"ช้าก่อน... เจ้าว่าไอ้พวกสวะสำนักมารเงานั่นซ่อนหัวอยู่ใต้หินผาอัสนีโลหิตจริงหรือ?"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาไร้เงา ไอหมอกสีดำทมิฬลอยวนเวียนราวกับอสรพิษนับพันตัวที่กำลังแว้งกัดผู้บุกรุก เย่เฉินในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาหาได้มีร่องรอยของความหวาดกลัวไม่ ร่างระหงของเขายืนสง่านิ่งอยู่บนยอดหน้าผาสูงชัน ดวงตาคมกวาดมองลงไปยังเบื้องล่างด้วยแววตาราวกับกำลังมองดูฝูงมดปลวกที่รอวันถูกเหยียบย่ำ
ข้างกายของเขา เต่าทมิฬบรรพกาลพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอสีคราม ปากกระด้างเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "ฮึ! นายท่าน จะไปสนมันทำไม แค่หุบเขาผีสิงกระจอกๆ แบบนี้ ข้าใช้ตีนหน้าตบทีเดียว กำแพงค่ายกลพิทักษ์มารก็แหลกเป็นผุยผงแล้ว! แต่อย่าลืมส่วนแบ่งโอสถวิญญาณของข้าล่ะ ข้าเหนื่อยยากลำบากมาตั้งแต่วันก่อน"
เย่เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบที่ทำให้อากาศรอบตัวหนתทึบลงในพริบตา "หึ... เจ้าเต่าแก่ ปากดีนักนะ ถ้างั้นวันนี้ข้าจะให้เจ้าเปิดทางก่อน หากทำพังแม้แต่นิดเดียว ข้าจะเอาคราบกระดองของเจ้ามาทำเป็นจอกสุรา"
ไม่รอให้เต่าทมิฬได้เอ่ยคำโต้เถียง เย่เฉินสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง คลื่นกระบี่ไร้ลักษณ์นับพันสายพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับสายฝนดาราตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง ทันใดนั้น แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น ค่ายกลลวงตาและม่านพลังวิญญาณที่สำนักมารเงาใช้เวลาสะสมมานับร้อยปีพังทลายลงในกระบวนท่าเดียว!
*ตูมมมม!*
เศษหินและฝุ่นควันตลบอบอวล แรงปะทะของพลังปราณมหาศาลทำให้ยอดเขาถึงกับสั่นสะเทือน เหล่าสาวกสำนักมารเงาที่กำลังฝึกวิชาอยู่ภายในรังลับต่างพากันแตกตื่นโกลาหล เสียงกรีดร้องและเสียงคำรามด้วยความตกใจดังระդม เซียนมารระดับสูงนับสิบคนพุ่งทะยานออกมาจากเงาดำพร้อมกับอาวุธวิเศษในมือ แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและจิตสังหาร
"บังอาจนัก! ใครมันกล้าหาญชาญชัย บุกรังลับสำนักมารเงาของพวกเรา!" เสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาดของผู้อาวุโสสำนักมารเงา ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา ร่างของมันสวมชุดคลุมสีโลหิต ใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากวิชาสายมาร ดวงตาสดุดีสีแดงฉานจ้องมองเย่เฉินด้วยความอาฆาตมาดร้าย
เย่เฉินหรี่ตามองเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เขายกมือขึ้นไขว้หลัง น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังกดดันจนผู้อาวุโสสำนักมารเงานั้นรู้สึกหายใจติดขัด "สำนักมารเงา... ชื่อดูยิ่งใหญ่ แต่แก่นแท้ก็เป็นแค่กลุ่มโจรที่ใช้ชีวิตอยู่บนคราบเลือดของผู้อื่น วันนี้ข้า เย่เฉิน จะมาทวงหนี้เลือดที่พวกมันเคยทำไว้"
"เย่เฉินงั้นรึ?! ไอ้ศิษย์สายในขั้นต่ำที่เป็นขยะของสำนักกระบี่เมฆา... เป็นไปได้อย่างไร!" ผู้อาวุโสสำนักมารเงาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเย่เฉินในตอนนี้ช่างไร้ขอบเขตและลึกล้ำเสียจนมันไม่อาจหยั่งรู้ได้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดวิญญาณยังต้องตัวสั่นเทา
"โลกนี้นั้นกว้างใหญ่ไพศาล แต่พวกเจ้ากลับเลือกทางเดินที่แคบที่สุด... ทางสู่ความตาย" เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว
*เปรี้ยง!*
มิติรอบกายบิดเบี้ยวในพริบตา ร่างของเย่เฉินหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหน้าผู้อาวุโสสำนักมารเงา ฝ่ามือเรียวยาวดั่งหยกขาวปัดผ่านลำคอของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ราวกับสายลมพัดผ่านยอดไม้ ทว่ารวดเร็วจนมองตามไม่ทัน
ผู้อาวุโสสำนักมารเงาเบิกต้างค้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มันพยายามจะอ้าปากกล่าวบางอย่าง ทว่าเลือดสีดำทะลักทะลายออกจากลำคอ ร่างทั้งร่างแข็งทื่อก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง สิ้นใจตายในกระบวนท่าเดียว!
เหล่าสาวกสำนักมารหน้าที่เหลือต่างพากันหน้าซีดเผือด ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ มารเหล่านี้คร่าชีวิตผู้คนมานักต่อนัก แต่วันนี้พวกมันเพิ่งได้ประจักษ์ว่า ความตายที่แท้จริงภายใต้เงื้อมมือของมหาจักรพรรดิเซียนผู้กลับชาติมาเกิดนั้น เป็นเช่นไร
"ฆ่ามัน! อย่าให้มันรอดไปได้!" เสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากสาวกคนหนึ่ง พยายามรวบรวมความกล้าสั่งการให้คนอื่นๆ เข้าโจมตีพร้อมกัน
เต่าทมิฬบรรพกาลหัวเราะเยาะลั่น "พวกสวะรุมเร้า คิดว่ามีจำนวนมากแล้วจะชนะหรือไง!" มันอ้าปากพ่นเปลวเพลิงสีครามร้อนระอุแผดเผาท้องฟ้า กลายเป็นทะเลเพลิงกลืนกินร่างของสาวกสำนักมารเงาครึ่งหนึ่งในพริบตา เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วหุบเขา
เย่เฉินยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงและคราบเลือด สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งดั่งผืนน้ำในบึงลึก ไม่มีความยินดี ไม่มีความปรานี มีเพียงสัจธรรมแห่งวิถีเซียนที่ต้องชำระล้างความโสมมของโลกหล้าด้วยคมกระบี่และการนองเลือด
ทว่า ในขณะที่การสังหารหมู่กำลังดำเนินไปอย่างไร้ทางสู้ ทันใดนั้น บรรยากาศโดยรอบก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ลมหนาวพัดกรรโชก รอยแยกมิติสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือซากปรักหักพังของรังลับ
*ครืนนน...*
แรงกดดันระดับมหาศาลที่ทรงพลังยิ่งกว่าผู้อาวุโสสำนักมารเงาหลายร้อยเท่าแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกมิติ ราวกับมีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนาน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องกังวานเสียดแก้วหู
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างกล้ามนักที่กล้ามาทำลายบ้านของข้า..."
เย่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากจางหายไป ความรู้สึกตื่นเต้นที่ไม่ได้สัมผัสมานานพลุ่งพล่านขึ้นในอก เมื่อเงาร่างสีดำสนิทก้าวเท้าออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับกระบี่มารโลหิตที่สะท้อนแสงประกายอำมหิต
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปกับ "เซียนสุราเมามาย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์•ตอนที่ 26
บุกรังลับสำนักมารเงา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มสำนักสวะ ขอซัดหน้าเซียนสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!