บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี•ตอนที่ 4

กลไกไสยเวทเบื้องต้น

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"ถ้าคุณยังกำหนดขอบเขตพลังจิตสัมผัสวัตถุให้วนเวียนอยู่แค่ความทรงจำตื้นเขินของเจ้าของข้าวของล่ะก็ อีกสิบชาติภพนี้คุณก็ไม่มีทางสืบคดีคลังสมบัติโบราณนั่นสำเร็จหรอกค่ะ ศิลา" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราकारीคมมีดของอาจารย์อินทิราดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องใต้ดินกลิ่นอับชื้น ศิลานิ่งงัน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขากำลังสัมผัสกับพื้นผิวเย็นเฉียบของกริชโบราณขึ้นสนิมเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นวัตถุพยานชิ้นสำคัญจากคดีวิญญาณตกค้างในหอสมุดเมื่อสัปดาห์ก่อน เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามไรผมของบรรณารักษ์หนุ่ม แม้ว่าเขาจะผ่านการไขปริศนามาหลายต่อหลายครั้งด้วยพลังพิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่การก้าวข้ามผ่าน "กำแพงกั้นจิต" ตามหลักไสยเวทโบราณที่อินทิรากำลังเคี่ยวเข็ญอยู่นี้ กลับยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการอ่านหนังสือตำราโบราณพันหน้าเสียอีก "ผมพยายามแล้วครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง ผมพยายามแล้วค่ะอาจารย์" ศิลาเผลอหลุดคำเดิมออกมาจนต้องรีบแก้คำพูดอย่างทุลักทุเล เรียกเสียงถอนหายใจยาวเหยียดจากหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือไม้สักทอง อินทิราปรายตามองลูกศิษย์หนุ่มผู้สุขุมรอบคอบด้วยแววตาที่ซ่อนความเอ็นดูไว้ภายใต้มาดเคร่งขรึม หล่อนขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้แล้วใช้ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนหลังมือของศิลาที่ทาบอยู่บนกริชเล่มนั้น แรงสัมผัสจากเธอนั้นเย็นเยียบ แต่มันกลับแผ่ซ่านกระแสพลังงานอุ่นร้อนแปลกประหลาดเข้าสู่เส้นประสาทของเขาอย่างเป็นระบบ "หลับตาลงค่ะศิลา... อย่าใช้แค่ 'ความรู้สึก' บังคับมัน แต่จงฟัง 'จังหวะ' ของวัตถุ" อินทิรากระซิบแผ่วเบaข้างใบหู น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาเริ่มผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียด "วัตถุทุกชิ้นมีความทรงจำ มันบันทึกร่องรอยของกาลเวลาและอารมณ์ความรู้สึกของผู้ถือครองไว้ เหมือนกับระบบระเบียบของห้องสมุดที่คุณดูแลนั่นแหละค่ะ มีหมวดหมู่ มีรหัสลับ และมีลำดับชั้น หากคุณไม่จัดระเบียบจิตใจของตัวเองให้สอดคล้องกับโครงสร้างเหล่านี้ พลังงานย้อนกลับจะแผดเผาจิตวิญญาณของคุณเสียเอง" ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกตามคำแนะนำ เขาหลับตาลง ปล่อยให้ความมืดมิดเข้าโอบ ภายในห้วงความคิดของเขานั้น เวลานี้ไม่ได้มีแค่ภาพความทรงจำสีเทาหม่นของเจ้าของกริชมรณะอีกต่อไป แต่ทว่า... ภายใต้การนำทางของพลังปราณไสยเวทที่อินทิราถ่ายทอดเข้ามาในร่าง เขากลับสัมผัสได้ถึง "กลไก" เบื้องหลังพลังงานลี้ลับนั้นอย่างชัดเจน มันเหมือนกับฟันเฟืองนาฬิกาโบราณนับพันชิ้นที่ขบเข้าหากันอย่างแม่นยำ ทุกๆ ห้วงอารมณ์ความโกรธแค้น ความกลัว และความอาฆาตมาดร้ายของดวงวิญญาณที่ตกค้าง ถูกจัดเรียงให้อยู่ในช่องตารางของพลังงานอย่างเป็นระเบียบ ระบบระเบียบไสยเวทที่อินทิราพยายามเคี่ยวเข็ญ ไม่ใช่แค่เรื่องงมงายไร้สาระ หากแต่มันคือ "วิทยาศาสตร์แห่งจิตวิญญาณ" ที่มีกฎเกณฑ์และสูตรคำนวณรองรับอย่างเคร่งครัด *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นในโสตประสาทของศิลา พร้อมกับอักษรเรืองแสงสีทองจางๆ ที่ปรากฏขึ้นในห้วงสำนึกของระบบจิตสัมผัส [ตรวจพบการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไสยเวทระดับพื้นฐานสำเร็จ] [ค่าความเข้ากันได้กับพลังวิญญาณโบราณเพิ่มขึ้น 14%] [ปลดล็อกทักษะย่อย: 'เนตรถอดรหัสร่องรอยอาถรรพ์' (Basic Rune Decryption)] ดวงตาของศิลาเบิกโพลงขึ้นทันทีเมื่อพลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนหลายชั่วโมงก่อนหน้ามลายหายไปในพริบตา เขามองกริชในมืออีกครั้ง คราวนี้ภาพของเหตุการณ์ในอดีตไม่ได้ไหลทะลักเข้ามาอย่างไร้ทิศทางเหมือนเก่า หากแต่มันปรากฏเป็นภาพสามมิติที่ถูกย่อส่วนลงอย่างเป็นระเบียบ เขาสามารถมองเห็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของร่องรอยอาถรรพ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง อินทิราถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว สีหน้าเรียบเฉยของเธอบ่งบอกถึงความพึงพอใจลึกๆ แม้ริมฝีปากบางจะยังคงเม้มแน่นไม่ยอมเอ่ยคำชมออกมาตรงๆ ก็ตาม "ใช้ได้นี่คะ..." อาจารย์สาวเอ่ยเสียงเรียบ พลางปัดเศษฝุ่นตามชายเสื้อคลุมยาวของตนเอง "อย่างน้อยคุณก็ใช้เวลาเรียนรู้เร็วกว่าลูกศิษย์คนก่อนๆ ของดิฉันถึงสามเท่า... น่าประทับใจดีค่ะ สำหรับบรรณารักษ์ที่วันๆ เอาแต่จัดหนังสือบนชั้น" ศิลายิ้มบางๆ ให้กับคำแซวแกมชมนั้น เขาวางกริชมรณะลงบนโต๊ะไม้ด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะโค้งศีรษะให้ผู้เป็นอาจารย์อย่างนอบน้อม "ถ้าไม่ได้คำชี้แนะที่แม่นยำและระบบการฝึกฝนที่เป็นขั้นเป็นตอนของอาจารย์ ผมคงไม่มีทางก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ได้หรอกครับ... เอ๊ย ค่ะ" เขารีบแก้คำลงท้ายอีกครั้งจนอินทิราอดที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้ บรรยากาศตึงเครียดในห้องใต้ดินเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสอง ศิลากำลังจะเอ่ยปากถามถึงขั้นตอนการฝึกฝนในบทต่อไป ทว่าจู่ๆ เปลวไฟจากตะเกียงโบราณบนโต๊ะก็กระพริบไหวรุนแรง ราวกับถูกกระชากด้วยกระแสลมที่มาจากความว่างเปล่า อุณหภูมิภายในห้องใต้ดินลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ กลิ่นอับชื้นเดิมทีถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ป่าที่เน่าเปื่อย—กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของดวงวิญญาณระดับสูงที่ทรงพลังและอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ อินทิราหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้อง มือเรียวตวัดวาดอักขระกลางอากาศเพื่อสร้างเขตอาคมป้องกันอย่างรวดเร็ว "ระวังตัวค่ะศิลา... มีบางอย่างกำลังก้าวข้ามเขตอาคมเข้ามา" ศิลารีบดึงสติกลับมาพร้อมใช้งาน "เนตรถอดรหัสร่องรอยอาถรรพ์" ที่เพิ่งปลดล็อกสดๆ ร้อนๆ สายตาคมกวาดมองผ่านความมืดมิดไปยังมุมอับของชั้นหนังสือ ทว่าสิ่งที่สะท้อนเข้ามาในคลื่นพลังงานของเขากลับไม่ใช่ดวงวิญญาณอาฆาตธรรมดา แต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทโบราณยุคอาณานิคม ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นและเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเขา... *ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับศิลาและอินทิราในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ*
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%