บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี•ตอนที่ 8

มิตรภาพท่ามกลางความหนาวเหน็บ

ผลงานโดย นภากระซิบผี
คราบไคลสีดำสนิทที่เกรอะกรังอยู่บนหน้ากระดาษสมุดบันทึกโบราณ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร่องรอยทางเคมีของการเสื่อมสลาย แต่มันคือคราบน้ำตาและหยดเลือดของดวงวิญญาณที่ถูกกักขังไว้ด้วยอาคมระดับสูง ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางสวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด กดสัมผัสลงบนมุมกระดาษหน้าที่ฉีกขาด เพื่อใช้พลัง 'จิตสัมผัสวัตถุ' ดึงเอาภาพอดีตที่ฝังรากลึกออกมา ทว่าทันทีที่คลื่นพลังงานสีเทาจางๆ แผ่ซ่านออกจากปลายนิ้ว ความหนาแน่นของไสยเวทในอาณาเขตนี้ก็ตีกลับเข้าหาร่างกายราวกับคลื่นใต้น้ำที่โถมกระหน่ำใส่เขื่อนปูน "อย่าฝืนดึงพลังงานทั้งหมดในคราวเดียวนะคะ ศิลา" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของอินทิราดังขึ้นเหนือหัว พร้อมกับสัมผัสอุ่นวาบที่ทาบทับลงบนแผ่นหลังกว้าง มือเรียวระหงของอาจารย์สาวไม่ได้แค่ส่งถ่ายพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อช่วยพยุงจิตวิญญาณของเขาไม่ให้หลุดลอยไปกับภาพนิมิต แต่เธอยังใช้ปลายนิ้วอีกข้างวาดอักขระคุ้มกันรูปวงกลมซ้อนสามชั้นลงบนอากาศเบื้องหน้า เพื่อสกัดกั้นแรงกระแทกจากอาคมของ "เจ้าของอาณาเขต" ที่กำลังส่งเสียงคำรามขู่กรรโชกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ศิลาหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ดวงตาหลังกรอบแว่นสายตาฉายแววระคนเจ็บปวดและตื่นตัว "ผม... ผมเห็นแล้วครับ—เอ๊ย ดิฉันเห็นแล้วค่ะ... ภาพเมื่อสามสิบปีก่อน บันทึกเล่มนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยบรรณารักษ์คนก่อน แต่ถูกใช้เป็น 'สื่อกลาง' ในการผนึกพลังของวิญญาณอาฆาตที่หลุดรอดมาจากมิติเบื้องล่าง" "เก่งมากค่ะ เด็กดี" อินทิราเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาชำเลืองมองลูกศิษย์หนุ่มผู้กำลังสั่นเทา เธอขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แนบชิด เพื่อแผ่ไออุ่นจากร่างกายของตนเองเข้าช่วยบรรเทาความหนบหนับของความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากซากหนังสือเก่า "คุณทำได้ดีเกินคาดสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในเขตอาคมระดับนี้... แต่อย่าลืมสิคะว่า เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาชีวิตมาทิ้ง เรามาเพื่อปลดปล่อย และเพื่อเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน" คำว่า "ไปด้วยกัน" ทำให้หัวใจที่ด้านชาและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการสูญเสียในอดีตของศิลาเกิดอาการกระตุกวูบอย่างประหลาด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เหตุการณ์ไฟไหม้ห้องสมุดลับที่พรากครอบครัวของเขาไป ศิลาไม่เคยอนุญาตให้ใครก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตความรู้สึกส่วนตัวเลยแม้แต่คนเดียว เขามองว่าตัวเองคือผู้แบกรับคำสาป คือผู้โดดเดี่ยวที่ต้องชดใช้บาปด้วยการเป็นบรรณารักษ์เฝ้าสุสานวิญญาณ แต่วินาทีนี้ ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นอายความตายที่โชยมาเตะจมูก ไออุ่นจากร่างเพรียวบางของอินทิรากลับกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองยังมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้ "อาจารย์... ทำไมถึงเลือกผมล่ะครับ... เอ่อ... ดิฉันหมายถึง ทำไมอาจารย์ถึงยอมเสี่ยงอันตรายลงมาในซากโบราณสถานแห่งนี้กับผม ทั้งที่รู้ว่ามันอาจไม่มีทางรอดกลับออกไป?" ศิลาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้ากระดาษที่เริ่มมีตัวอักษรสีแดงฉานผุดขึ้นมาเองทีละคำ อินทิรานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม เธอยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้เขาอย่างเบามือ เป็นกิริยาที่อ่อนโยนจนศิลาต้องเผลอกลั้นหายใจ "เพราะฉันมองเห็นบางอย่างในตัวคุณค่ะ... ศิลา" อินทิราตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ก้องกังวานอยู่ในโถงห้องสมุดร้าง "ไม่ใช่แค่พลัง 'จิตสัมผัสวัตถุ' ที่หายากยิ่ง แต่เป็นความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบขรึมต่างหาก... คุณแคร์ดวงวิญญาณทุกดวงที่คุณพบเจอ คุณไม่ได้มองพวกเขาเป็นแค่ 'งาน' หรือ 'เป้าหมาย' ที่ต้องกำจัดทิ้งเหมือนพวกมือปราบวิญญาณสายเลือดบริสุทธิ์ใจแคบพวกนั้น... คนแบบนี้ต่างหากค่ะ ที่โลกใบนี้กำลังต้องการ" คำพูดของอาจารย์สาวเปรียบเสมือนสายฝนแรกที่โปรยปลงบนผืนดินแห้งแล้ง ศิลาเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกตื้นตันที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความหนาวเหน็บรอบกายคล้ายจะจางหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากปลายนิ้วที่พวกเขายังคงกุมเข้าหากันไว้เพื่อถ่าย "ขอบคุณนะคะ... อาจารย์" ศิลาเอ่ยออกมาอย่างจริงใจเป็นครั้งแรก โดยไม่มีท่าทีเกร็งหรือปิดกั้นตัวเองอีกต่อไป รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายหนุ่ม ทำให้ใบหน้าที่มักจะเคร่งเครียดอยู่เสมอดูกระจ่างใสขึ้นมาถนัดตา อินทิราพยักหน้ารับเบาๆ มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทรงพลังยิ่งกว่าคาถาอาคมบทใดๆ ในตำราโบราณ "ดีมากค่ะ เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือแล้วตั้งสมาธิซะ... 'อาณาเขตของข้า' ที่มันส่งเสียงท้าทายเมื่อครู่ กำลังจะต้อนรับพวกเราอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ" สิ้นคำพูดของอินทิรา อุณหภูมิภายในห้องสมุดใต้ดินก็ดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เปลวไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าที่พวกเขาจุดไว้สั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด ความมืดมิดสนิทเข้าปกคลุมพื้นที่ ทว่าในความมืดนั้น กลับมีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ค่อยๆ เปิดขึ้นพร้อมกันจากผนังและเพดาน เสียงกระซิบกระชาับนับพันเสียงดังประสานกันระงมราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากขุมนรก ศิลาสูดหายใจเข้าลึกตั้งสติ ร่างกายขยับเข้าไปยืนชิดแผ่นหลังของอินทิราโดยอัตโนมัติ มือขวาชักกริชลงอาคมประจำตัวออกจากฝัก ขณะที่มือซ้ายประสานอินทรีย์วรยุทธ์ร่วมกับพลังจิตสัมผัสเพื่อเตรียมรับมือกับคลื่นการโจมตีระลอกแรก เคมีและความเข้ากันของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไสยเวทโบราณและพลังจิตสมัยใหม่ผสานเข้ากันอย่างไร้รอยต่อ "ระวังตัวด้วยนะคะ มันมาแล้วค่ะ!" อินทิราตะโกนเตือน พร้อมกับสะบัดพัดเหล็กโบราณในมือออกจนเกิดประกายไฟสีทองสว่างวาบทั่วห้อง เผยให้เห็นเงาร่างมหึมาของอสูรกายไร้หน้าตัวหนึ่งที่กำลังพุ่งทะยานออกมาจากกองหนังสือเก่าด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะหลบพ้น ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กรงเล็บอันแหลมคมจะตะпดเข้าใส่ร่างของศิลา เสียงเตือนภัยรูปแบบใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่มโดยตรง—ไม่ใช่เสียงจากระบบภารกิจเดิม แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนระบบลับที่ถูกปลดล็อกโดยเงื่อนไขความสัมพันธ์ของพวกเขาเอง! [ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะ 'จิตประสานจิต' ระดับซิงโครนัส 100% ระหว่างผู้ถือครองและผู้ชี้นำ...] [ระบบปลดล็อกสกิลลับเฉพาะกิจ: 'บทเพลงกล่อมวิญญาณแห่งพันธะนิรันดร์' (Soul-Bound Requiem - Rank SSS)] [คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายที่ซ่อนอยู่ใต้เงาของอสูรกาย ไม่ใช่วิญญาณอาฆาต... แต่เป็น 'ร่างต้น' ของผู้สร้างบันทึกที่ยังมีชีวิตอยู่ และเขากำลังเอื้อมมือมาแตะไหล่ของคุณจากด้านหลังตอนนี้แล้วค่ะ...] ศิลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจเย็นเฉียบที่รดต้นคอของตนเอง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นชิดใบหู... "เจอตัวแล้ว... บรรณารักษ์น้อย... และ... ผู้ทรยศแห่งสำนักไสยเวท..." ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความลับอันดำมืดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%