เสียงบิดกลอนประตูดังแกร็ก... ก่อนที่บานประตูกระจกฝ้าขุ่นจะถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
"ไอ้คิม! มึงเช็คไลน์กลุ่มบ้างไหมวะเนี่ย งานที่กูให้แก้รอบที่แล้ว ลูกค้าคอมเพลายับเย... อ้าว..."
ธามชะงักกึก สีหน้าหงุดหงิดที่พกมาเต็มกระเป๋าพลันแปรเปลี่ยนเป็นความงงงวย เมื่อพบว่าห้องทำงานท่านประธานสุดเนี๊ยบไม่ได้มีแค่เพื่อนสนิทของเขานั่งเคลียร์เอกสารอยู่ลำพัง แต่ยังมีร่างสูงใหญ่ของภูวดลยืนค้ำหัวโต๊ะด้วยบรรยากาศกดดันชนิดที่เอามีดฟันก็ไม่เข้า
คิมหันต์ถอนหายใจยาวพรืด เจ้าตัวรีบดันตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อตัดบทความอึดอัด ก่อนจะปรายตามองเพื่อนสนิทตัวดีที่เข้ามาได้ถูกจังหวะราวกับนัดกันไว้
"มีอะไรก็ว่ามาธาม กูบอกมึงร้อยรอบแล้วว่าเวลาจะเข้ามาในห้องท่านประธาน... ช่วยหัดเคาะประตูก่อนบ้าง"
"ก็กูเคาะแล้ว แต่มึงไม่ออกมารับไงวะ อีกอย่าง... นี่ห้องทำงานมึงเหรอ ทำไมกูจะเข้ามาไม่ได้" ธามเถียงหน้าตาเฉย สายตาเจ้ากรรมดันกวาดสำรวจบรรยากาศรอบตัว แล้วบังAิญไปสะดุดเข้ากับรอยย่นบนเสื้อสูทของคิมหันต์กับท่าทางยืนประชิดตัวเกินความจำเป็นของท่านประธานหนุ่มเข้าพอดี
"เฮ้ย... พวกมึงสองคนทำอะไรกันวะเนี่ย หน้าดำหน้าแดงเชียว" ธามหรี่ตามองด้วยความสงสัยระคนจับผิด
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงไปถนัดตา ภูวดลไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบเบาๆ ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ รู้สึกเหมือนความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในอาณาเขตของตัวเองกำลังถูกผู้บุกรุกเข้ามารบกวน โดยเฉพาะไอ้ท่าทางสนิทสนมกลมเกลียวจนเกินงามระหว่างคิมหันต์กับไอ้เพื่อนหน้าหล่อคนนี้
"นี่บริษัท ไม่ใช่สนามเด็กเล่น อยากเข้ามาก็เข้า อยากโวยวายก็โวยวาย มารยาททางสังคมของคุณถูกกลืนหายไปพร้อมกับความรับผิดชอบงานหรือไงครับ คุณธาม"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมจนคนฟังถึงกับสะดุ้ง ภูวดลขยับตัวยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา
ธามขมวดคิ้วมุ่น ไม่คิดว่าประธานหนุ่มจอมเนี๊ยบจะเปิดฉากปะทะวาจาใส่ตนตรงๆ แบบนี้ "ผมแค่มาตามงานเพื่อนผมครับ ท่านประธานคงไม่ใจแคบถึงขนาดห้ามเพื่อนร่วมงานคุยกันหรอกมกระมัง"
"เพื่อน?" ภูวดลทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น มุมปากหยักยกยิ้มหยันที่ไปไม่ถึงดวงตา "เวลาทำงานคือเวลาทำงาน ถ้าคุณอยากมาสังสรรค์หรือเล่นหัวกับใคร กรุณาไสหัวออกไปทำข้างนอก นี่ไม่ใช่เวลามาเดินเล่นจับกลุ่มนินทา"
"นี่คุณ..." ธามหน้าตึงขึ้นมาทันที กำมือแน่นด้วยความฉุนเฉียว คิมหันต์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างสองหนุ่มก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปกันใหญ่
"พอเลยทั้งคู่! ธาม... แกมีอะไรก็รีบพูดมาแล้วก็ไสหัวกลับโต๊ะแกไปซะ ส่วนคุณภูวดลครับ... เลิกหาเรื่องชาวบ้านเขาสักที งานผมกองอยู่ตรงนี้เป็นภูเขา เลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจสักวันจะตายไหม" ประโยคหลังคิมหันต์หันไปกระซิบกระซาบลอดไรฟันใส่คนตัวโตกว่าด้วยความหมั่นไส้
ภูวดลหรี่ตามองคนปากเก่งที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาต่อหน้าคนอื่น ความหึงหวงที่ตีรวนอยู่ในอกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหมั่นเขี้ยวแกมขัดใจ มือหนาคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากองหนึ่งแล้วยัดใส่มือคิมหันต์แรงๆ จนเจ้าตัวเซถอยหลังไปนิด
"ในเมื่อคุณว่างมากจนมีเวลาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ... งั้นก็เอาเอกสารชุดนี้ไปคัดแยกและสรุปยอดงบประมาณไตรมาสหน้ามาให้เสร็จภายในห้าโมงเย็น"
"หา! ห้าโมงเย็น? นี่มันบ่ายสามแล้วนะคุณ เอกสารเป็นตั้งร้อยหน้า ใครจะไปทำทัน!" คิมหันต์เบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ ปากเรียวอ้าค้างด้วยความโมโห
"ถ้าคุณมัวแต่ยืนเถียงผมและเสียเวลาไปกับการต้อนรับเพื่อนสนิทตัวดีของคุณ... เกรงว่าห้าโมงเย็นที่ว่า อาจจะไม่ได้กลับบ้านเลยก็ได้นะครับ" ภูวดลยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า สายตาคมกวาดมองคิมหันต์ด้วยความสะใจเล็กๆ ที่ได้แกล้งคนดื้อรั้นให้ยอมสยบอยู่ใต้คำสั่ง
ธามที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ชักจะทนไม่ไหว "ไอ้คิม มึงยอมให้มันใช้งานเกินมนุษย์ขนาดนี้ได้ยังไงวะ ลาออกแล้วมาทำบริษัทกับกูเถอะน่า!"
"ปากดีแบบนี้... สงสัยคุณธามคงอยากช่วยเพื่อนทำงานสินะครับ" ภูวดลหันขวับไปหาธาม นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "ในเมื่อห่วงเพื่อนนัก งั้นก็เชิญนั่งลงตรงนั้น... ช่วยเพื่อนคุณตรวจงบดุลทั้งหมดนี่ให้เสร็จ ถ้าเสร็จไม่ทัน ไม่ต้องออกจากห้องนี้ทั้งคู่!"
พูดจบ ภูวดลก็หมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเอง ท่าทางเย่อหยิ่งและเด็ดขาดทำเอาคิมหันต์อยากจะหยิบแฟ้มปาใส่หัวหนาๆ นั้นสักที ข้อหาใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกคนอื่นตามอำเภอใจ
ธามอ้าปากจะเถียง แต่คิมหันต์รีบดึงแขนเพื่อนไว้แล้วส่ายหัวเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความจำยอม
"เออ... งั้นมึงก็นั่งลงช่วยกูตรวจตรงนี้เลยธาม อยากปากดีนักใช่ไหมล่ะ!"
ภูวดลนั่งไขว่ห้างมองภาพนั้นผ่านขอบจอคอมพิวเตอร์ แม้ปากจะบอกให้ทำงาน แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดไม่เข้าเรื่องที่เห็นไอ้เพื่อนตัวดีนั่งคลอเคลียอยู่ใกล้ชิดกับคนของเขาเกินไป ทว่าในจังหวะที่คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาพอดี ประธานหนุ่มก็รีบเบือนหน้าหนีทำทีเป็นสนใจหน้าจอราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บรรยากาศตึงเครียดปกคลุมไปทั่วห้องทำงาน ทว่าในความเงียบงันนั้น ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยไม่มีการเคาะเตือนใดๆ ทั้งสิ้น... พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนทุกคนในห้องต้องหันไปมองเป็นตาเดียว!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสความฟินปนความแซ่บในตอนนี้ด้วยนะครับ!
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 9
เพื่อนสนิทตัวดี
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!