เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 14

กลอุบายของผู้อาวุโสตาบอด

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากแม้นความตายยังมิอาจพรากวิญญาณออกไปได้ ไฉนเลยพวกท่านจึงคิดว่า 'หมากตาสิ้นแสง' กระดานนี้ จะยอมจำนนต่อกฎระเบียบโง่เง่าของสำนักซากเดนเช่นนี้เล่า?" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบดังก้องกังวานขึ้นท่ามกลางตำหนักโอสถบรรพกาล ร่างของมู่หรงเฟิงที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศด้วยปราณสีม่วงประหลาด ยังคงส่งเสียงหัวเราะแหבריกระโชกออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งคู่ไร้ซึ่งแววตาของผู้มีชีวิต ทว่ากลับสะท้อนเงาอักขระมารโบราณที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เย่เฉินยืนไขว่ห้างอยู่เบื้องล่าง มุมปากหยักยิ้มเยาะหยัน ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังมองดูสุนัขจนตรอกตัวหนึ่งกำลังดิ้นรน เฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นลม กลิ่นอายความกดดันระดับมหาจักรพรรดิเซียนที่ถูกผนึกไว้ในร่างศิษย์สายในขั้นต่ำแผ่ซ่านออกมาเป็นระลอกจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่น "เย่เฉิน! เจ้าบังอาจนัก! กล้าใช้มารยาใดควบคุมศิษย์พี่ใหญ่!" เสียงตวาดด้วยความหวาดกลัวและโกรธเกรี้ยวของกลุ่มศิษย์สายในตระกูลมู่หรงดังขึ้นรอบทิศทาง พวกมันพยายามชักกระบี่ออกจากฝัก ทว่าแรงกดดันจากปราณมังกรบรรพกาลที่เย่เฉินปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยวเดียว กลับทำให้เข่าของพวกมันอ่อนยวบลงจนแทบทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น "ควบคุมหรือ?" เย่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน สายตาคมกริบดั่งกระบี่พญายมกวาดมองกลุ่มคนโง่เขลาเบื้องหน้า "ตาบอดกันหมดแล้วหรืออย่างไร? สิ่งที่สิงสถิตอยู่ในร่างสวะตัวนั้น มิใช่ฝีมือข้า... แต่เป็น 'เงาอาฆาต' ที่พวกมันพยายามเลี้ยงไว้เพื่อใช้ในวันประลองต่างหากเล่า!" สิ้นคำพูดของเย่เฉิน บรรยากาศภายในตำหนักโอสถก็พลันเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด หลิวชิงหลันที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างมาตลอด ขยับกายเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกจากวังน้ำแข็งเก้าสวรรค์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง นางมิได้เอวาจาใด ทว่ากระบี่น้ำแข็งในมือกลับส่งเสียงร้องคำรามเบาๆ สื่อถึงจิตสังหารที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ใดก็ตามที่กล้าขยับตัวเข้าใกล้เย่เฉินแม้แต่ก้าวเดียว "ดี... ดีมาก เจ้าเด็กเหลือขอ เย่เฉิน!" เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังม่านไข่มุก ผู้อาวุโสไป๋เถียน ผู้อาวุโสสายในผู้มีดวงตาทั้งสองข้างบอดสนิทและมีผ้าแพรสีดำคาดทับไว้ ก้าวเท้าเดินออกมาอย่างเชื่องช้า แต่ละก้าวที่กระทบพื้นศิลา กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฝึกยุทธ์รอบด้าน แม้เขาจะตาบอด ทว่าจิตสัมผัสอันกล้าแกร่งระดับขอบเขตผ่าดาราขั้นสมบูรณ์ กลับแผ่พุ่งออกมาปกคลุมทั่วทั้งบริเวณราวกับภูเขาขนาดยักษ์กดทับลงบนบ่า เต่าทมิฬบรรพกาลที่ห้อยคอเย่เฉินอยู่ ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะส่งกระแสจิตเยาะเย้ยเข้ามาในหัวของเย่เฉิน *'ไอ้แก่ตาตี่นี่หนังเหนียวเสียจริง เจ้าเด็กน้อย ระวังตัวด้วย มันแอบซ่อนพิษสวรรค์เก้าภพไว้ที่ปลายนิ้ว'ติณชาติ'* เย่เฉินยกยิ้มมุมปาก ท่าทีมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาสบตาร่างที่ไร้ดวงตาของผู้อาวุโสไป๋เถียนอย่างท้าทาย "คารวะผู้อาวุโสไป๋" เย่เฉินประสานมือคารวะอย่างขอไปที น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้น "ลมสงบอันใดจึงพัดท่านผู้เฒ่าที่ควรจะจำศีลรอวันโลงผุ ออกมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยยามวิกาลเช่นนี้เล่า? หรือว่ากลิ่นเน่าเฟะจากแผนการชั่วช้าในสำนัก มันโชยเข้าจมูกจนท่านนอนไม่หลับ?" ผู้อาวุโสไป๋เถียนหยุดยืนห่างออกไปเพียงสามเชียะ ใบหน้าเหี่ยวย่นยับยู่ยี่เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่น่าสะพรึงกลัว มุมปากกระตุกขึ้นอย่างน่าเกลียด "ปากกล้า นัก... เย่เฉิน เจ้าคิดว่ามีวรยุทธ์ประหลาดและมีธิดาศักดิ์สิทธิ์หนุนหลัง แล้วจะสามารถเหยียบย่ำกฎของสำนักกระบี่เมฆาได้ตามอำเภอใจงั้นรึ? มู่หรงเฟิงคือยอดฝีมือที่สำนักทุ่มเททรัพยากรหล่อหลอมขึ้นมา การที่เจ้าใช้เล่ห์เหลี่ยมมารทำให้เขาตกอยู่ในสภาพนี้ ก่อนวันประลองเป็นตายในอีกสามวันข้างหน้า... โทษนี้มีเพียงความตายเท่านั้นจึงจะชำระล้างได้!" "ฮ่าๆๆๆ!" เย่เฉินเงยหน้าหัวเราะลั่นฟ้าสะท้านดิน สำนวนโวหารอันคมคายพ่นออกมาจากปากของอดีตมหาจักรพรรดิเซียนอย่างไม่ไว้หน้า "กฎของสำนัก? ดีงาม! ช่างเป็นคำที่ฟังดูไพเราะเสนาะหูเสียจริง! ตอนที่มู่หรงเฟิงใช้ค่ายกลโลหิตกลืนกินศิษย์สายในนับร้อยเพื่อทะลวงขอบเขต ไฉนข้าไม่เห็นท่านผู้อาวุโสออกมากางกฎระเบียบพรรคพวกนี้เล่า? หรือว่าดวงตาที่บอดสนิทของท่าน มันทำให้มืดบอดไปถึงจิตวิญญาณ จนแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งใดคือความยุติธรรม สิ่งใดคือความสกปรกโสมม!" คำพูดของเย่เฉินดั่งคมกระบี่ที่กรีดแทงเข้าไปถึงกระดูกดำของผู้อาวุโสไป๋เถียน ใบหน้าของผู้อาวุโสตาบอดบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณสีดำทะมึนระเบิดออกจากร่างจนตำหนักสั่นสะเทือน "สามหัน! เจ้าเด็กสารเลว วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้ซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างฟ้ากับเหวต่อหน้าธารกำนัล!" ผู้อาวุโสไป๋เถียนสะบัดแขนเสื้อ มือเหี่ยวย่นดั่งกรงเล็บพญาอินทรีย์พุ่งตรงเข้าหาลำคอของเย่เฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปราณพญามารกรีดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมคม แรงกดดันระดับผ่าดาราบีบอัดจนพื้นที่รอบตัวเย่เฉินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก หลิวชิงหลันเบิกตากว้าง นางกำลังจะเคลื่อนไหวเพื่อชักกระบี่เข้าขวาง ทว่า... เย่เฉินกลับยกมือขึ้นห้ามนางไว้เบื้องหน้าด้วยท่าทีสบายๆ เขามิได้หลบหนี มิได้ชักกระบี่ออก ทว่ากลับปลดปล่อย 'เคล็ดวิชาผนึกสวรรค์' ที่สะสมไว้ในจุดตันTian ออกมาในพริบตาเดียว! *ตูมมมม!* คลื่นพลังสีทองอร่ามพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาอัคคีบรรพกาล ปะทะเข้ากับกรงเล็บมารของผู้อาวุโสไป๋เถียนอย่างจัง แรงปะทะสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขาหลัก ผู้อาวุโสไป๋เถียนที่มั่นใจในพลังของตนกลับต้องผงะถอยหลังไปสามก้าว สีหน้าปรากฏแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ทว่าในวินาทีนั้นเอง ที่เย่เฉินก้าวเท้าไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผู้อาวุโส... ท่านแก่เกินไปแล้วจริงๆ" เย่เฉินกระซิบเสียงเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน "เพราะว่า... หมากที่ท่านถืออยู่บนกระดานนี้ แท้จริงแล้ว..." *ฉึก!* เสียงของมีคมทะลุเนื้อดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ผู้อาวุโสไป๋เถียนชะงักกึก ก้มลงมองหน้าอกของตนเองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ปลายกระบี่สีเงินยวงชุ่มไปด้วยโลหิตสีดำทะลึนโผล่พ้นจากแผ่นอกของเขา และเจ้าของกระบี่เล่มนั้น... มิใช่ใครอื่น นอกจากร่างของมู่หรงเฟิงที่ควรจะหมดสติไร้สติสัมปชัญญะไปแล้ว ดวงตาทั้งคู่ของมู่หรงเฟิงกลับมามีประกายแสงสีม่วงอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับบิดเบี้ยวและชั่วร้ายยิ่งกว่าปีศาจตนใดในขุมนรก! --------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปกับ "เซียนสุราเมามาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%