...เปรี้ยง!
เสียงระเบิดกัมปนาทสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังจะฉีกขาดเป็นสองท่อน แรงกดดันระดับขอบเขตวิญญาณแท้จริงแผ่ซ่านกดทับลานประลองยุทธ์หลวงจนพื้นหินศิลาแกร่งแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ท่าสายตาตกตะลึงนับหมื่นคู่ที่จ้องมองมายังใจกลางเวที ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าสำนักเมฆาอัสนีอันเป็นเพียงสำนักระดับล่าง ไฉนจึงสามารถระเบิดพลังฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ออกมาได้
"นะ...นั่นมันเคล็ดวิชาอันใดกัน? ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์เช่นนี้ แม้แต่ยอดฝีมือรุ่นเยาว์จากสำนักใหญ่อันดับหนึ่งยังต้องสำลักเลือด!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังเซ็งแซ่ขึ้นจากกลุ่มผู้ทรงเกียรติบนอัฒจันทร์ชั้นสูง
บนลานประลอง เย่เฉินในชุดคลุมสีขาวเรียบง่ายยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักหินหยก เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลมปราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่ รอบกายของเขามีละอองแสงสีทองจางๆ ลอยวนเวียนดั่งมังกรสวรรค์ค้ำจุนโลกหล้า ในมือขวาของเขายังคงถือกระบี่เหล็กขึ้นสนิมเล่มเดิม ทว่าบัดนี้... ปลายกระบี่นั้นกลับมีหยาดโลหิตของมู่หรงเฟิงหยดลงกระทบพื้นทีละหยด... ทีละหยด... ดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
มู่หรงเฟิงคุกเข่าลงกับพื้น ศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่งแห่งสำนักกระบี่เมฆาผู้เคยเย่อหยิ่งจองหอง บัดนี้กระอักเลือดคำโตออกมาจนย้อมพื้นศิลาเป็นสีแดงฉาน สองตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกใน1พายุ เขาพ่ายแพ้แล้ว พ่ายแพ้ต่อกระบวนท่าเดียว... กระบวนท่าเดียวที่เย่เฉินใช้ออกอย่างไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ!
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่..." มู่หรงเฟิงเค้นเสียงแหบพร่าออกมาจากลำคอ ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังและความสิ้นหวังระคนกัน
เย่เฉินก้มมองคู่ต่อสู้ด้วยหางตา ริมฝีปากหยักยิ้มเยาะหยันขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นเอกลักษณ์ แววตาคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ผ่านกาลเวลามานับหมื่นปี
"ข้าก็คือศิษย์สายในขั้นต่ำที่พวกเจ้าพยายามเหยียบย่ำอย่างไรล่ะ" เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียดแทงจิตใจผู้คน "วิถีกระบี่มิได้วัดกันที่กระบี่ในมือ หรือชื่อเสียงจอมปลอมของสำนักใหญ่โต แต่วัดกันที่... หัวใจที่ไร้ความกลัวและจิตวิญญาณที่พร้อมจะฉีกกระชากแม้กระทั่งสวรรค์"
สิ้นคำกล่าวนี้ ความเงียบงันราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมลานประลองชั่วขณะ แม้แต่ยอดปรมาจารย์ผู้ดูแลการคัดเลือกยังต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น การแสดงพลังในรอบคัดเลือกครั้งนี้ของเย่เฉินมิใช่เพียงแค่การผ่านเข้ารอบธรรมดา แต่มันคือการตบหน้าขุนนางและสำนักใหญ่ทั้งยุทธภพอย่างฉาดใหญ่!
ท่ามกลางความเงียบงันนั้นเอง ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีฟ้าครามดั่งหิมะบริสุทธิ์ก็ก้าวเดินออกมาจากมุมมืดของระเบียงพระราชวัง นางคือหลิวชิงหลัน ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังน้ำแข็งเก้าสวรรค์ ผู้มีใบหน้างดงามล่มเมืองแต่เย็นชาไร้ความรู้สึกมาโดยตลอด ดวงตาคู่คมดั่งหยกน้ำแข็งคู่นั้นทอดมองไปยังแผ่นหลังของเย่เฉิน ความรู้สึกบางเบาที่ยากจะอธิบายกำลังก่อตัวขึ้นในหัวใจที่ด้านชามานานแสนนาน
*บุรุษผู้นี้... มักจะสร้างปาฏิหาริย์และดึงดูดพายุลูกใหญ่เข้าหาตัวเสมอ...* หลิวชิงหลันลอบถอนหายใจในใจ มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นน้อยนิดโดยที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นเอง! บรรยากาศทั่วทั้งเมืองหลวงก็แปรเปลี่ยนเป็นอึดอัดเฉียบพลัน เมฆหมอกบนท้องฟ้าม้วนตัวคำรามครืนครั่น สายฟ้าสีทองสายหนึ่งผ่าลงมากลางลานประลองราวกับพระบัญชาจากสรวงสวรรค์
"โฮူก... เจ้าเด็กน้อยเย่เฉิน เรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงคำรามแหบพร่าอย่างตื่นตระหนกของเต่าทมิฬบรรพกาลดังขึ้นในจิตสำนึกของเย่เฉิน "เบื้องบน... มีสายตาระดับมหาจักรพรรดิสวรรค์กำลังเพ่งเล็งลงมาที่สำนักสวะของเจ้าแล้ว!"
เย่เฉินมิได้สะดุ้งสะเทือน เขายังคงยืนหยัดอย่างองอาจ แหงนหน้าขึ้นมองท้องน้อมเบื้องบนด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ทันใดนั้น มหาดเล็กหลวงในชุดคลุมสีทองอร่าม พร้อมราชองครักษ์นับพันชีวิตก็ก้าวพรูเข้ามาล้อมรอบลานประลอง พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศ
"พระราชโองการแห่งองค์จักรพรรดิ...!"
เสียงประกาศหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง ก่อนที่มหาดเล็กเฒ่าจะประสานมือคำนับด้วยความยำเกรงสูงสุดต่อเย่เฉิน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ผู้คนทั่วทั้งสนามประลองต้องอ้าปากค้างจนแทบกลืนกินความตกใจไม่ลง
"เชิญ... ท่านเซียนเย่เฉิน เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ ณ ตำหนักมังกรฟ้าเป็นการด่วน สำนักเมฆาอัสนีได้รับการแต่งตั้งจากเบื้องสูงให้เป็น... สำนักอันดับหนึ่งแห่งจักรพรรดิอย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้!"
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่านี่คือจุดสูงสุดของความรุ่งโรจน์ เย่เฉินกลับหรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คน
เพราะในเงาสะท้อนของกระบี่เหล็กขึ้นสนิม... เขาเห็นเงาร่างของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งกำลังก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว บุคคลที่เขาจำได้แม่นยำจากชาติภพก่อน... ศัตรูผู้เคยทรยศหักหลังเขาจนต้องตกตายในทัณฑ์สวรรค์!
"หึ... ในที่สุดก็โผล่หัวออกมาจนได้สินะ..." เย่เฉินกระซิบเบาๆ กับตัวเอง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวเริ่มสัมผัสกับด้ามกระบี่เตรียมชักออกจากฝักเพื่อสะสางบัญชีแค้นข้ามภพข้ามชาติ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปกับ "เซียนสุราเมามาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 23
กระบี่ทะลวงม่านฟ้า
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!