เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 3

ศิษย์น้องสวะที่กล้าต่อปากต่อคำ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"ดูท่า... ค่ำคืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนกันง่ายๆ เสียแล้วกระมัง ชิงหลัน" สิ้นเสียงทุ้มต่ำอันเจือแววเย้ยหยัน ประตูไม้เนื้อหยาบของเรือนพักศิษย์สายในอันทรุดโทรมก็ถูกกระแทกเปิดออกด้วยพลังปราณรุนแรง จนเศษไม้แตกกระจายกลายเป็นผุยผง ลมปราณสายหนึ่งพัดโหมกระหน่ำเข้ามาในห้องราวกับพายุคลั่ง หมายจะกดดันให้คนด้านในคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว ทว่า เย่เฉินหาได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ มือข้างหนึ่งยกจอกสุราขึ้นจิบช้าๆ ราวกับภายนอกไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ผิดกับ หลิวชิงหลัน ที่ปรายตามองผู้มาเยือนด้วยแววตานิ่งงันดั่งน้ำแข็งพันปี นางไม่แม้แต่จะชายตามองเศษไม้ที่กระจัดกระจายรอบตัว รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างนางโดยอัตโนมัติ จนอากาศภายในห้องลดอุณหภูมิลดลงวูบหนึ่ง "ฮ่าๆๆ! ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยังมีอารมณ์มานั่งจิบสุราเคล้าคลออยู่กับสตรีอีกหรือ เย่เฉิน! เจ้าช่างสำราญใจเสียจริงสำหรับคนใกล้ตาย!" เสียงหัวoเราะเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุรุษร่างกำยำในชุดคลุมสีเทาปักลายห้าอสูรคุมกฎ ดวงตาของมันเรียวเล็กดั่งงูพิษ แฝงไว้ด้วยประกายโลภ and อำมหิต ผู้อาวุโสเวรยามนามว่า 'จ้าวเต๋อ' ผู้มีชื่อเสียงในเรื่องการรีดไถทรัพยากรจากศิษย์สายในหน้าใหม่มาอย่างยาวนาน ด้านหลังของมันยังมีศิษย์รับใช้ติดตามมาอีกสี่คน ทุกคนล้วนอยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นปลาย เย่เฉินวางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง *ก๊อก* แววตาคมกริบราวกับกระบี่โบราณที่เพิ่งถูกชักออกจากฝักกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้า เขายกยิ้มมุมปากอย่างเกียจคร้าน เอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทว่า "โอ้... ลมอะไรหอบผู้อาวุโสจ้าวผู้ทรงเกียรติ มาเยือนเรือนพักสวะๆ ของข้าในยามวิกาลเช่นนี้เล่า? หรือว่า... เบี้ยหวัดสุราในสำนักช่วงนี้ไม่พอจ่ายท่าน จนต้องมาเดินเก็บ 'ค่าคุ้มครอง' จากศิษย์ผู้น้อยอย่างพวกเรากันแน่?" คำพูดที่แทงใจดำ ทำเอาสีหน้าของจ้าวเต๋อเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำในทันที มันหรี่ตาลงอย่างอันตราย ปราณกดดันระดับขอบเขตแก่นแท้ลมปราณถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่เพื่อกดทับร่างของเย่เฉินให้แหลกสลาย "ปากกล้าดีนี่ เย่เฉิน! เจ้าคิดว่ามีสตรีหน้าตาเย็นชาคนนี้คอยคุ้มครองแล้วจะกำแหงได้งั้นรึ? กฎของสำนักกระบี่เมฆา ศิษย์ทุกคนต้องส่งมอบศิลาวิญญาณและสมุนไพรบำเพ็ญเพียรครึ่งหนึ่งให้กับหอผู้อาวุโสทุกเดือน แต่นี่เจ้ากลับดองมันไว้สามเดือนเต็ม! แถมยังกล้าลบหลู่ผู้อาวุโสเช่นข้า... โทษนี้นอกจากจะริบทรัพยากรทั้งหมดแล้ว ข้าคงต้องสั่งสอนให้เจ้ารู้จักสำนึกถึงความต่างชั้นระหว่างฟ้ากับดินเสียบ้าง!" จ้าวเต๋อแค่นเสียงฮึดฮัด มันก้าวเท้าเข้ามาหนึ่งก้าว พื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว พลังปราณรอบตัวหมุนวนกลายเป็นเงาอสูรคำราม ในสายตาของมัน เย่เฉินเป็นเพียงแค่ศิษย์สายในขั้นต่ำที่บังเอิญโชคดีได้ครองคู่กับสตรีงดงามล่มเมือง แต่ในด้านพลังฝีมือ... เจ้าเด็กนี่เป็นแค่ขยะที่ไม่มีค่าอันใดเลยแม้แต่น้อย ทว่า เย่เฉินกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นละอองบนอาภรณ์สีขาวมองย้อนกลับไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยสัจธรรมล้ำลึก "ความต่างระหว่างฟ้ากับดินงั้นรึ? น่าสนใจ... น่าสนใจยิ่งนัก ผู้อาวุโสจ้าว ท่านรู้หรือไม่ว่า... สุนัขที่เห่าเสียงดังที่สุด มักจะเป็นสุนัขที่หวาดกลัวที่สุดเสมอ..." "เจ้าว่ากระไรนะ!?" จ้าวเต๋อตบโต๊ะข้างกายจนแหลกเป็นผุยผงด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ไอ้สวะนี่! เจ้าอยากตายนักใช่ไหม!" "ข้ายังไม่อยากตายหรอก..." เย่เฉินส่ายหน้าช้าๆ แววตาเปลี่ยนเป็นคมกราบจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยววูบหนึ่งโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต "แต่คนที่อยากจะฝังท่าน... ดูเหมือนจะมีตัวตนอยู่จริงๆ เสียด้วยสิ..." ชั่วพริบตานั้นเอง อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงจนกลายเป็นจุดเยือกแข็ง ลมหายใจของทุกคนกลายเป็นไอสีขาว หลิวชิงหลันขยับกายเพียงเล็กน้อย ปราณกระบี่เหมันต์บริสุทธิ์ก็ก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นเล่มลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ปิดตายเส้นทางหนีของคนทั้งหมดในพริบตา จ้าวเต๋อหน้าถอดสีทันที มันสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตที่พุ่งตรงเข้ามาเกาะกุมหัวใจ สตรีผู้นี้... ไม่ใช่ศิษย์สายในธรรมดา! ทว่า ก่อนที่จ้าวเต๋อจะทันได้เอ่ยปากถอยร่างหนี เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและทรงพลังนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำเอาอาคารสั่นสะเทือน "เกิดเรื่องอันใดขึ้น! ใครบังaอาจสร้างความวุ่นวายในเขตศิษย์สายในยามวิกาล!" เงาร่างของยอดฝีมือในชุดคลุมสีทองอร่ามพุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบเรือนพักแห่งนี้ไว้จนมิดชิด ปราณกดดันระดับสวรรค์แผ่ซพพ่านจนท้องฟ้ายามค่ำคืนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน จ้าวเต๋อที่หน้าซีดเผือดเมื่อครู่ กลับมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากทันทีเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาเยือน มันหัวroะลั่นออกมาเสียงดัง "ฮ่าๆๆ! เย่เฉิน! ชิงหลัน! พวกเจ้าจบเห่แล้ว! ผู้อาวุโสใหญ่ 'มู่หรงหลาง' มาด้วยตนเอง! คราวนี้ ต่อให้พวกเจ้ามีปีกก็บินไม่พ้นความตายแน่!" เย่เฉินหรี่ตามองเงาร่างที่ก้าวเข้ามาใหม่ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายิ่งลึกซึ้งขึ้นไปอีก เขากระซิบเบาๆ กับสตรีข้างกายที่ยืนสงบนิ่งดั่งภาพวาด "ดูท่า... แขกผู้มีเกียรติที่น่ารำคาญยิ่งกว่าสุนัข ก็เดินทางมาสมทบในงานเลี้ยงคืนนี้ด้วยแล้วล่ะนะ..." --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่ของเย่เฉินนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%