รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของมีนาราที่ประดับอยู่บนใบหน้าโฉบเฉี่ยวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เย็นลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้ความกดอากาศรอบตัวดิ่งวูบลงจนแทบหายใจไม่ออก
"ดิฉันคิดว่าการประชุมเรื่องโปรเจกต์ใหญ่คงจะสนุกขึ้น ถ้ามีคนตาถึงมาช่วยออกความเห็นร่วมด้วย... จริงไหมคะ คุณภูวดล"
เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างเก้าอี้ของประธานหนุ่มอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้ช่วยจำเป็นอย่างคิมหันต์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกระหว่างการดูถูกและการเยาะเย้ย
คิมหันต์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา ร่างระหงในชุดสูทแบรนด์เนมสีเทาเข้มตัดเย็บเนียบกริบยืนตรงด้วยท่าทีองอาจ ไหล่บางตั้งตรงอย่างไม่คิดจะก้มหัวให้ใคร แววตาสีเข้มฉายแววเย้ยหยันกลับไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต
"ถ้าหมายถึงความสามารถในการกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อมาแย่งซีนคนอื่น ผมว่าคุณมีสิทธิ์ได้ตำแหน่งนั้นไปครองแบบไร้คู่แข่งเลยล่ะครับ คุณมีนารา"
เสียงทุ้มหวานแต่เฉียบคมราคมมีดโกนหลุดจากริมฝีปากบางเฉียบ ไดอะล็อกนิ่มๆ แต่เชือดเฉือนทำเอาบอร์ดบริหารหลายคนถึงกับสำลักน้ำลาย
ภูวดลที่นั่งเงียบมาตลอดไม่พูดอะไร ใบหน้าคมคายไร้ความรู้สึกแต่ดวงตาสีดำสนิทกลับวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ยามที่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคิมหันต์ที่ยืนหยัดอย่างสง่างามโดยมีเขาเป็นฉากหลัง มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะประชุมขยับกำเข้าหากันช้าๆ สัญชาตญาณความหวงแหนพุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่—*ให้ตายสิ... เด็กนี่ต่อปากต่อคำเก่งจนน่าจับมาตีให้ก้นลายจริงๆ*
"ปากเก่งไม่เบานี่..." ภูวดลเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปยืนชิดร่างระหงจนแผ่นหลังของคิมหันต์เกือบสัมผัสกับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับความดุดันเฉพาะตัวโชยเข้าจมูกจนคิมหันต์ต้องชะงัก
"แต่เก็บแรงไว้ใช้คืนนี้ดีกว่าครับ... เพราะงานเลี้ยงสมาคมนักธุรกิจใหญ่ช่วงค่ำนี้ คุณในฐานะ 'ผู้ช่วยส่วนตัว' ของผม คงต้องเหนื่อยหน่อย" ประธานหนุ่มกระซิบเสียงต่ำชิดใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงทุ้มพร่าแฝงความนัยอันตรายที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่
---
แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระรานตา สะท้อนกับชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทที่ขับเน้นสัดส่วนสมส่วนของคิมหันต์ให้โดดเด่นสะดุดตาทุกคู่ในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา
ทันทีที่ร่างระหงก้าวเดินเคียงคู่มากับประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล สายตานับร้อยคู่ก็พากันหันมาจับจ้องเป็นตาเดียว ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุมรอบบริเวณ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทันทีด้วยความอิจฉาและสงสัยว่าใครคือหนุ่มหน้าหวานผู้กุมตำแหน่งข้างกายท่านประธานในค่ำคืนนี้
คิมหันต์ทำเพียงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาแต่มั่นใจถูกจุดขึ้นที่มุมปาก มือเรียวยกขึ้นจัดปกเสื้อให้ตัวเองอย่างไม่ยี่หสอกับสายตานับร้อยที่จ้องมองมา ราวกับเวทีนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เขาเดินเฉิดฉายโดยเฉพาะ
"อย่าทำตัวเด่นเกินหน้าผมให้มันมากนัก" เสียงกระซิบดุๆ ดังขึ้นข้างหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่เอื้อมมาโอบกระชับรอบเอวสอบของคิมหันต์อย่างถือสิทธิ์
คิมหันต์สะดุ้งเล็กน้อย เหลือบตามองคนข้างกายที่ตีหน้าขรึมแต่ท่อนแขนแข็งแรงกลับรัดเอวเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "ปล่อยเลยครับคุณภูวดล คนมองกันทั้งงานแล้ว"
"มองก็ดี... จะได้รู้ว่าคนของใคร" ภูวดลสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดแต่แววตาพราวระยับด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวแทบจะเก็บอาการไว้ไม่ไหว ยิ่งเห็นสายตาของพวกนักธุรกิจรุ่นลายครามมองมาที่คิมหันต์ด้วยความสนใจ ไฟโทสะในอกของประธานหนุ่มก็ยิ่งลุกโชน
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นด้วยเคมีระอุระหว่างคนทั้งคู่ เสียงทุ้มคุ้นหูก็แทรกเข้ามาตัดจังหวะ
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณคิมหันต์ในงานนี้... สวยสะดุดตาจนผมเกือบจำไม่ได้เลยทีเดียว"
ธาม ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตรในชุดสูทสากลเรียบหรู สายตาพินิจพิเคราะห์มองคิมหันต์ด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งนั่นมันช่างขัดหูขัดตาประธานหนุ่มผู้พิทักษ์อาณาเขตยิ่งนัก
ภูวดลขยับตัวก้าวมาบังหน้าคิมหันต์ครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนธามยังต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง "คู่ขา... เอ้ย ผู้ช่วยของผม ผมดูแลเองได้ครับ คุณธามควรไปดูแลคู่หมั้นของคุณทางโน้นน่าจะเหมาะกว่า"
คิมหันต์แอบหยิกเข้าที่เอวหนาของภูวดลเบาๆ หมั่นไส้กับความปากร้ายและอาการหึงแบบเด็กๆ ของอีกฝ่าย แต่ภูวดลกลับทำแค่เพียงสูดปากเข้าเล็กน้อยก่อนจะกระชับเอวคิมหันต์แน่นขึ้นไปอีก
งานเลี้ยงดำเนินไปท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ จนกระทั่งเสียงประกาศจากพิธีกรดังขึ้นเชิญชวนคู่รักและคู่ค้าเปิดฟลอร์เต้นรำกระชับความสัมพันธ์
ภูวดลไม่รอช้า เขาคว้ามือเรียวของคิมหันต์ทันทีโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ร่างสูงลากผู้ช่วยจำเป็นพุ่งตรงไปยังกลางฟลอร์ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้อง มือแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง ขณะที่มืออีกข้างกุมมือเรียวไว้มั่น
"ผมเต้นไม่เก่งนะครับ" คิมหันต์กระซิบเตือน ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นมองสบตาคมกริบที่โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"ไม่ต้องเก่ง... แค่อยู่ในอ้อมแขนผมก็พอ"
ภูวดลตอบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน จังหวะเพลงช้าๆ เริ่มบรรเลงขึ้น ร่างทั้งสองเคลื่อนไหวไปตามเสียงเพลงอย่างกลมกลืน ท่ามกลางความเงียบงันในโลกส่วนตัวที่มีเพียงเขาก and เขา
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ภูวดลโน้มใบหน้าลงต่ำจนริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับใบหูของคนในอ้อมแขน ขณะที่คิมหันต์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานหยดจนแทบหยดเป็นน้ำตาเทียนนั้นเอง เสียงปรบมือเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นจากบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นขัดจังหวะจากด้านหลัง
"เต้นรำได้เข้าขากันดีนี่คะ... แต่ไม่ทราบว่า 'ดีลลับ' ระหว่างประธานกับผู้ช่วยคนนี้ จะยังหวานชื่นแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน... เมื่อความจริงเรื่อง 'แผนการล้มละลายบริษัท' ของคุณคิมหันต์ กำลังจะถูกเปิดเผยพรุ่งนี้เช้า?"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอด หวังว่าจะสนุกไปกับบทนี้นะครับ
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 10
ค่ำคืนงานเลี้ยงและการเต้นรำ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!