ เจ้ามองข้าด้วยสายตาแบบนี้ หรือว่าติดใจเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของข้าเข้าแล้วล่ะแม่นางชิงหลัน?"
"คนทะลึ่งตึงตัง..." หลิวชิงหลันแก้มแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย แม้จะพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะค้อนใส่เขาด้วยความหมั่นไส้
ทว่า บรรยากาศแห่งความยินดีกลับอยู่ได้ไม่นานนัก...
*ครืนนน!*
พื้นถ้ำใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า แผ่นดินแยกตัวออกเป็นทางยาว ปราณกระบี่อันแหลมคมและดุดันสายหนึ่งพุ่งทะลุทะลวงลงมาจากเบื้องบน ราวกับมีผู้ใช้กระบี่ตวัดฟันทำลายภูเขาลงมาทั้งลูก แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์กดทับลงมาจนอากาศแทบหยุดนิ่ง
"ฮ่าๆๆๆ เย่เฉิน! ศิษย์น้องตัวดี เจ้าคิดว่าจะหลบหัวซุกหัวซุนอยู่ในรูหนูแห่งนี้ได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือ!"
เสียงหัวเราะเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งดังสะท้อนก้องกังวานเข้ามาในถ้ำ ร่างของบุรุษชุดขาวปักลายเมฆาปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้า เงาร่างนั้นถือกระบี่วิเศษที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า แววตาคมกปราบจ้องมองมาที่เย่เฉินด้วยความอาฆาตมาယ်
มู่หรงเฟิง! ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆา ผู้มาเยือนในยามวิกฤต พร้อมกับกระบี่ในมือที่ชักออกจากฝักครึ่งหนึ่งเพื่อปลิดชีพพยัคฆ์หนุ่มผู้นี้โดยเฉพาะ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปกับ "เซียนสุราเมามาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 28
การหลอมรวมพลังปราณมังกร
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!