บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี•ตอนที่ 2

การมาเยือนของอาจารย์สาว

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ตัดสลับกับกลิ่นหมึกเก่าแก่และกระดาษสาที่อบอวลอยู่ภายในห้องสมุดลับใต้ดินแห่งนี้ ศิลาไม่ได้ขยับกายแม้แต่นิ้วเดียว ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องมองไปยัง ‘บันทึกปกหนังมนุษย์’ ที่กำลังสั่นไหวและแผ่รังสีสีดำมืดมิดออกมา ราวกับมันมีชีวิตและกำลังหิวโหย “ศิลา! ถอยออกมาจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้!” เสียงเด็ดขาดของอินทิราดังลั่นก้องห้องสมุด พร้อมกับแสงสีทองเจิดจ้าจากยันต์อัคคีในมือที่ส่องสว่างจนน่าแสบตา เธอพุ่งตัวเข้ามาเหมือนเงาสีครามที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แรงปะทะจากเวทมนตร์ของเธอทำให้หนังสือเล่มอื่นบนชั้นวางกระจัดกระจายราวกับโดนพายุหมุน ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวทำงานหนักจนปวดขมับ เขาเห็น... เขาเห็นภาพความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในบันทึกเล่มนั้น เป็นภาพของวิญญาณแค้นที่ถูกจองจำนับร้อยปี มันไม่ใช่แค่หนังสือ แต่มันคือคุก! “อาจารย์ครับ... ไม่ใช่! ห้ามทำลายมัน!” ศิลาตะโกนกลับไปในขณะที่เขาสไลด์ตัวหลบคมเวทที่อินทิราเหวี่ยงลงมาหมายจะสยบพลังงานชั่วร้าย อินทิราชะงักกึก ปลายเท้าของเธอจิกแน่นกับพื้นไม้ขัดมัน ดวงตาเรียวคมของอาจารย์สาวตวัดมองลูกศิษย์หนุ่มด้วยความไม่พอใจ เธอไม่ได้ลดมือลง แต่เปลี่ยนทิศทางของยันต์ให้กลายเป็นม่านพลังล้อมรอบพวกเขาไว้แทน “เธอรู้ไหมว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่?” เสียงของอินทิรานิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง “จิตสัมผัสของเธออาจจะบอกว่ามันมีเรื่องเล่า แต่มันกำลังกลืนกินชีวิตของเธออยู่ศิลา ดูที่มือของเธอสิ” ศิลาก้มลงมองมือตัวเองที่สัมผัสสันหนังสืออยู่ เส้นเลือดที่หลังมือเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำราวกับมีหมึกแล่นพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง ความเย็นยะเยือกเสียดแทงลึกเข้าไปถึงกระดูก แต่น่าแปลกที่เขากลับรู้สึกถึง ‘ความเศร้า’ ของเจ้าของวิญญาณข้างในนั้นได้อย่างชัดเจน “ผมไม่ได้จะเก็บมันไว้ แต่ผมกำลังฟังมันอยู่ครับ” เขาตอบเสียงเรียบ แม้ริมฝีปากจะเริ่มสั่นด้วยความหนาวเหน็บ “มันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร... มันแค่หาทางกลับบ้าน” “ไม่มีวิญญาณดวงไหนหาทางกลับบ้านผ่านการเข่นฆ่าคนอื่นหรอกนะ” อินทิราก้าวเข้ามาใกล้ แววตาที่เคยเย็นชาฉายแววอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าพลังของศิลานั้นพิเศษกว่าใคร แต่มันก็เปราะบางเกินไปที่จะแบกรับภาระหนักอึ้งเช่นนี้ เธอร่ายคาถาเบาๆ เป็นภาษาโบราณที่ศิลาฟังไม่ออก แต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาห่อหุ้มจิตใจ อินทิราใช้นิ้วเรียวสวยแตะลงที่หน้าผากของเขา แสงสีทองจากยันต์ในมือถ่ายโอนเข้าสู่ตัวศิลาเพื่อสกัดกั้นไอชั่วร้ายนั้น “บันทึกเล่มนี้มีสัญญาสีเลือดกำกับไว้” อินทิรากล่าวขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอยังคงจับจ้องไปที่หนังสือ “ถ้าเธอไม่ยอมปล่อยมือตอนนี้ ร่างกายของเธอจะกลายเป็นภาชนะใหม่ให้มันแทนที่” วินาทีนั้นเอง บรรยากาศในห้องสมุดก็แปรเปลี่ยน ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุม บันทึกเล่มนั้นหยุดสั่นไหวอย่างฉับพลัน แต่มันกลับ ‘เปิด’ ออกเองโดยไม่มีใครแตะต้อง หน้ากระดาษที่กรอบเกรียมค่อยๆ พลิกไปหน้าสุดท้ายที่มีอักขระแปลกประหลาดไหลวนออกมาเหมือนมดดำนับพันตัว ศิลาและอินทิรามองหน้ากันด้วยความตระหนักรู้ว่า ‘ของจริง’ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว “มันไม่ได้สู้กับเรา...” ศิลาพึมพำ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นซึ่งเป็นสัญญาณของการเปิดใช้พลังเนตรที่มองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น “มันกำลังเรียกใครบางคน... หรือบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น” อินทิราเบิกตากว้าง ทันใดนั้น เงาร่างสีดำมืดมิดขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่มุมมืดของห้องสมุด เสียงโซ่ตรวนลากพื้นดังครืดคราดสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่ควรจะปิดตาย แต่มันกลับเปิดต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยกลไกโบราณที่สั่นสะเทือนไปทั้งอาคาร “ศิลา... ถอยไปด้านหลังฉัน!” อินทิราตวาดพร้อมสะบัดแขนเสื้อ ม่านพลังที่เธอสร้างไว้ขยายตัวกว้างขึ้นเป็นวงกว้าง แต่ทว่าเงามืดนั้นกลับไม่ได้พุ่งเข้าใส่พวกเขา แต่มันกลับคุกเข่าลงต่อหน้าหนังสือเล่มนั้นอย่างนอบน้อม เงาดำนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้ดวงตาแต่มีรอยยิ้มกว้างถึงใบหู มันไม่ได้จ้องมาที่ทั้งคู่ แต่มันจ้องมาที่... *เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวของศิลา* [ระบบตรวจพบ: ภารกิจระดับ SSS ปรากฏขึ้น! ผู้พิทักษ์ห้องสมุดโปรดทราบ: บันทึกปกหนังมนุษย์ได้เรียกหา 'ผู้คุมกฎแห่งขุมนรก' ให้มารับคำสั่งสุดท้ายของวิญญาณตกค้างแล้ว หากไม่รีบผนึกภายใน 3 นาที... ห้องสมุดแห่งนี้จะถูกดึงเข้าสู่มิติที่ไร้ทางออก!] ศิลากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน “อาจารย์... มันไม่ใช่แค่การสืบคดีแล้วครับ มันคือการเริ่มสงคราม” เสียงกระซิบเบาๆ ดังมาจากเงามืดนั้น มันแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนถึงขั้วหัวใจ “ยืมมือข้า... เพื่อสังหารเจ้า... ของบันทึกเล่มนี้ซะ...” อินทิราขยับยิ้มมุมปาก ความมั่นใจในฐานะยอดฝีมือไสยเวทพุ่งสูงขึ้น เธอคว้ามือศิลาไว้แน่น “งั้นเราก็ต้องพิสูจน์ให้มันเห็น ว่าเราไม่ใช่แค่บรรณารักษ์ธรรมดาๆ ที่ใครจะมาเด็ดหัวไปได้ง่ายๆ เตรียมตัวให้พร้อมศิลา... คืนนี้เราจะ ‘ล่า’ ความตายกัน” ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะพุ่งตัวเข้าใส่เงามืด ประตูเหล็กบานยักษ์หน้าห้องสมุดก็ถูกพังทลายเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทางสุขุม เขามองบันทึกเล่มนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหิวกระหาย และเอ่ยประโยคที่ทำให้ศิลาต้องหยุดชะงัก “บันทึกเล่มนั้น... ผมมารับคืนตามคำสั่งของท่านเจ้าคุณ พ่อของศิลาที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อนน่ะครับ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับศิลาและอาจารย์อินทิราในคดีนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักอ่านใจผี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%