เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 32

เสียงคำรามจากแดนปีศาจ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โลหิตในกายมนุษย์เดือดพล่านมิใช่เพราะความโกรธา หากแต่เป็นเพราะแรงกดดันจากอาณาจักรฟ้าดินที่กำลังบิดเบี้ยวจนเสียศูนย์ "กรรแสง!" เสียงสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้าผืนใหญ่กำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นสองท่างבดาษ ในสนามประลองสำนักกระบี่เมฆา บรรดาศิษย์และผู้อยู่ในเหตุการณ์ต่างหน้าถอดสี คลื่นพลังงานสีชาดฉานพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนภา ประหนึ่งกองทัพโลหิตจากขุมนรกภูมิที่พร้อมกลืนกินสรรพชีวิตให้ดับดิ้นในคราเดียว เย่เฉิน หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงถือไหสุราหมักร้อยปี กลิ่นอายแอลกอฮอล์คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาตามลม "ช่างน่ารำคาญเสียจริง... ข้าอุตส่าห์หาความสำราญเงียบๆ ได้ไม่ทันข้ามกัณฑ์ พวกสวะเดรัจฉานจากแดนปีศาจก็ยังอุตส่าห์ดั้นด้นมาเป็นกระสอบทรายให้ข้าซัดหน้าถึงที่นี่" เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่หนักหน่วงจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น "เย่เฉิน... ระวังตัวด้วย" หลิวชิงหลัน ก้าวเท้าเข้ามาเคียงข้าง นางเซียนแห่งวังน้ำแข็งเก้าสวรรค์กระชับกระบี่ในมือแน่น ปราณเย็นเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อต้านทานคลื่นความร้อนระอุจากกลิ่นอายมาร ใบหน้างามล่มเมืองฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางสัมผัสได้ถึงจิตมารระดับบรรพกาลที่กดทับลงมาจากเบื้องบน "ชิงหลัน เจ้าถอยไปก่อน สุราในไหของข้ายังไม่หมดดี หากจะให้พวกมันมาขัดจังหวะการดื่มด่ำ รสชาติคงกร่อยลงไปถนัดตา" เย่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งคมกระบี่ที่หลุดพ้นจากฝัก ฟากฝั่งของ มู่หรงเฟิง ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เคยเย่อหยิ่งผยอง บัดนี้กลับมีสีหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงกับพื้นภายใต้แรงกดดันระดับนี้ ศักดิ์ศรีของยอดฝีมืออันดับหนึ่งมลายหายไปสิ้นหลงเหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ เมื่อมองไปยังท้องฟ้าที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดเข้มข้น ดั่งม่านมุ้งแห่งความตายที่ถูกกางกั้น "นะ... นั่นมันค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติระดับจักรพรรดิ... เผ่ามารบุกมาแล้ว!" เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากเหล่าผู้อาวุโสที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ ทันใดนั้นเอง มิติเบื้องบนก็ปริแตกออกเป็นรอยแยกขนาดมหึมา เงาร่างนับร้อยในชุดเกราะสีดำทมิฬ แผ่ซ่านไอพลังมารอันชั่วร้ายพรั่งพรูออกมา ประหนึ่งฝูงตั๊กแตนที่พร้อมกัดกินผืนแผ่นดินให้ราบคาบ และท่ามกลางเงาร่างเหล่านั้น มีร่างหนึ่งที่ใหญ่โตมหึมา นั่งอยู่บนราชรถกระดูกผี ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองลงมายังสนามประลองราวกับพญาอินทรีมองเหยื่อในกรง "ฮ่าๆๆๆ... มนุษย์โง่เขลาราวกับหนอนแมลง คิดว่าซ่อนตัวอยู่หลังค่ายกลกระจอกๆ เหล่านี้แล้วจะปลอดภัยงั้นรึ?" เสียงคำรามดังกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางใจคน สั่นสะประสาทสัมผัสของทุกคนจนกระอักเลือดออกมาคำโต เต่าทมิฬบรรพกาลที่หลบอยู่มุมหนึ่ง โผล่หัวออกมาพ่นลมหายใจฟฟู่ด้วยความหงุดหงิด "เวรตะไลเอ๊ย! ไอ้พวกมารกระจอกนี่มันเลือกเวลาโผล่หัวมาได้จังหวะชะมัด ข้ากำลังเคลิ้มฝันถึงเต่าสาวงามอยู่แท้ๆ!" เย่เฉินหาได้ใส่ใจเสียงบ่นของสัตว์อสูรคู่สัญญา ร่างสูงโปร่งก้าวทะยานขึ้นไปกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับเดินอยู่บนบันไดขั้นบันไดเซียน เมฆหมอกใต้ฝ่าเท้าสลายกลายเป็นละอองปราณ เขายกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ ก่อนจะปัดเช็ดมุมปากด้วยหลังมืออย่างไม่ี่แยแส "มารก็คือมาร ต่อให้พวกมันจะมีกี่ร้อยกี่พันตัว สุดท้ายก็เป็นได้แค่ปุ๋ยชั้นดีใต้ฝ่าเท้าของข้า" เย่เฉินประกาศกร้าว ทันใดนั้น รัศมีกระบี่สีทองอร่ามพุ่งทะยานจากจุดที่เขายืน แผ่ขยายครอบคลุมทั่วทั้งสำนักกระบี่เมฆา กดขี่ข่มเหงไอพลังมารจนต้องถอยร่น ทว่า... ในวินาทีที่เงาร่างของผู้นำกองทัพมารก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่เฉินก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากกระดูกสีดำสนิทนั้น... กลิ่นอายของผู้ที่ควรจะดับสูญไปเมื่อหมื่นปีก่อนในศึกชิงบัลลังก์สวรรค์! "เป็นไปไม่ได้..." เย่เฉินพึมพำเบาๆ แววตาสั่นไหวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับชาติมาเกิด แล้วขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปกับ "เซียนสุราเมามาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%