เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 11

ทะลวงสู่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
เสียงคำรามต่ำดังสะท้านสะเทือนผืนป่าทมิฬ ราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธต่อการฝืนลิขิตของสิ่งมีชีวิตตัวจ้อย ไอมืดหนาทึบพวยพุ่งขึ้นจากผืนดิน บิดเบี้ยวเป็นรูปอสุรกายร้อยแปดจำพวกที่พยายามฉีกกระชากร่างของเด็กหนุ่มผู้กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ใจกลางวงล้อม เย่เฉินหลับตาลงอย่างสงบนิ่ง สองมือประสานกันเป็นมุทราประหลาด ลมหายใจเข้าออกสอดประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังราวกับกลองศึกทะลวงสวรรค์ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ทว่าริมฝีปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มหยันฟ้าดินอันเป็นเอกลักษณ์ "คิดว่าขัดขวางข้าได้งั้นหรือ... สวรรค์ชั้นเก้า เจ้ายังอ่อนหัดเกินไปนัก" เสียงพึมพำลอดออกมาจากไรฟัน น้ำเสียงนั้นเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนงดั่งมหาจักรพรรดิเซียนผู้เคยเหยียบย่ำดาราจักรมาแล้ว ทันใดนั้น ชีพจรทั่วร่างของเย่เฉินก็พลอยสั่นสะท้าน เส้นลมปราณนับพันเส้นที่เคยตีบตันราวกับลำธารแห้งผาก กลับถูกกระแสพลังฟ้าดินมหาศาลทะลักเข้าใส่จนระเบิดเสียง 'เปรี๊ยะ' ดังสนั่นหวั่นไหว ในรัศมีร้อยลี้ เหล่าสัตว์อสูรระดับสูงที่เคยส่งเสียงคำรามกึกก้อง บัดนี้ต่างพากันหมอบกราบลงกับพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด แรงกดดันจากขอบเขตพลังที่กำลังเปลี่ยนผ่านแผ่ซ่านออกไปราวกับคลื่นกระแทกยักษ์ ต้นไม้ใบหญ้าลู่ราบเป็นวงกว้าง แม้แต่เต่าทมิฬบรรพกาลที่หลบอยู่หลังโขดหินยังต้องอ้าปากค้าง ดวงตาสือกประกายความหวาดกลัวระคนทึ่ง "มารดาบัดซบ! เจ้าเด็กนี่มันกินสัตว์ประหลาดตัวไหนเข้าไปวะเนี่ย? ทะลวงขั้นพลังทีสะเทือนถึงรากแก้วปฐพีเชียวหรือ!" เต่าทมิฬสบถพึมพำพลางหดหัวเข้ากระดองด้วยความตกตะลึง ภายในห้วงจิตสำนึกของเย่เฉินเวลานี้ ราวกับโลกกำลังแตกสลายแล้วสร้างขึ้นใหม่ มหาสมุทรลมปราณสีทองคำบริสุทธิ์กำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น บดขยี้สิ่งกีดขวางและคอคอดขั้นพลังที่ขวางกั้นระหว่าง 'ขอบเขตหลอมรวมกาย' กับ 'ขอบเขตหลอมรวมลมปราณ' ให้พังทลายลงในคราเดียว! ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากเส้นลมปราณนั้นรุนแรงเสียจนคนธรรมดาย่อมขาดใจตายไปนับร้อยรอบ แต่สำหรับเย่เฉิน ผู้ผ่านความตายและความเจ็บปวดระดับคว่ำฟ้าคว่ำแผ่นดินมาแล้ว ความเจ็บปวดนี้เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านใบหน้า "เปิดออกเสีย!" เย่เฉินคำรามก้องในลำคอ ดวงตาที่เคยหลับสนิทเบิกโพลงขึ้น ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานจากนัยน์ตาทะลุขึ้นสู่ท้องนภา แหวกกลุ่มเมฆทมิฬจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ แสงดาวนับล้านดวงสาดส่องลงมาอาบร่างของเขา ราวกับดาราจักรทั้งปวงกำลังคารวะต่อการจุติของราชัน *ตูมมมม!* คลื่นพลังลมปราณระเบิดออกเป็นวงกว้าง พื้นดินรอบกายยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกหลายสิบเมตร ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวล ทว่าท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างของเย่เฉินกลับลอยเคว้งขึ้นเหนือพื้นดินช้าๆ ไอมستลอมปราณสีขาวบริสุทธิ์ควบแน่นรอบกายกลายเป็นเกราะมังกรจางๆ สำแดงพลังแห่งขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์อย่างแท้จริง เขายกมือขึ้นช้าๆ กำหมัดแน่นสัมผัสได้ถึงพละกำลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ภายใน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง "ในที่สุด... ก็พ้นจากสภาพสวะเสียที" "เฉินหลาง..." เสียงหวานใสเย็นยะเยือกดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางม่านหมอกไอปราณที่ค่อยๆ จางลง ร่างระหงของหลิวชิงหลันก้าวออกมาจากเงาไม้ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาน้ำแข็ง ใบหน้างดงามไร้ที่ติยังคงเรียบเฉยเย็นชา ทว่าในแววตากลับฉายประกายความห่วงใยและโล่งอกอย่างปิดไม่มิด เย่เฉินหันไปมองนาง รอยยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปาก "เหตุใด? เป็นห่วงสามีคนนี้จนทนไม่ไหวต้องตามมาดูเลยหรือแม่นางชิงหลัน" หลิวชิงหลันสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทตามเคย "ใครเป็นสามีเจ้า... ข้าเพียงผ่านมาสำรวจเส้นทาง เกรงว่าเสียงคำรามโง่เง่าของเจ้าจะดึงดูดปัญหาสู่สำนักกระบี่เมฆาเสียมากกว่า" เย่เฉินหัวเราะร่วนในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้สตรีผู้เยือกเย็นผู้นั้นทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอื้อnวาจาหยอกเย้าอันใดออกไป... *ฉับพลัน!* บรรยากาศโดยรอบก็เย็นเยียบลงถึงขีดสุด ลมปราณรอบตัวหลิวชิงหลันแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบน้ำแข็งนับพันเล่มที่พุ่งชี้ฟ้าโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักสู้ของนางและเย่เฉินตื่นตัวพร้อมกันในเสี้ยววินาที บนยอดไม้สูงใหญ่เหนือศีรษะ เงาร่างสีดำทมิฬร่างหนึ่งยืนไขว่ห้างอยู่บนกิ่งไม้ ใบหน้าสวมหน้ากากอสูรครึ่งซีก ปล่อยกลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่าขอบเขตหลอมรวมลมปราณไปไกลโข "ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก สมคำร่ำลือจริงๆ ศิษย์น้องเย่..." เสียงแหบพร่าราวกระดาษทรายเสียdสีดังขึ้นจากใต้หน้ากากอสูร "คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะทะลวงผ่านคอคอดในป่าทมิฬแห่งนี้ได้..." เย่เฉินหรี่ตาลง รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงแววตาดุดันคมกราบดั่งกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก "มู่หรงเฟิง... ดูท่าสุนัขรับใช้เช่นเจ้า คงจะร้อนใจอยากลองคมกระบี่ของข้าเสียแล้วกระมัง" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานฟ้าไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%