"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ 'จุดเชื่อมต่อ' ชิ้นนี้เข้าใกล้เขตอาคมชั้นใน เกรงว่าวิญญาณเด็กผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้ผุดได้เกิด แต่อาจจะแตกสลายกลายเป็นผงธุลีในเตาหลอมพลังงานวิญญาณเสียก่อนนะคะ ศิลา"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมของอาจารย์อินทิราดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องเก็บรักษาสมบัติโบราณของห้องสมุดลับ แสงไฟสีส้มจากตะเกียงโบราณทอดเงาให้ใบหน้าคมคายของอาจารย์สาวดูจริงจังขึ้นเป็นกอง บนโต๊ะไม้สักทองเบื้องหน้าของทั้งคู่ มีวัตถุชิ้นหนึ่งวางสนิทอยู่—'ตุ๊กตาไขลานกระต่ายสวมชุดสูท' ที่ทำจากผ้าสักหลาดสีแดงก่ำ สภาพเก่าคร่ำครึจนขนผ้าหลุดรุ่ย แต่สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ความเก่าแก่ หากแต่เป็นรอยเย็บด้วยด้ายสีแดงสดที่พันธนาการรอบลำคอของตุ๊กตาไว้อย่างแน่นหนา ราวกับพยายามปิดบังร่องรอยของการถูกรัดคอในอดีต
ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มสวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวค่อยๆ วางลงเหนือตุ๊กตาตัวนั้นเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เขารับรู้ได้ทันทีถึงแรงสั่นสะเทือนถี่รัวและไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาผ่านผิวสัมผัส นี่คือพลัง 'จิตสัมผัสวัตถุ' อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา—ทักษะที่ยอมแลกมาด้วยการแบกรับเศษเสี้ยวความทรงจำอันเจ็บปวดของคนตาย
"ผมไม่มีทางเลือกอื่นนี่ครับ... เอ๊ย... นี่คะอาจารย์" ศิลาเผลออุทานแก้คำพูดตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นสายตาคมกริบที่ส่งสัญญาณเตือนจากอีกฝ่าย "คือ... ผมหมายความว่า เบาะแสจากคดีวิญญาณตกค้างในเขตสามระบุชัดเจนว่า ของเล่นชิ้นนี้ถูกส่งต่อมาจากร้านขายของเก่าในตรอกมืด และเด็กหญิงคนนั้น... น้องมะลิ ยึดติดกับมันเพราะมันคือของขวัญชิ้นสุดท้ายจากพ่อก่อนเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้"
อินทิราถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาบางหลับลงชั่วครู่ก่อนจะลืมขึ้น มองลูกศิษย์หนุ่มผู้มักจะเอาความใจอ่อนของตัวเองไปผูกติดกับดวงวิญญาณเร่ร่อนอยู่เรื่อย แม้ภายนอกศิลาจะดูสุขุม รอบคอบ และจัดการงานเอกสารในห้องสมุดได้อย่างไร้ที่ติ แต่เธอก็รู้ดีว่าปมการสูญเสียครอบครัวในอดีตคือแผลเป็นที่ทำให้เขามักจะยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อส่งวิญญาณเหล่านี้กลับสู่วัฏจักรเสมอ
"ความใจดีของคุณมันเกือบจะฆ่าคุณมาหลายครั้งแล้วนะคะ ศิลา" อินทิราเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย เธอขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะมากขึ้น กลิ่นอายสมุนไพรจีนจางๆ ที่ติดตัวอาจารย์สาวช่วยบรรเทาบรรยากาศอึมครึมภายในห้องลงได้บ้าง "จำกฎเหล็กของระบบระเบียบไสยเวทโบราณที่เราท่องกันทุกวันได้ไหม? 'วัตถุที่มีอาถรรพ์รุนแรง ย่อมมีเจตจำนงบิดเบี้ยวซ่อนอยู่' เส้นด้ายสีแดงที่คุณเห็นบนคอตุ๊กตานั่น... มันไม่ใช่แค่ด้ายเย็บผ้าธรรมดา แต่มันคือ 'ด้ายพันธนาการวิญญาณ' สายสิญจน์อาคมที่ถูกถักทอด้วยเลือด เพื่อล่ามดวงจิตของเด็กคนนั้นให้อยู่ติดกับวัตถุ ไม่ให้ไปผุดไปเกิด"
ศิลาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคู่สวยใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งพินิจรอยเย็บนั้นอีกครั้ง สมองส่วนวิเคราะห์ทำงานอย่างรวดเร็วภายใต้โครงสร้างระบบที่เขาคุ้นเคย
"ถ้าอย่างนั้น... คนที่เย็บด้ายเส้นนี้ขึ้นมา ไม่ใช่พ่อของน้องมะลิตามที่ความทรงจำของวิญญาณเข้าใจสินะคะ" ศิลาตั้งข้อสังเกต พร้อมกับใช้นิ้วมือขวาเคาะเบาๆ ที่ขอบโต๊ะเป็นจังหวะ—พฤติกรรมยามใช้ความคิดขั้นสุดยอดของเขา "มีความเป็นไปได้สูงว่า มีบุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซงเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนั้น หรือไม่ก็... มีการทำพิธีกรรมบางอย่างเพื่อกักเก็บพลังงานวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ใช้ประโยชน์"
"ถูกต้องค่ะ" อินทิราพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจในไหวพริบของลูกศิษย์ "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องแกะรอยเส้นด้ายสีแดงนี้ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น ไม่ใช่แค่ตามหาตัวตนของวิญญาณ แต่เราต้องหาให้พบว่า 'ใคร' เป็นคนลงมือทำพิธีนี้"
ชั่วพริบตานั้นเอง ศิลาตัดสินใจหลับตาลงแล้ววางฝ่ามือลงบนตัวตุ๊กตาผ้าสักหลาดสีแดงอย่างเต็มแรง แม้อินทิราจะส่งเสียงห้ามไม่ทัน แต่ความตั้งใจที่จะไขคดีมีมากกว่าความกลัว
*ฉากรอบตัวพลันบิดเบี้ยว!*
ความมืดมิดเข้าโอบล้อมประสาทสัมผัส กลิ่นอายของความอับชื้นและควันไฟจางๆ พุ่งปะทะเข้าจมูก เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กหญิงดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ภาพความทรงจำfragment ที่กระจัดกระจายเริ่มประกอบร่างขึ้นในหัวของศิลา—ภาพห้องนอนเด็กสีพาสเทลที่กำลังถูกเปลวเพลิงสีส้มแดงกลืนกิน เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว และ... เงาร่างของใครบางคน สวมเสื้อคลุมสีดำสนิท กำลังยืนยิ้มอยู่มุมห้อง พร้อมกับถือเข็มเล่มยาวร้อยด้ายสีแดงสด พุ่งตรงมาที่ลำคอของตุ๊กตากระต่ายในมือของเด็กหญิง!
*อึก!*
ศิลาสะعدถอยหลังก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นห้อง สมองวิงเวียนคลื่นไส้ รสชาติคาวเลือดฝาดคลุ้งอยู่ในปาก ใบหน้าขาวซีดเผือดจนอินทิราต้องรีบพุ่งเข้ามาประคองไหล่ทั้งสองข้างไว้ทันที พร้อมกับใช้นิ้วโป้งกดจุดชีพจรที่ข้อมือของเขาเพื่อถ่าย
"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าฝืนใช้วิินิจฉัยเชิงลึกเกินขีดจำกัดพลังระดับสาม!" อินทิราดุเสียงเข้ม แม้แววตาจะฉายความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"ผม... ผมเห็นแล้วครับ... เอ๊ย... เห็นแล้วค่ะอาจารย์" ศิลาหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนตื่นเต้น "ผมเห็นเงาร่างนั้น... มันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุไฟไหม้ธรรมดา แต่มันคือ 'การฆาตกรรมอำพราง' และวิญญาณของน้องมะลิถูกใช้เป็นแบตเตอรี่พลังงานให้กับอาคมบางอย่าง!"
อินทิราฟังคำรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดต่อ ทว่าจู่ๆ บรรยากาศภายในห้องเก็บรักษาสมบัติโบราณก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณห็ภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ตะเกียงโบราณทุกดวงกะพริบไหวสั่นระริกก่อนจะดับลงพร้อมกัน เหลือเพียงความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านหน้าต่างกระจกสี
*กริ๊ก... กริ๊ก... กริ๊ก...*
เสียงไขลานของตุ๊กตากระต่ายสีแดงบนโต๊ะดังขึ้นเองโดยไม่มีใครแตะต้อง!
ด้ายสีแดงที่พันธนาการอยู่รอบคอตุ๊กตาค่อยๆ คลายออกทีละปมอย่างน่าขนลุก ก่อนที่ศีรษะของตุ๊กตาจะหันขวับมาทางศิลาและอินทิรา ดวงตากลมโตทำจากกระดุมสีดำสนิทเปล่งประกายแสงสีแดงวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงที่ดังลอดออกมาจากลำตัวตุ๊กตา... ทั้งน่ารักและชวนสยดสยองในเวลาเดียวกัน
อินทิราดึงศิลากลับมาหลบอยู่ด้านหลัง พร้อมกับชักยันต์กระดาษสีทองขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักปราบวิญญาณบอกเธอว่า สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่วิญญาณตกค้างธรรมดาเสียแล้ว
แต่ก่อนที่อาจารย์สาวจะได้ท่องคาถาผนึกกำลัง หน้าต่างกระจกสีด้านหลังโต๊ะทำงานก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของเงาดำปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทแบบเดียวกับในนิมิต ที่พุ่งทะยานเข้ามาภายในห้องอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่เอ่ยทักทายศิลาด้วยชื่อจริงอย่างสนิทสนม
"เก่งมาก... บรรณารักษ์หนุ่มน้อยผู้ไขความลับแห่งซากศพ... แต่คราวนี้ เจ้าก้าวเข้ามาใน 'อาณาเขตของข้า' ลึกเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้เสียแล้ว..."
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามการไขปริศนาเส้นด้ายสีแดงไปกับศิลาและอินทิรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี•ตอนที่ 7
ตามรอยเส้นด้ายสีแดง
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!