"ถ้าก้าวพลาดไปเพียงมิลลิเมตรเดียว ต่อให้เจ้ามีเกราะระดับตำนานที่ข้าตีขึ้นมาเองกับมือ ร่างกายของเจ้าก็คงสลายกลายเป็นละอองข้อมูลก่อนที่ระบบจะทันได้ประมวลผลความเจ็บปวดเสียด้วยซ้ำ เซธ"
น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบและเย็นเยียบ ราวกับคมมีดที่เพิ่งผ่านการชุบน้ำในอ่างเหล็กกล้า ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนไว้ภายใต้มาดของช่างตีดาบผู้สุขุม เขายืนพิงเสาหินอัคนีสีดำสนิทที่แผ่ไอความร้อนระอุออกมาเป็นระลอก ดวงตาคมกริบภายใต้ฮู้ดสีเข้มจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักล่าอันดับหนึ่งของเซิร์ฟเวอร์
เซธแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นก้องกังวานสะท้อนไปมาตามผนังถ้ำหินย้อยที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง ความมืดมิดรอบกายถูกขับไล่ด้วยแสงสีฟ้าจางๆ จากผลึกมานาคุณภาพต่ำที่ฝังอยู่ตามผนังถ้ำ แต่มันกลับทำให้บรรยากาศดูอึมครึมและกดดันยิ่งกว่าเดิม
"เจ้ากังวลเกินไปแล้ว เรย์" เซธปัดมือเบาๆ ไล่เศษฝุ่นออกจากไหล่เสื้อเกราะหนังมังกรที่เพิ่งได้รับการซ่อมแซม "ข้าคือนักล่าแต้มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในดันเจี้ยนระดับสูงนะ ถ้ำมังกรที่หลับใหลแห่งนี้ ก็เป็นแค่ห้องเก็บสมบัติเก่าๆ ที่มีกิ้งก่าตัวใหญ่เฝ้าอยู่เท่านั้นแหละ"
"กิ้งก่าอย่างนั้นหรือ..." เรย์ทวนคำ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจังหวะที่สามซึ่งเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ ใต้พื้นรองเท้า "สิ่งที่เรากำลังจะก้าวเข้าไป ไม่ใช่ดันเจี้ยนฟาร์มไอเทมธรรมดา แต่มันคือสุสานของสิ่งมีชีวิตที่ระบบจงใจลบมันออกไปจากประวัติศาสตร์เซิร์ฟเวอร์อัลฟา ความหนาแน่นของมานาที่กดทับอยู่ตอนนี้ สูงกว่าขีดจำกัดของเกราะที่เจ้าสวมใส่อยู่ถึงสามเท่า... เซธ ถ้าเจ้ายังประมาทแบบนี้ ต่อให้ข้ามีค้อนวิเศษอีกสักกี่เล่ม ก็คงไม่มีปัญญาซ่อมร่างให้เจ้าทันแน่ๆ"
บรรยากาศระหว่างพวกเขานิ่งงึดไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กลั่นตัวจากหินย้อยเบื้องบนตกลงมากระทบพื้นหินดัง *ติ๋ง... ติ๋ง...* เป็นจังหวะที่ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง
เซธหันกลับมามองสหายร่วมทาง ดวงตาของนักล่าอันดับหนึ่งไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นแววตาจริงจังที่สะท้อนอยู่ในความมืดนั้น มันไม่ใช่แววตาของช่างตีดาบผู้เก็บตัวในโรงหลอมอันเงียบสงบ แต่เป็นแววตาของคนที่เคยผ่าน "นรก" ของจริงมาแล้ว และรอดชีวิตกลับมาได้ด้วยบาดแผลฉกรรจ์ในใจ
ความทรงจำสีเลือดจากเกมเก่าผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงของเรย์ ภาพเพื่อนร่วมทีมที่สลายหายไปทีละคนเพราะความดื้อรั้นและความมั่นใจที่เกินพอดี มือของเรย์กำด้ามค้อนในกระเป๋าแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน เขาไม่อนุญาตให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยเดิมอีกเป็นครั้งที่สอง... ไม่ใช่กับเซธ และไม่ใช่ที่นี่
"ก็ได้... ข้าจะเชื่อคำเตือนของเจ้าสักครั้ง ช่างตีดาบขี้บ่น" เซธยอมลดทิฐิลง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แสดงถึงความเชื่อใจที่ถูกหล่อหลอมผ่านการแลกเปลี่ยนคมดาบและค้อนเหล็กมาหลายสัปดาห์ "ว่ามา... เราต้องเริ่มจากตรงไหน ประตูศิลาบานนั้นถูกผนึกด้วยกลไกโบราณที่แม้แต่ทักษะแกะรอยระดับสูงสุดของข้าก็ยังเจาะไม่เข้า"
เรย์ก้าวเท้าเดินแซงหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ รองเท้าบูทหนังชั้นดีกระทบกับพื้นหินกรอบแกรบ เขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูศิลาขนาดยักษ์ที่มีลวดลายสลักรูปมังกรไร้ปีกกำลังขดตัวกลืนกินดวงจันทร์ ร่อง
"กลไกของประตูบานนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ไขออกด้วยกำลัง" เรย์ยื่นมือสวมถุงมือหนังถักพิเศษออกไปสัมผัสกับร่องลึกบนศิลา นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามแนวร่องรอยที่ซับซ้อนราวกับกำลังอ่านตัวอักษรเบรลล์ "มันถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบ 'ความเข้าใจ' ในสสารและพลังงาน มังกรตัวนี้ไม่ได้หลับใหลเพราะความเหนื่อยอ่อน แต่มันถูกตรึงไว้ด้วยมวลมานาที่สะสมจากการหลอมรวมโลหะในยุคปฐมกาล"
เซธขมวดคิ้วแน่น ยืนกอดอกมองการกระทำของสหาย "หมายความว่าอย่างไร? เราต้องใช้กุญแจพิเศษงั้นหรือ?"
"เปล่าเลย" เรย์หันมาสบตา พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เซธเกลียดนักหนาเพราะมันมักจะตามมาด้วยงานหนักเสมอ "เราต้อง 'หลอม' มันให้เปิดออกต่างหาก"
ช่างตีดาบหนุ่มดึงแผ่นโลหะบริสุทธิ์สามชิ้นที่เพิ่งตีเสร็จสดๆ ร้อนๆ ออกมาจากช่องเก็บของ แผ่นโลหะแต่ละชิ้นเปล่งประกายแสงสีทองแดงอมเขียวออกมาจางๆ มันคือ "ลิ่มเหล็กสะท้อนมานา" ไอเทมเฉพาะกิจที่เรย์ใช้เวลาคำนวณสูตรและตีขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการสำรวจครั้งนี้โดยเฉพาะ
"เจ้าถอยไปห่างๆ สามก้าว และเตรียมดาบของเจ้าให้พร้อม" เรย์สั่งเสียงเฉียบขาด
เซธยอมถอยหลังตามคำสั่งอย่างว่างง่าย แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัยระคนทึ่ง เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้สอดคล้องกับคลื่นมานาในบรรยากาศ ก่อนจะซัดลิ่มเหล็กทั้งสามชิ้นเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของลวดลายรูปมังกรด้วยความแม่นยำระดับปรมาจารย์
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงเหล็กกระทบศิลาก้องกังวานลั่นถ้ำ ตามด้วยเสียงกลไกภายในที่เริ่มขยับตัวบด
คร1000.. คลื่นกระแทกสีฟ้าครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนฝุ่นละอองรอบตัวปลิวว่อน ประตูศิลาขนาดยักษ์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่องรอยสลักรูปมังกรค่อยๆ เรืองแสงสว่างวาบขึ้นทีละเส้น ราวกับมันกำลังถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีลอันยาวนานนับพันปี
เซธชักดาบยาวคู่ใจออกจากฝัก สัญชาตญาณนักล่ากรีดร้องเตือนภัยว่าสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้นไม่ใช่แค่ "มอนสเตอร์บอส" ธรรมดา แต่เป็นบางสิ่งที่ทรงพลังเกินกว่าจะจินตนาการได้
เสียงคำรามทุ้มต่ำและน่าสะพรึงกลัวดังลอดออกมาจากรอยแยกของประตูที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก มันไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์เดรัจฉาน แต่มันคือเสียงสะท้อนของแรงโน้มถ่วงที่บิดเบี้ยวและอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
หน้าต่างระบบสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งสองคนพร้อมกันอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวในโสตประสาท
[คำเตือน: ท่านได้เข้าสู่เขตแดนต้องห้าม "ห้องโถงบรรพกาล"]
[ระบบกำลังปลดปล่อยผนึก: มังกรอัคนีโบราณ - "อิกนิส" กำลังลืมตาตื่น]
[ระดับภัยคุกคาม: SSS (วิกฤตสูงสุดของเซิร์ฟเวอร์)]
เรย์หรี่ตาลง มองผ่านกลุ่มควันความร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากเบื้องหลังประตูที่เปิดอ้ากว้าง ความมืดมิดภายในห้องโถงนั้นกำลังถูกแทนที่ด้วยดวงตาสสีทองคู่มหึมาที่กำลังเบิกโพรงขึ้นจ้องมองมายังพวกเขา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง หลอมรวมจังหวะหัวใจ และตีเหล็กไปพร้อมกับคมดาบแห่งความจริงนี้นะครับ
ช่างตีดาบไร้เงากับนักล่าแต้มผู้หยิ่งผยอง•ตอนที่ 19
ถ้ำมังกรที่หลับใหล
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับนักล่าแต้มผู้หยิ่งผยอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!