เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 16

กระบี่เดียวสยบศิษย์พี่เอก

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากความเย่อหยิ่งของเจ้าคือการเหยียบย่ามผู้อื่นเพื่อยกตนให้สูงขึ้น... เช่นนั้น วันนี้ ข้า เย่เฉิน ผู้นี้ จะสอนให้เจ้ารู้ซึ้งว่า การร่วงหล่นจากจุดสูงสุด มันเจ็บปวดและน่าสมเพชเพียงใด!" เสียงหัวเราะเยาะหยันของมู่หรงเฟิงยังคงก้องกังวานอยู่ท่ามกลางลานประลองสำนักกระบี่เมฆา สายตานับร้อยคู่จับจ้องมายังร่างอันผอมบางของเย่เฉินด้วยความเวทนาและสมเพช ในสายตาของศิษย์ทุกคน มหาอำนาจแห่งรุ่นเยาว์อย่างมู่หรงเฟิงผู้ครอบครอง 'กระบี่เมฆาทลายสวรรค์' ย่อมเปรียบดั่งภูเขาไท่ซานที่ไม่มีวันโค่นล้ม แต่สำหรับเย่เฉินแล้ว... ภูเขาลูกนี้ เป็นเพียงแค่ก้อนกรวดใต้ฝ่าเท้าที่เดินข้ามไปก็เท่านั้น "เย่เฉิน! เจ้ายังมีความกล้ามาต่อปากต่อคำอีกหรือ? สวะขั้นรวบรวมลมปราณเช่นเจ้า แค่กระบี่เดียวของศิษย์พี่ใหญ่ก็เพียงพอที่จะส่งเจ้าไปเกิดใหม่แล้ว!" เสียงตะโกนของสมุนรับใช้ฝ่ายในดังขึ้น ขัดจังหวะความเงียบงันด้วยความสะใจ มู่หรงเฟิงแย้มยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม มือขวาจับด้ามกระบี่ประจำกาย ปราณกระบี่สีครามเข้มข้นระเบิดออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว รัศมีพลังกดดันแผ่ซ่านปกคลุมทั่วบริเวณจนเหล่าศิษย์สายในหลายคนต้องถอยหลังกรูด้วยความหวาดกลัว "เจ้าเด็กโง่ ข้าจะให้โอกาสเจ้าคุกเข่าโขกศีรษะขอขมาสามครั้ง แล้วตัดแขนซ้ายของเจ้าทิ้งเสีย บางทีข้าอาจจะเมตตาไว้ชีวิตสุนัขอย่างเจ้าสักครา" มู่หรงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง ท่าทางดั่งผู้เหนือกว่าที่ถือครองความเป็นความตายของผู้อื่น เย่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองกระบี่ในมือของอีกฝ่าย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นบนบ่าเบาๆ คล้ายกำลังรำคาญแมลงวันที่บินวนเวียนอยู่ใกล้ใบหน้า นัยน์ตาสสีดำสนิทลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้งฉายแววเย้ยหยันออกมาอย่างไม่ปิดบัง "คนผู้หนึ่งจะโง่เขลาได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" เย่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าก้องกังวานไปถึงจิตใจของทุกคน "ร่ำเรียนวิชากระบี่มาสิบปี กลับใช้มันเพื่อข่มเหงผู้อ่อนแอ วิชาของสำนักกระบี่เมฆาคงเสื่อมถอยลงทุกวัน... มีศิษย์โง่เขลาเบาปัญญาเช่นเจ้าค้ำจุนอยู่" "เจ้าว่าอย่างไรนะ!" มู่หรงเฟิงหน้าเปลี่ยนสีทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณกระบี่ในมือระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม "รนหาที่ตายนัก! รับกระบวนท่านี้ 'กระบี่พิฆาตเก้าสวรรค์'!" พริบตานั้น ร่างของมู่หรงเฟิงก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รัศมีกระบี่นับพันสายพรั่งพรูลงมาราวกับห่าฝน ดุดัน ทรงพลัง และหมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นศิลาลานประลองแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ บนอัฒจันทร์ฝั่งผู้ดูแล หลิวชิงหลัน ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังน้ำแข็งเก้าสวรรค์ ยังคงนั่งนิ่งสงบดั่งรูปสลักน้ำแข็ง ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยทอดมองการต่อสู้เบื้องล่างด้วยความเรียบเฉย ไร้ความกังวลใดๆ นางรู้ดีว่า สำหรับอดีตมหาจักรพรรดิเซียน การกระทำของมู่หรงเฟิงในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเอาไม้ซีกไปงัดซุง เย่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก พลังปราณโบราณที่หลับใหลอยู่ในจุดตันเถียนพลันหมุนวนอย่างรุนแรง เคล็ดวิชา 'กระบี่สะท้านภพ' ที่หลอมรวมอยู่ในจิตวิญญาณตื่น เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว... เพียงก้าวเดียว! โลกทั้งใบคล้ายหยุดนิ่ง เสียงลมพัด เสียงลมหายใจของฝูงชนมลายหายสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระทึกของมู่หรงเฟิงที่กำลังพุ่งเข้ามาหา มือขวาของเย่เฉินยกขึ้นทำท่าเป็นดั่งคมกระบี่ ไม่ได้ชักอาวุธวิเศษใดๆ ออกมา ใช้เพียงพลังปราณบริสุทธิ์ผสานกับเจตจำนงแห่งกระบี่บรรพกาลที่เหนือล้ำกว่าฟ้าดิน "สยบ!" คำพูดเดียวหลุดออกจากริมฝีปากของเย่เฉิน ประหนึ่งเสียงคำรามจากทัณฑ์สวรรค์! *ฉ่า——!* ลำแสงกระบี่สีทองอร่ามเส้นหนึ่งพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างเรียบง่าย ทว่าน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด มันไม่ได้มีเสียงคำรามกึกก้อง หรือประกายแสงเจิดจ้าบาดตา แต่ทว่า... มันคือความสมบูรณ์แบบที่ไร้ช่องโหว่ ลำแสงสีทองตัดผ่านพายุอัสนีกระบี่ของมู่หรงเฟิงราวกับมีดตัดเนียนผ่านเต้าหู้ ปราณกระบี่นับพันสายสลายกลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตาเดียว! *อั๊ก!* มู่หรงเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในเสี้ยววินาที ร่างของเขาถูกแรงสะท้อนมหาศาลกระแทกเข้าอย่างจังจนกระดูกซี่โครงหักสะบั้น เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาจากปากราวกับเขื่อนแตก *ตุบ!* ร่างของยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งสำนักกระบี่เมฆาร่วงหล่นกระแทกพื้นลานประลองอย่างไม่เป็นท่า สภาพยับเยิน ลมหายใจรวยริน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา เงียบกริบ... ลานประลองทั้งลานตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงหัวใจของศิษย์ทุกคนเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก กระบวนท่าเดียว! ศิษย์สายในขั้นรวบรวมลมปราณ ใช้เพียงมือเปล่าซัดมู่หรงเฟิงผู้ครอบครองขอบเขตหลอมรวมจิตวิญญาณจนกระอักเลือดพ่ายแพ้ราบคาบในกระบวนท่าเดียว! นี่มันเรื่องเหลือเชื่ออันใดกัน! เย่เฉินยืนไขว้หลัง สายตากวาดมองร่างที่นอนหมดสภาพบนพื้นอย่างเยชา เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นศิลาฟังดูคล้ายเสียงเคาะระฆังแห่งความตายสำหรับมู่หรงเฟิง "เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาปีศาจอันใด..." มู่หรงเฟิงเอ่ยเสียงสั่นเทา เลือดไหลนองเต็มคาง เย่เฉินหยุดยืนเบื้องร่างของอีกฝ่าย ก้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกราวกับตกลงไปในขุมนรกโลกันตร์ "วิชามารอันใดกัน? ข้าเพียงแค่ใช้... วิถีกระบี่ที่แท้จริงที่พวกกบในกะลาเช่นเจ้าไม่มีวันเข้าใจต่างหาก" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด สายลมเย็นยะเยือกสายหนึ่งพลันพัดผ่านเข้ามาในลานประลอง พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่ทำให้ท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่เมฆาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา! เงาร่างสีดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ผู้นำมาซึ่งกลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่แม้แต่เย่เฉินยังต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย "บังอาจนัก! รังแกศิษย์สำนักกระบี่เมฆาของข้า... เจ้าเด็กสารเลว คิดว่ามีดีหน่อยแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นรึ?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปกับ "เซียนสุราเมามาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%