เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 15

ย่างก้าวสู่สนามประลองเดือด

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"เก้าสิบล้านศิลาวิญญาณชั้นยอด... ช่างเป็นราคาที่ถูกเสียจนข้าเกรงใจผู้อาวุโสทั้งหลายยิ่งนัก" สุ้มเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันดุจป่าช้าของลานประลองเบื้องล่าง เย่เฉินยืนไขว่ห้ากอดอก ร่างกายผอมบางในชุดศิษย์สายในขั้นต่ำหาได้สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวไม่ ตรงกันข้าม นัยน์ตาคู่นั้นกลับทอประกายลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลอันไร้ก้นบึ้ง มองตรงไปยังประธานบนอัฒจันทร์ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับเขากำลังเดินชมสวนดอกไม้ มิใช่กำลังเผชิญหน้ากับศาลเตี้ยที่พร้อมจะฉีกกระชากเขาเป็นชิ้นๆ เสียงอื้ออึงเริ่มดังระเบิดขึ้นจากฝูงชนนับหมื่นที่ล้อมรอบสนามประลอง ศิษย์สายในและสายหลักต่างส่งเสียงเยาะหยันและดูแคลนออกมาไม่ขาดสาย พวกเขามองเยตรินด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูสุนัขจนตรอกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอย่างไร้ค่า "เจ้าสวะเย่เฉิน! ถึงคราวตายของเจ้าแล้วยังกล้าปากดีอีกหรือ!" "แค่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสาม กล้าอาจหาญท้าทายศิษย์พี่ใหญ่มู่หรงผู้บรรลุขอบเขตวิญญาณแท้จริงขั้นสมบูรณ์ ช่างไม่เจียมสังขาร!" "พี่ใหญ่จัดการมันให้ราบคาบ! เอาเลือดของมันมาล้างความอับอายของสำนัก!" บนอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม มู่หรงเฟิงสวมชุดคลุมยาวปักลายกระบี่เมฆาพลิ้วไหว ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาก้าวเท้าออกมาทีละก้าว แรงกดดันจากพลังปราณระดับวิญญาณแท้จริงแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุภูเขาไฟจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าร้าวราน ศิษย์รอบข้างต่างต้องถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว "เย่เฉิน..." มู่หรงเฟิงแค่นเสียงหัวroเยาะในลำคอ สายตาคมกริบดุจใบมีดจ้องมองเหยื่อเบื้องล่าง "ข้าชื่นชมความตายด้านของเจ้าจริงๆ วันนี้ที่ลานประลองแห่งนี้ จะไม่มีแม้แต่เศษซากกระดูกของเจ้าหลงเหลือให้เก็บกวาด จำคำของข้าไว้!" เย่เฉินเพียงแค่แย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นทั้งกวนประสาทและเปี่ยมด้วยสัจธรรมที่มนุษย์ปุถุชนไม่มีวันเข้าใจ เขาไม่ได้ชักอาวุธใดๆ ออกมาตั้งแต่แรก เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ราวกับปัดฝุ่นละอองบนบ่า "ความตายรึ? น่าเสียดายที่ในพจนานุกรมของมหาจักรพรรดิเช่นข้า... คำคำนั้นไม่มีอยู่จริง" เย่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปถึงจิตวิญญาณของทุกคนที่ได้ยิน ไกลออกไปบนยอดหอคอยน้ำแข็งอันหนתเเหน็บ หลิวชิงหลันยืนสงบนิ่งดุจรูปสลักหยก นางเซียนผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า ปลายนิ้วเรียวงามกำราวระเบียงแน่นจนขึ้นข้อขาว แม้ใบหน้าจะยังคงไร้ระลอกคลื่นความรู้สึก แต่ในแววตาคู่สวยกลับฉายประกายความเป็นห่วงและระคนความเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้ง *'เจ้า... อย่าทำให้ข้าผิดหวังเป็นอันขาด'* *ฮึ่ม! เจ้ามนุษย์โง่เขลากล้าอวดดีต่อหน้าท่านปู่เต่าผู้นี้ ช่างน่ารำคาญลูกตาเสียจริง!* เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารของเต่าทมิฬบรรพกาลดังขึ้นในห้วงจิตของเย่เฉิน *'นายท่าน ให้ข้าออกไปพ่นไฟเผาพวกมันให้กลายเป็นจุลเลยดีหรือไม่?'* "อย่าเพิ่งรีบร้อนเจ้าเต่าแก่ วันนี้ข้าจะใช้สองมือนี้สั่งสอนพวกกบในกะลาให้รู้สำนึกเองว่า... ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำมันเป็นเช่นไร" เย่เฉินตอบกลับในใจอย่างใจเย็น ตูมมม! มู่หรงเฟิงไม่รอช้าอีกต่อไป พลังปราณกระบี่เมฆาพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นเงากระยับยักษ์นับพันเล่มที่ปกคลุมนภาจนมืดมิด แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนพื้นสนามประลองยุบตัวลงเป็นแอ่งกว้าง ศิษย์หลายคนถึงกับกระอักเลือดออกมาด้วยความอึดอัด "รับกระบวนท่าแรกของข้า! กระบี่ผ่าสวรรค์สะท้านปฐพี!" มู่หรงเฟิงคำรามลั่น ร่างของเขากลายเป็นลำแสงสีขาวพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า พริบตานั้นคมกระบี่ในมือเปล่งประกายเจิดจ้า รัศมีความคมกลาโหมผ่าอากาศจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูง พุ่งตรงเข้าหมายจะผ่าร่างของเย่เฉินให้ขาดเป็นสองท่อนในกระบวนท่าเดียว! เสียงอุทานด้วยความตกใจดังระเบิดขึ้นจากฝูงชน หลายคนถึงกับหลับตาลงเพราะไม่อาจทนดูภาพที่เย่เฉินจะถูกบดขยี้เป็นชิ้นเนื้อได้ ทว่า... เย่เฉินกลับยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นصفก้าว ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่อันเกรี้ยวกราดกำลังจะถึงตัว รัศมีสีทองอร่ามอันเก่าแก่และทรงพลังอย่างหาที่สุดมิได้ก็ระเบิดออกจากร่างของเย่เฉิน มันคือกลิ่นอายบรรพกาลที่กดขี่สวรรค์และปฐพี! ทั่วทั้งร่างของเขาถูกห่อหุ้มด้วยอักขระโบราณที่หมุนวนราวกับดาราจักร ดวงตาของเย่เฉินทอประกายคมกริบดุจดวงอาทิตย์แผดเผา เขาก้าวเท้าขวาออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง ฝ่ามือขวายื่นออกไปคว้าจับอากาศว่างเปล่า— ชั่วพริบตานั้น กระบี่เหล็กขึ้นสนิมเล่มเก่าที่เหน็บอยู่ข้างเอวก็หลุดออกจากฝักด้วยเสียง "กริ๊ง!" อันกังวานใสเสียดแทงฟ้าดิน! กระบี่ถูกกระชากขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนโดยมือของเด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นสวะ! เปรี้ยงงงงง—! สายฟ้าสีครามสายมหึมาผ่าลงมาจากกลางวันแสกๆ ทะลวงทะชวงม่านเมฆหมอกสีเทาที่ปกคลุมสำนักกระบี่เมฆาจนสลายหายไปในพริบตา คลื่นกระแทกอันไร้เทียมทานแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างจนอัฒจันทร์สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ผู้คนนับหมื่นต่างล้มคะมำไม่เป็นท่า แรงกดดันระดับมหาจักรพรรดิเซียนถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัด ทำให้มู่หรงเฟิงที่กำลังพุ่งเข้ามาถึงกับใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง! --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปกับ "เซียนสุราเมามาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%