ช่างตีดาบไร้เงากับนักล่าแต้มผู้หยิ่งผยอง•ตอนที่ 4

ทฤษฎีการตีเหล็กแบบนอกกรอบ

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เสียงโลหะหนักหน่วงกระทบลงบนทั่งตีเหล็กดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดินอับชื้น กลิ่นอายของถ่านหินเผาไหม้และไอความร้อนระอุแผ่ซ่านจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่น เรย์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตาหลอม ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะเพ่งมองก้อนแร่มีค่าที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความแน่วแน่ ไอร้อนแผดเผาหยดเหงื่อบนใบหน้าคมสันให้ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้า แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจมันเลยแม้แต่น้อย เซธยืนกอดอกพิงผนังหินอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกริบของนักล่าอันดับหนึ่งจดจ้องการกระทำของช่างตีดาบหนุ่มด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความสงสัยและการเย้ยหยัน ในฐานะคนที่คร่ำหวอดอยู่กับการต่อสู้และใช้อาวุธระดับสูงมานับไม่ถ้วน เขาย่อมรู้จักกระบวนการตีเหล็กตามตำรามาตรฐานเป็นอย่างดี แต่อสิ่งที่เรย์กำลังทำอยู่ในเวลานี้... มันนอกเหนือจากตำราเล่มไหนๆ ในโลกของเกม VRMMO นี้สิ้นเชิง "นายกำลังทำอะไรของนายกันแน่ เรย์" เซธเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดเล็กน้อย "ตามตำราของกิลด์การค้า แร่ไททาเนียมผสมโอริฮัลคอนจำเป็นต้องผ่านการชุบน้ำยาเวทมนตร์ธาตุไฟเพื่อรักษาโครงสร้างโครงข่ายคริสตัล แต่นายกลับ... เอาเกลือทะเลสาบวิญญาณสลายมาโรยลงไปเนี่ยนะ? นายสติหลุดไปแล้วหรือไง" เรย์ไม่ได้หันกลับมามอง เขายังคงรักษาจังหวะการคีบเหล็กด้วยมือซ้ายอย่างมั่นคง ขณะที่มือขวายกค้อนตีเหล็กขนาดมหึมาขึ้นสูง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบเรียบเรื่อยราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ "ตำรามีไว้ให้ผู้ตามหลังอ่านเพื่อไม่ให้หลงทาง เซธ... แต่ถ้าเราอยากสร้างสิ่งที่เหนือกว่าตำรา เราก็ต้องกล้าพอที่จะฉีกมันทิ้ง" คำพูดนั้นทำให้เซธแค่นH1ในลำคออย่างไม่เชื่อถือ "ความมั่นใจสูงดีนี่ แต่ถ้าดาบเล่มนี้หักคามือตอนที่ฉันเอาไปลงดันเจี้ยนระดับปรมาจารย์ นายเตรียมตัวจ่ายค่าเสียหายเป็นแร่มิธริลบริสุทธิ์ร้อยก้อนได้เลย" "ถ้ามันหักจริงอย่างที่นายว่า ผมยินดีรับผิดชอบด้วยดาบเล่มใหม่ที่ดีกว่าเดิมเป็นสองเท่า" เรย์ปรายตาคมกริบมองคู่สนทนาแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดค้อนลงมาด้วยพละกำลังทั้งหมด *เคร้งงงง!* เสียงประทุของประกายไฟสีฟ้าครามระเบิดกระจายราวกับดอกไม้ไฟขนาดย่อม พลังงานความร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายในก้อนแร่ไม่ได้ระบายออกสู่อากาศตามปกติอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับถูกบีบอัดให้ไหลวนกลับเข้าสู่แกนกลางของเนื้อโลหะด้วยแรงเหวี่ยงและมุมองศาที่คำนวณมาอย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร นี่คือ "ทฤษฎีการตีเหล็กแบบนอกกรอบ" ที่เรย์ค้นพบผ่านประสบการณ์อันเจ็บปวดและการทดลองนับครั้งไม่ถ้วนในอดีต การไม่พึ่งพาน้ำยาเวทมนตร์ราคาแพง แต่ใช้ปฏิกิริยาเคมีทางกายภาพของเกลือวิญญาณเพื่อลดจุดหลอมเหลวและเพิ่มความหนาแน่นของโมเลกุลในเวลาเดียวกัน เซธขยับตัวตรงโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานดิบที่แผ่ออกมาจากตัวดาบ มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์ที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างสวยงามตามสูตรสำเร็จ แต่เป็นพลังอันดุดัน ดิบเถื่อน และบริสุทธิ์ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังลืมตาตื่น "นี่มัน..." เซธพึมพำกับตัวเอง ความเย่อหยิ่งในฐานะนักล่าอันดับหนึ่งเริ่มสั่นคลอนทีละน้อย เมื่อเขาตระหนักได้ว่าเบื้องหลังความเงียบขรึมของช่างตีดาบคนนี้ ซ่อนองค์ความรู้ที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่ระบบจัดอันดับของเกมจะประเมินค่าได้ เรย์ผ่อนลมหายใจช้าๆ เขาวางค้อนลงบนแท่นอย่างทะนุถนอม หยิบผ้าผืนเก่ามาเช็ดคราบเหงื่อและเขม่าควันบนมือ ก่อนจะใช้คีมหนีบตัวดาบที่เพิ่งขึ้นรูปเสร็จหมาดๆ จุ่มลงในอ่างน้ำมนต์สมุนไพรเย็นจัด เสียงซ่าดังสนั่นพร้อมกับกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งท่วมห้อง บรรยากาศภายในห้องใต้ดินกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ท่ามกลางไอหมอกจางๆ ดาบยาวสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟสลัวจากเตาหลอมนอนนิ่งอยู่บนแท่นรองรับ มันไร้ซึ่งลวดลายแกะสลักอันวิจิตรงดงาม แต่มันกลับแผ่ไอสังหารบางเบาออกมาจนทำให้ผิวหนังรู้สึกชาหนึบ เรย์ยื่นมือไปแตะด้ามจับเบาๆ หน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาทั้งสองคน [ระบบแจ้งเตือน: กระบวนการตีเหล็กนอกรีตสำเร็จ] [ชื่อไอเทม: ดาบเหล็กกล้าทมิฬ "เงาสะท้อนโลหิต" (Uniques Grade)] [คุณสมบัติพิเศษ: เจาะเกราะเวทมนตร์ 45%, เพิ่มความเสียหายคริติคอลตามสัดส่วนความเหนื่อยล้าของผู้ใช้, และมีโอกาส 15% ที่จะสะท้อนการโจมตีทางกายภาพกลับไปยังผู้ใช้] เซธจ้องมองตัวเลขและคุณสมบัติเหล่านั้นด้วยความอึ้งงัน ความสามารถในการเจาะเกราะเวทมนตร์ถึงสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ในอาวุธระดับเริ่มต้นจากการตีสดๆ เป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์เซิร์ฟเวอร์ "นาย..." เซธเงยหน้าขึ้นมองเรย์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง "นายทำแบบนี้ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่สูตรผสมมันควรจะ..." เรย์เพียงแค่ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่ มีเพียงความอ่อนล้าและความทรงจำสีจางๆ ที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น "เพราะผมเคยสูญเสียเพื่อนร่วมทีมไป เพียงเพราะเราเชื่อมั่นใน 'สูตรสำเร็จ' ของระบบมากเกินไป... เซธ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "บางครั้ง ความเป็นความตายในการต่อสู้ไม่ได้ตัดสินกันที่ความสมบูรณ์แบบตามตำรา แต่มันตัดสินกันที่ความกล้าหาญที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ต่างหากล่ะครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เซธกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมานานกำลังก่อตัวขึ้นในอก ความเคารพต่อชายตรงหน้า ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังลั่นขึ้นจากระบบกลางของเกม พร้อมๆ กับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่สั่นคลอนผนังหินของห้องใต้ดินจนฝุ่นละอองร่วงกราว [ประกาศฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบการบุกรุกของมอนสเตอร์ระดับบอสเขตแดน "ราชันอสุรกายร้อยศาสตรา" ที่ชั้นใต้ดินระดับลึก -0] [คำเตือน: เกราะป้องกันเมืองถูกทำลาย ผู้เล่นทั้งหมดในรัศมีหกกิโลเมตรจะถูกล็อกเป้าหมายการโจมตีอัตโนมัติ] เรย์หรี่ตาลงทันที เขากวาดสายตามองไปที่ประตูทางเข้าห้องใต้ดินที่บัดนี้มีเงาดำทมิฬขนาดมหึมาทาบทับลงมา พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ ขณะที่เซธชักอาวุธคู่กายออกมาจากฝักด้วยสัญชาตญาณนักล่า แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตัวขั้นสุด ประตูกลางห้องถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เผยให้เห็นร่างเงาปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนขวางทางหนีออกไป พร้อมกับคมดาบอาบยาพิษที่ชี้ตรงมายังพวกเขาทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับคมดาบเล่มนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับนักล่าแต้มผู้หยิ่งผยอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%