กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นอายโลหะจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทว่าในวินาทีนี้ ประสาทสัมผัสของศิลาไม่ได้ถูกรบกวนด้วยบรรยากาศคุ้นเคยภายในห้องสมุดลับอีกต่อไป เสียงก้องกังวานจากประโยคทิ้งท้ายของปริศนาเมื่อคืนยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท *“ระหว่างเจ้า... กับคนใกล้ตัวที่เจ้าไว้ใจที่สุด”*
ดวงตาสีเข้มกวาดมองข้อความอักษรโบราณที่สลักอยู่บนแผ่นศิลาตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบเพื่อเปิดใช้งานพลัง 'จิตสัมผัสวัตถุ' ภาพเหตุการณ์อดีตไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำวน—เสียงกรีดร้อง ความมืดมิด และเงาร่างบิดเบี้ยวที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกแห่งไสยเวท ทุกอย่างล้วนมีระบบระเบียบและกลไกซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
"อย่าเพิ่งใช้สมาธิลึกเกินไปนะคะ ศิลา..." น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวลเจืออยู่เล็กน้อยดังขึ้นจากมุมห้อง อินทิราก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ในมือของอาจารย์สาวถือแผ่นยันต์สีชาดที่กำลังสั่นระริกด้วยคลื่นพลังงานแปลกประหลาด
ศิลาชะงักมือที่กำลังแตะศิลาโบราณ หันกลับมามองคู่หูด้วยแววตาสุขุม "ยันต์เตือนภัยสำนักทักษิณารามสั่นผิดปกติขนาดนี้ แปลว่าเขตอาคมรอบหอสมุดกำลังถูกกัดกร่อนใช่ไหมครับ... อ๊ะ ขออภัยครับ อาจารย์" ศิลาเผลอหลุดคำคุ้นเคยออกมารemind ตัวเองทันที แล้วเปลี่ยนสรรพนามในใจอย่างรวดเร็ว
อินทิราไม่ได้ถือสาความผิดพลาดเล็กๆ นั้น ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นทรงโบราณจดจ้องไปยังหน้าต่างกระจกสีชา ท้องฟ้ายามวิกาลด้านนอกบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นสีม่วงคล้ำ ราวกับผืนผ้าใบถูกหมึกดำหยดลงไปแล้วค่อยๆ ซึมขยาย "ไม่ใช่แค่ถูกกัดกร่อนค่ะ... แต่มีบางอย่างกำลังใช้รหัสผ่านเดียวกับเรา เพื่อเจาะทะลวงโครงสร้างไสยเวทชั้นในเข้ามา"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ความหนบหนับของความมืดเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นตามมุมห้อง กลิ่นอายอันคุ้นเคยจากคดีวิญญาณตกค้างเมื่อหลายปีก่อนกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันเข้มข้นและอันตรายยิ่งกว่าเดิมหลายร้อยเท่า
อินทิราขยับตัวเข้ามายืนเคียงข้างศิลาอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือเรียวบางสะบัดออกเบาๆ แผ่นยันต์นับสิบใบพุ่งทะยานออกไปปักตามจุดอับสายตา เพื่อสร้างม่านพลังคุ้ม
กันขั้นพื้นฐาน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "จำคำเตือนเมื่อคืนได้ใช่ไหมคะ? บนกระดานนี้... เราไม่ได้สู้กับพวกวิญญาณเร่ร่อนไร้สติอีกต่อไปแล้ว"
"ครับ... เอ๊ย ค่ะอาจารย์" ศิลาพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ สมองส่วนวิเคราะห์ทำงานด้วยความเร็วสูงสุด ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาความผิดปกติของโครงสร้างไสยเวท "ถ้ามันใช้รหัสผ่านของหอสมุดได้ แสดงว่าผู้บุกรุกต้องเคยเข้าถึงบันทึกคดีลับ หรือไม่ก็..."
คำพูดขาดหายไปเมื่อศิลาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากวัตถุชิ้นหนึ่งบนชั้นหนังสือ มุมห้องด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นที่เก็บ 'สมุดบันทึกวิญญาณอาฆาต' เล่มแรกสุดที่พวกเขาเคยสะสาง ปรากฏละอองแสงสีดำพวยพุ่งขึ้นมาเป็นเกลียว
"ระวังค่ะ!"
อินทิราคว้าแขนของศิลาให้หลบไปด้านข้างในเสี้ยววินาที ก่อนที่ลำแสงสีนิลสายหนึ่งจะพุ่งทะลวงผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่จนผนังหินศิลาแลงเกิดรอยร้าวลึก เศษฝุ่นตกลงมาคลุ้งกระจาย
ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังมาจากความว่างเปล่า หน้าต่างระบบสีฟ้าโปร่งแสงของหอสมุดก็ดีดเด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สัญญาณเตือน ตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจาก "สถาปัตยกรรมวิญญาณปริศนา"]
[เป้าหมายการโจมตี: ทำลายแกนกลางความทรงจำ และแย่งชิงสิทธิ์ผู้ดูแลหอสมุด]
[คำเตือนจากระบบ: ผู้บุกรุกกำลังยืนอยู่เบื้องหลังเงาของคนที่คุณไว้ใจที่สุดในขณะนี้...]
ศิลาหันขวับกลับไปมองอินทิราที่ยืนอยู่เบื้องข้างทันที ในขณะที่แววตาของอาจารย์สาวกำลังสะท้อนแสงประหลาดบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบตอนนี้ค่ะ
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี•ตอนที่ 12
คำเตือนจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!