ช่างตีดาบไร้เงากับนักล่าแต้มผู้หยิ่งผยอง•ตอนที่ 10

รอยร้าวในใจนักล่า

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
"ดาบเล่มนี้... มีค่าแค่เศษเหล็กขึ้นสนิมในสายตาของนายสินะ เรย์" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองอย่างถึงที่สุด บัดนี้กลับสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับก้อนสะเก็ดไฟที่กระเด็นออกจากเตาหลอมแล้วร่วงลงสู่พื้นดินที่เปียกชื้น เซธวางดาบยาวเคลือบเรืองแสงสีฟ้าครามลงบนทั่งตีเหล็กด้วยความเบามืออย่างประหลาด แรงกดดันรอบตัวที่เคยแผ่ออกมาดั่งพายุเฮอร์ริเคนสงบลง เหลือเพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจของคนทั้งคู่ในโรงตีเหล็กใต้ดินอันอับชื้น เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เขาใช้ค้อนเหล็กขนาดเล็กเคาะลงบนเนื้อโลหะของชิ้นงานในมือเบาๆ สองสามครั้ง เพื่อเช็กความถี่ของการสั่นสะเทือน เสียงก้องกังวานทุ้มต่ำสะท้อนกลับมาบอกถึงความสมบูรณ์แบบทางโครงสร้าง ก่อนที่เขาจะวางเครื่องมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างเป็นระเบียบ ชายหนุ่มถอดถุงมือหนังกันความร้อนออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ จากสะเก็ดไฟที่สะสมมาแรมปี เขาสบตากับนักล่าอันดับหนึ่งผู้ยืนอยู่ตรงข้าม ดวงตาคมกริบของเรย์ไม่ได้มีความเย้ยหยันหรือสมเพชเวทนาเจืออยู่เลย มีเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ผ่านการตกตะกอนมาแล้วเท่านั้น "ไม่ใช่เศษเหล็กหรอกครับ เซธ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "แต่มันคือดาบที่แบกรับความคาดหวังอันหนักอึ้งเกินกว่าที่คมมีดเล่มเดียวจะรับไหว... นายกำลังใช้มันฟาดฟันศัตรู หรือกำลังพยายามฟัน 'เงาของใครบางคน' ในอดีตกันแน่ล่ะครับ" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ เซธผะยุดถอยหลังไปครึ่งก้าว รอยยิ้มเยาะหยันที่มักประดับอยู่บนมุมปากหายวับไป เหลือเพียงใบหน้าซีดเผือดที่พยายามซ่อนความร้าวรานเอาไว้ใต้กรอบแสงสลัวของเตาหลอม ในโลกเสมือนจริงของ *Ashen Vanguard* ที่ซึ่งทุกหยาดเหงื่อและเม็ดเงินถูกแปลงเป็นตัวเลขค่าสถานะ เซธคือราชาผู้ไร้พ่าย ผู้เล่นนับแสนต่างก้มหัวให้แก่ฉายา 'หอกอสนีบาต' ของเขา แต่มีเพียงเรย์ ช่างตีดาบผู้ปลีกวิเวกคนนี้เท่านั้นที่มองเห็นรอยร้าวลึกราวน้ำแข็งขั้วโลกที่กำลังกัดกินจิตวิญญาณของอีกฝ่ายผ่านคุณภาพของอาวุธที่นำมาซ่อมบำรุงในทุกๆ สัปดาห์ "นาย... รู้ได้ยังไง" เซธเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมดุแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย "รอยบิ่นที่คมดาบไม่ได้เกิดจากการปะทะกับบอนด์บอสในดันเจี้ยนระดับ SSS หรอกครับ" เรย์เดินไปหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมา นิ้วเรียวยาวลูบไล้ผ่านรอยแผลบนเนื้อเหล็ก "มันคือรอยที่เกิดจากการตวัดดาบซ้ำๆ ลงบนอากาศอย่างไร้ทิศทาง ด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้... แรงอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความรู้สึกผิด" เรย์หันกลับมามองสหายร่วมสนามรบชั่วคราว บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ระบายความอัดอั้นที่เก็บงำมานาน "เมื่อสองปีก่อน ในเกมเวอร์ชันก่อนหน้านี้..." เซธเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า รากับต้องใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการดึงความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดขึ้นมา "ฉันเคยมีกิลด์... มีพวกพ้องที่ร่วมเป็นร่วมตาย มีคนที่คอยบอกว่า *'นายคือนักล่าที่จะพาพวกเราไปถึงจุดสูงสุด'* โดยที่ฉันไม่เคยหันกลับไปมองเลยว่า พวกเขาต้องเหนื่อยล้าแค่ไหน" ภาพโฮโลแกรมเสมือนจริงรอบตัวราวกับถูกปรับลดความสว่างลง เซธทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เก่าๆ มือหนากุมขมับแน่น "ในคืนที่พวกเราบุกทะลวงดันเจี้ยนหอคอยแห่งการล่มสลาย ฉันมั่นใจในฝีมือตัวเองมากเกินไป คิดว่าค่าสถานะระดับท็อปและความเร็วดิบๆ จะพานรกทุกขุมลุยผ่านไปได้ ฉันสั่งให้ทุกคนเร่งจังหวะโดยไม่สนใจเกจความอึดของแนวหน้า... และสุดท้าย..." เสียงของเซธขาดห้วงไป ลมหายใจสะดุดกึก เรย์ยืนเงียบรับฟังอย่างให้เกียรติโดยไม่เอ่ยแทรก "เพื่อนสนิทที่สุด... คนที่คอยลับดาบให้ฉันมาตลอด คอยเตือนสติฉันในทุกๆ ครั้งที่ฉันหัวร้อน พุ่งเข้าไปรับการโจมตีแทนฉันเพื่อแลกกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขา..." เซธเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นเอ่อคลอด้วยประกายแสงดิจิทัลที่จำลองหยาดน้ำตาได้อย่างสมจริงจนน่าใจหาย "เขาสลายกลายเป็นละอองข้อมูลต่อหน้าต่อตาฉัน... ด้วยดาบเล่มที่ฉันเป็นคนเลือกให้เขาถือ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง มีเพียงเสียงคุกรุ่นของถ่านหินในเตาหลอมที่ดังปะทุเป็นระยะ เรย์เข้าใจความรู้สึกนั้นดี... มันคือความเจ็บปวดแบบเดียวกัน รอยแผลเป็นในใจแบบเดียวกันที่เคยทำให้เขาปิดตายประตูโรงตีเหล็กแห่งนี้ และปฏิเสธที่จะสร้างอาวุธให้ใครก็ตามที่มองเห็นเกมเป็นเพียงแค่กระดานเดิมพันชัยชนะ "ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา..." เซธแค่นหัวเราะเยาะตัวเอง "ฉันก็เปลี่ยนไป ฉันกลายเป็นคนบ้าคลั่งการเก็บแต้ม ไล่ล่าอันดับหนึ่งอย่างไร้ความปรานี โค่นทุกคนที่ขวางทาง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าฉันแข็งแกร่งพอ... แข็งแกร่งพอที่จะไม่ต้องสูญเสียใครอีก แต่ยิ่งฉันไขว่คว้ามากเท่าไหร่ ดาบในมือก็ยิ่งทื่อลง และความโดดเดี่ยวก็ยิ่งกัดกินมากขึ้นเท่านั้น จนกระทั่งฉันเอาดาบเล่มนี้มาให้นายซ่อม... และนายก็ตอกย้ำความจริงที่ฉันเกลียดที่สุด" เรย์วางดาบลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วน้ำชาสมุนไพรที่เพิ่งต้มเสร็จส่งให้เซธ "ฉันไม่ได้ตอกย้ำความล้มเหลวของนายหรอกครับ เซธ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและจริงใจ "ฉันแค่กำลังบอกว่า... ดาบที่สร้างขึ้นจากความรู้สึกผิด จะไม่มีวันคมพอที่จะตัดผ่านอนาคตได้" เซธรับแก้วน้ำชามาถือไว้ ไออุ่นจากแก้วช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจที่สะสมมานานหลายปี เขาสบตาเรย์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโล่งใจและสับสนในเวลาเดียวกัน "แล้วฉันควรทำยังไง... ในเมื่อฉันลืมวิธีที่จะสู้เพื่อคนอื่นไปหมดแล้ว" เรย์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของช่างตีผู้มองเห็นแก่นแท้ของสรรพสิ่ง "บางที... นายอาจจะไม่จำเป็นต้องสู้เพื่อใครหรอกครับเซธ" เรย์หันกลับไปหยิบแท่งเหล็กกล้าบริสุทธิ์ขึ้นมาวางบนทั่ง พร้อมกับคอยหยิบเครื่องมือเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานรอบใหม่ "บางที... นายแค่ต้องเรียนรู้ที่จะสู้เคียงข้างกับคนอื่น ในฐานะเพื่อนร่วมทีมที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ในฐานะราชาผู้โดดเดี่ยวอีกต่อไป" ก่อนที่เซธจะได้เอ่ยคำใดตอบกลับ เสียงเตือนระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ เหนือประตูทางเข้าห้องใต้ดินที่ปิดทึบ [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับเซิร์ฟเวอร์!] [ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ต้องห้าม: "ซากปรักหักพังแห่งพันธสัญญาโบราณ"] [เงื่อนไขลับถูกกระตุ้น: ผู้เล่น 'เซธ' และ 'เรย์' ได้รับผลกระทบจากอาถรรพ์อดีต] [บอสลับระดับวิวัฒนาการ: "ผู้พิจารณาแห่งกาลเวลา" ได้ตื่นจากการหลับใหล และกำลังมุ่งหน้ามายังพิกัดปัจจุบันของคุณ...] แรงสั่นสะเทือนมหาศาลสั่นสะท้อนไปทั่วผนังหิน เสียงคำรามกึกก้องที่ไม่อาจระบุได้ว่ามาจากสัตว์อสูรหรือเสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องบน กำแพงห้องใต้ดินเริ่มมีรอยร้าวแตกละเอียดเป็นทางยาว เรย์หันขวับไปมองหน้าประตู ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเรดาร์ระบบกระพริบเตือนสีเลือด ขณะที่เซธลุกขึ้นยืนช้าๆ ความลังเลในแววตาเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น ถูกแทนที่ด้วยประกายตาคมกริบของนักล่าอันดับหนึ่งที่กลับมาลุกโชนอีกครั้ง พร้อมกับดาบในมือที่เริ่มเรืองแสงสีฟ้าเจิดจ้ากว่าที่เคยเป็นมาตลอดหลายปี ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ช่างตีดาบไร้เงากับนักล่าแต้มผู้หยิ่งผยอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%